“อภิสิทธิ์-กรณ์”หาเสียงสาทร กระแสกทม.ดีขึ้นยังไม่ประเมินเก้าอี้
“อภิสิทธิ์” ควง “กรณ์” บุกถิ่นเก่าสาทร ช่วย “เจษฎา”หาเสียง ยอมรับกระแส กทม.ดีขึ้น แต่ยังไม่ประเมินเก้าอี้ สส.ชี้นโยบายแจกเงินวันละ 9 ล้านเพื่อไทย ยังไม่เห็นประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ ขณะเตรียมเปิดหมัดเด็ดโค้งสุดท้าย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายกรณ์ จาติกวณิช แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและรองหัวหน้าพรรค และ นายสกลธี ภัททิยกุล ลงพื้นที่ช่วย นายเจษฎา เลิศธนสาร ผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ 2 พรรคประชาธิปัตย์ หาเสียงในพื้นที่เขตสาทร เขตปทุมวัน และเขตราชเทวี ซึ่งถือเป็นพื้นที่การเมืองเก่าของพรรคประชาธิปัตย์

บรรยากาศบริเวณสวนสุขภาพสมาคมแต้จิ๋วเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนจำนวนมากเข้ามาขอถ่ายรูปและทักทายนายอภิสิทธิ์ โดยช่วงหนึ่งมีประชาชนรายหนึ่งกล่าวกับนายอภิสิทธิ์ว่า “มีอยู่ 2 สีที่ห้ามเลือก คือสีน้ำเงินกับสีเขียว เพราะเลือกไปแล้วประชาชนตาย“ ขณะเดียวกัน ก็มีประชาชนเข้ามาสวมกอดและให้กำลังใจ พร้อมกล่าวว่า “ซื่อสัตย์สุจริตต้องพรรคนี้ เลือกอยู่แล้ว” “ขอให้ได้เป็นนายกนะคะ เลือกอยู่แล้วค่ะ”
นอกจากนี้ ยังมีประชาชนที่มาออกกำลังกายกล่าวกับนายอภิสิทธิ์ว่า “เลือกอยู่แล้ว เที่ยวนี้น่าจะได้ 20–30” เมื่อนายอภิสิทธิ์ถามกลับว่า “กรุงเทพฯ หรือ” ชายคนดังกล่าวตอบว่า “ทั่วประเทศ”
ขณะเดียวกัน ยังมีประชาชนหลายรายเข้ามาทักทายและแสดงความเห็นหลากหลาย อาทิ “เลิกเลือกเบอร์ 11 กับเบอร์ 27 แล้ว เลิกสีฟ้าแล้ว” “เด็ก ๆ ที่บ้านเขาเลือกสีส้ม แต่ผมยังเลือกประชาธิปัตย์เหมือนเดิม” “27 แน่นอนจำแม่น ขอให้ประสบความสำเร็จนะ”ทำให้สามารถสร้างบรรยากาศเป็นกันเองตลอดการลงพื้นที่ โดยนายกรณ์ ยังแซวตัวเองว่าเป็น “หล่อโย่ง” หลังมีประชาชนพูดถึง “หล่อใหญ่ หล่อเล็ก”

จากนั้น แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้งสองคนยังร่วมตีแบดมินตันกับประชาชนที่มาออกกำลังกาย โดยนายอภิสิทธิ์ตีแบดมินตันด้วยมือซ้าย พร้อมกล่าวติดตลกว่าเป็นคนถนัดซ้าย แต่ถูกฝึกให้เขียนหนังสือด้วยมือขวาและยอมรับว่าไม่ได้ตีแบดมินตันมานานแล้ว ต่อมา คณะได้ล้อมวงจิบน้ำชาซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสมาคมแต้จิ๋ว โดยมีประชาชนเล่าถึงอดีตว่า เคยเห็นนายอภิสิทธิ์เดินหาเสียงพร้อมกับคุณแม่
พร้อมให้กำลังใจว่า “เรายังไงก็ประชาธิปัตย์ ตั้งแต่สมัยนายชวน ดีใจมากที่ได้เจอวันนี้ ขอให้ช่วยกันเชียร์ให้ถึงจุดสูงสุด” จากนั้น นายอภิสิทธิ์และคณะได้นั่งรถแห่ไปยัง ตลาดกิตติ (ตลาดเซนต์หลุยส์)ซึ่งทันทีที่รถแห่ผ่าน มีแม่ค้าตะโกนเรียก “อภิสิทธิ์ลงมาหน่อย ถ้าไม่ลงไม่เลือกนะ” ทำให้นายอภิสิทธิ์รีบลงจากรถเพื่อไปทักทายทันที โดยแม่ค้าระบุว่า “เลือกแน่นอน ยกบ้านเลือกตั้งแต่สมัยลุงชวน”
ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยต่างเข้ามาขอถ่ายรูป พร้อมกล่าวว่า “คิดถึง ไม่ได้เจอนาน ยังหล่อเหมือนเดิม” “เห็นแต่ในโทรทัศน์ เพิ่งเห็นตัวจริงวันนี้” ทั้งนี้ พื้นที่เขตสาทรถือเป็นฐานการเมืองเดิมของทั้งนายอภิสิทธิ์และนายกรณ์ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่ง สส.ในพื้นที่นี้มาก่อน
ต่อมา นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงการประเมินจำนวน สส.ของพรรคในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงว่า ยังมีความเป็นไปได้หลายทาง เนื่องจากคะแนนเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่ออาจไม่สัมพันธ์กันตามที่ประชาชนเข้าใจ โดยจากการลงพื้นที่หาเสียงในภาคตะวันออก 4 จังหวัด เมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา พบว่าได้รับการตอบรับที่ดีมาก ซึ่งช่วยสร้างกำลังใจให้กับพรรคประชาธิปัตย์พร้อมระบุว่า กระแสของพรรคในกรุงเทพมหานครและภาคตะวันออกเริ่มดีขึ้น รวมถึงการลงพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ที่ประชาชนจำนวนมากยืนยันว่าจะกลับมาเลือกพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง

สำหรับการประเมินจำนวน สส.กรุงเทพมหานคร นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า หากดูจากปฏิกิริยาของประชาชน ถือว่าดีกว่าการเลือกตั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา แต่ยังไม่สามารถตอบได้ชัดเจนว่าจะนำไปสู่จำนวนที่นั่งเท่าใด ส่วนกรณีนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ประกาศแจกเงินวันละ 9 ล้านบาท นายอภิสิทธิ์เห็นว่า หากจะทำก็สามารถทำได้จริง แต่ตั้งคำถามถึงเหตุผลเชิงนโยบายสาธารณะและประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดยคำนวณว่า หากแจกวันละ 9 ล้านบาท ตลอด 1 ปี จะใช้งบประมาณกว่า 3,600 ล้านบาท ทั้งนี้ ถ้านำเงินจำนวนนี้ไปพัฒนาทักษะให้ประชาชน 1,000,000 คน จะเกิดประโยชน์กับเศรษฐกิจโดยรวมมากกว่าการทำให้คนรวยขึ้นมาเฉียบพลันวันละ 9 คน ไม่ได้สร้างความยั่งยืนหรือความเป็นธรรมในระบบเศรษฐกิจ
ส่วนช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง พรรคประชาธิปัตย์จะมีนโยบายหรือหมัดเด็ดเพิ่มเติมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า พรรคยังมีประเด็นสำคัญทั้งเชิงนโยบายและแนวทางการเมืองที่จะสื่อสารเพิ่มเติมแต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดในขณะนี้
สำหรับกรณีที่พรรคเพื่อไทยยังไม่ประกาศชัดเจนเรื่องการจับมือจัดตั้งรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เห็นว่า เป็นเรื่องที่ควรไปสอบถามพรรคเพื่อไทยโดยตรง เนื่องจากเป็นสิทธิ์และทางเลือกของแต่ละพรรคการเมือง
ขณะที่การปราศรัยของพรรคเพื่อไทยที่สยามพารากอน ซึ่งมีเนื้อหาโจมตีพรรคประชาชนเป็นหลัก แต่มิได้โจมตีพรรคภูมิใจไทยนั้น นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ตนไม่ทราบรายละเอียด และเป็นเรื่องของการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยเอง ส่วนกรณีการปราศรัยที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า “แก่แล้วอย่ามาหลอก” ยอมรับว่าเป็นการแซวประชาชน เนื่องจากตนเดินทางไปปราศรัยที่ชลบุรีหลายครั้ง มีผู้มาฟังจำนวนมากแต่พรรคกลับแพ้การเลือกตั้ง จึงกล่าวหยอกล้อในบรรยากาศการหาเสียง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





