ทำไมการเมืองจึงกลายเป็นหัวข้อต้องห้าม ที่ไม่ควรหยิบยกขึ้นมาในวงสนทนา
การเมือง หัวข้อละเอียดอ่อนในการสนทนา
ถ้าพูดถึงหนึ่งในหัวข้อละเอียดอ่อนในวงสนทนา ที่หยิบยกขึ้นมาทีไร แม้แต่เพื่อนสนิทก็สามารถทะเลาะกันได้ นอกจากเรื่องทีมฟุตบอล หรือศาสนา ก็คงเป็นเรื่องของ “การเมือง” อย่างล่าสุดในรายการแฉ “เพชร กรุณพล” และ “น็อต วรฤทธิ์” ที่เป็นเพื่อนสนิทกันก็ยังเกิดการปะทะคารมกันอย่างรุนแรง
ในบทความนี้จึงจะพามาไขข้อสงสัยว่าทำไมเรื่องของการเมืองจึงเป็นหัวข้อต้องห้ามในวงสนทนา และถ้าอย่างนั้น เรื่องของการเมืองควรถูกสื่อสารอย่างไรไม่ให้เกิดปัญหา ไปดูพร้อมกันในบทความได้เลย

ทำไมการเมืองจึงเป็นหัวข้อที่ไม่ควรยกขึ้นมาพูดคุย
ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้คนในสังคมเติบโตมาไม่เหมือนกัน นั่นจึงทำให้แต่ละคนมีความคิดเห็นในมุมของตัวเองที่แตกต่างกันออกไป ไม่ได้มีใครผิด และไม่ได้มีใครถูก แต่เพราะเรื่องการเมือง เป็นเรื่องที่มีอิทธิพล และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของทุกคนเป็นวงกว้าง เมื่อถูกหยิบยกมาเป็นหัวข้อการสนทนา แต่ละคนต่างก็มีธงคำตอบอยู่ในใจ
เมื่อต้องได้ยินในสิ่งที่ตรงข้ามกับสิ่งที่ตัวเองคิด หรือต้องฟังในสิ่งที่ไม่อยากได้ยิน จึงทำให้เกิดขุ่นเคืองใจกัน ซึ่งในเชิงจิตวิทยา แนวคิดที่สามารถอธิบายพฤติกรรมดังกล่าว คือแนวคิดที่เรียกว่า Confirmation Bias นั่นเอง
Confirmation Bias อคติทางความคิด กับแนวคิดเรื่องการเมือง และผลกระทบที่ตามมา
Confirmation Bias คือแนวโน้มที่มนุษย์มักจะเลือกมองหา ตีความ และจดจำข้อมูลที่สนับสนุนความเชื่อหรือความคิดเห็นที่ตนมีอยู่เดิม ขณะเดียวกันก็มักมองข้ามหรือปฏิเสธข้อมูลที่ขัดแย้งกับความเชื่อของตนเอง
ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะเป็นกลไกธรรมชาติของมนุษย์ ที่เมื่อเราเชื่อสิ่งใด เราก็ต้องการพูดคุยกับคนที่มีชุดความเชื่อคล้ายกับเรา ชอบที่จะฟังคำพูดที่ไปในทิศทางเดียวกัน เช่นเดียวกับเรื่องของการเมือง ที่เราจะจดจำเฉพาะข้อมูลที่สนับสนุนความเชื่อของเรา และมองข้ามข้อมูลที่ขัดแย้งกับเรา
ผู้ที่มีจุดยืนทางการเมืองชัดเจน มักจะเลือกเสพข้อมูลที่สอดคล้องกับความเชื่อของตนเองโดยไม่รู้ตัว ขณะเดียวกัน ข่าวหรือข้อมูลที่ตั้งคำถาม วิพากษ์วิจารณ์ หรือชี้ให้เห็นข้อบกพร่องของพรรคนั้น มักถูกมองว่ามีอคติ บิดเบือนข้อเท็จจริง หรือถูกมองข้ามไปโดยไม่เปิดใจพิจารณา
และเมื่อเผชิญกับหลักฐานที่ขัดแย้งกับความเชื่อ เราจะใช้พลังงานทางสมองมหาศาลในการจับผิด หาจุดอ่อน หรือลดทอนความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูลนั้น
Confirmation Bias ย่อมส่งผลให้เกิดความเชื่อฝั่งเดียว โดยไม่พิจารณาอย่างเป็นกลาง ทำให้เกิดผลกระทบที่ตามมา ดังนี้
- ปิดกั้นความเห็นต่าง: เนื่องจากรากฐานของแนวคิดนี้คือเมื่อมีความเชื่ออะไรสักอย่าง เราจะยึดติดความเชื่อนั้น ทำให้แม้ว่าความเชื่ออื่นจะมีหลักฐานรองรับชัดเจน แต่เราก็จะมองข้ามมันไป เช่นเดียวกับเรื่องของการเมือง ที่ต่างคนต่างก็ยึดติดกับข้อมูลของตัวเอง โดยไม่สนใจข้อเท็จจริงอื่น ๆ
- เหมารวม: เมื่อเราปักใจเชื่อในอะไรสักอย่าง และเห็นหลักฐานที่ยืนยันความเชื่อนั้น อาจทำให้เกิดการเหมารวม และนำไปสู่อคติกับฝั่งที่มีความเห็นตรงข้ามกับเราได้ ในมุมของการเมืองก็เช่นเดียวกัน เราอาจเหมารวมว่าคนที่มีความคิดเห็นแตกต่างผิดทั้งหมด ทั้งที่ในบางเรื่อง ข้อมูลจากอีกฝ่ายอาจเป็นเรื่องจริงก็ได้
- ตกเป็นเหยื่อของความเชื่อด้านเดียว: เมื่อถูกความเชื่อเข้าครอบงำ เราย่อมปักธงในความเชื่อนั้น ๆ ไว้เกินครึ่ง ซึ่งทำให้ไม่ว่าเราจะได้รับข้อมูลที่ป้อนมาแค่ไหน เราก็จะเชื่อไปทั้งหมด โดยไม่ไตร่ตรอง ทั้งที่ข้อมูลอาจถูกหรือผิดก็ได้
ผลกระทบของอคติทั้งในระดับที่ใกล้ตัวและในระดับที่เป็นปัญหาส่วนรวม สิ่งที่สำคัญอาจไม่ใช่การเลิกมีความเชื่อต่อสิ่งต่างๆ รอบตัว แต่เป็นการเชื่ออย่างไม่ยึดติด และพยายามหาข้อมูลประกอบการคิดและตัดสินใจอยู่เสมอ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความจริงไม่ได้มีเพียงด้านเดียว ขึ้นอยู่กับว่าเรามองความจริงนั้นอย่างไรเท่านั้นเอง

การเมืองควรถูกพูดคุยที่ไหน และในบริบทแบบใด
หลังจากเข้าใจถึงความละเอียดอ่อนของประเด็นนี้ และแนวคิดเชิงจิตวิทยาแล้ว หลายคนอาจจะมีคำถามถัดมาว่า ถ้าอย่างนั้นการเมืองควรถูกพูดคุยที่ไหน? และในบริบทแบบใด?
คำตอบคือในความเป็นจริง การเมืองสามารถหยิบยกขึ้นมาคุยที่ไหนก็ได้ เพียงแต่ผู้ที่พูดคุยในประเด็นนี้ จะต้องมีความคิดที่เปิดกว้าง วางอคติลง และมองว่าการพูดคุยเรื่องการเมืองกับคนที่มีความเห็นต่าง เป็นการตั้งคำถามกับบางสิ่งที่เราอาจจะไม่เคยสงสัยมาก่อน และเป็นโอกาสที่จะได้ค้นพบมุมมองใหม่ ๆ ที่เราอาจจะไม่เคยนึกถึง
ถ้าให้เปรียบเทียบ การพูดคุยเรื่องการเมืองก็เปรียบเสมือนการต่อจิ๊กซอว์ทีละชิ้น แม้แต่ละความเห็นอาจไม่ให้คำตอบในทันที แต่เมื่อประกอบเข้าด้วยกัน ก็จะช่วยให้เราเห็นภาพใหญ่ และเข้าใจความจริงได้รอบด้านมากขึ้น

การเมือง ควรพูดคุยอย่างไรให้ไม่เกิดปัญหา
วิธีการพูดคุยเรื่องการเมืองไม่ให้เป็นปัญหา แนะนำให้พูดคุยในมุมของ “การแลกเปลี่ยนความคิด” มากกว่าการ “ถกเถียงเพื่อเอาชนะ” พยายามเปิดใจต่อมุมมองของคู่สนทนา และเคารพในความคิดเห็นของกันและกัน
สิ่งสำคัญคือการใช้ภาษาที่สุภาพ หลีกเลี่ยงการใช้คำหยาบ หรือคำสบประมาท เพราะจะทำให้เกิดปัญหาตามมา ท้ายที่สุดคือการเข้าใจในมุมมองที่แตกต่างกัน เชื่อว่าจะทำให้สามารถพูดคุยเรื่องของการเมืองได้อย่างไม่มีปัญหาแน่นอน
หลายคนอาจจะมองว่า “การเมือง” เป็นประเด็นละเอียดอ่อน และไม่ควรหยิบยกขึ้นมาพูดคุยกับคนใกล้ตัว เพราะอาจจะทำให้เกิดปัญหาตามมา แต่ในความเป็นจริง หากทุกฝ่ายเคารพซึ่งกันและกัน เปิดใจยอมรับความเห็นต่าง และสื่อสารอย่างมีสติ การพูดคุยเรื่องการเมืองก็เป็นประเด็นพูดคุยที่สร้างสรรค์ และสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่ทำลายความสัมพันธ์
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
Facebook Page : เผื่อใครสนใจ-อ่านเลย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





