“อภิสิทธิ์”หาเสียงสุโขทัย ชูนโยบาย”เกิดจนตาย” มั่นคงถ้วนหน้า
“อภิสิทธิ์”เตือนสติชาวสุโขทัย รับเงิน 1,000 เท่ากับขายอนาคตวันละ 1 บาท แลก 4 ปีคุ้มหรือไม่ ชูนโยบาย”เกิดจนตาย” มั่นคงถ้วนหน้า รื้อกองทุนหมื่นล้าน ดันจ้างงานคนพิการ ด้าน “ชัยวุฒิ” ปลุกเลิกวงจรซื้อเสียง ชี้กากบาทคือการมอบอำนาจบริหารประเทศ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงที่จังหวัดสุโขทัย ชูนโยบาย “ล้างบ้านเมืองให้สะอาด” เดินหน้าปราบคอร์รัปชัน พร้อมยกระดับสวัสดิการกลุ่มเปราะบาง ย้ำเลือกประชาธิปัตย์ได้ทั้งรัฐบาลมือสะอาดและคุณภาพชีวิตประชาชนที่ดีขึ้น
นายอภิสิทธิ์ เริ่มต้นด้วยการสะท้อนปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน โดยเฉพาะกลุ่มทุนสีเทาและขบวนการสแกมเมอร์ที่กำลังคุกคามประเทศ ระบุว่าขบวนการเหล่านี้นำเงินที่หลอกลวงประชาชนไปซื้ออำนาจเพื่อเป็นเกราะคุ้มกันทางกฎหมาย ขณะที่ในต่างประเทศมีการยึดทรัพย์และดำเนินคดีอย่างรวดเร็ว แต่ประเทศไทยกลับล่าช้า ทั้งที่มีหลักฐานเส้นทางการเงินชัดเจน พรรคประชาธิปัตย์ เคยนำข้อมูลไปยื่นต่อหน่วยงานตรวจสอบแล้ว แต่เรื่องกลับเงียบหาย ย้ำว่าประเทศไม่อาจอยู่กับระบบเช่นนี้ได้ บ้านเมืองต้องกลับมาสุจริต เพื่อให้ผู้แทนเข้าไปทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อรับใช้ทุนสีเทา

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังฝากข้อคิดถึงชาวสุโขทัยเกี่ยวกับการขายเสียง โดยระบุว่า หากรับเงิน 1,000 บาท แลกกับอำนาจตัดสินใจ 4 ปี เท่ากับขายอนาคตในราคาไม่ถึงวันละ 1 บาท ซึ่งไม่คุ้มกับความเสียหายจากการทุจริตที่ทำให้โครงการพัฒนาประเทศไม่เกิดขึ้น
“ใครที่มาซื้อเสียงเราไป เขาไม่รู้สึกว่าเป็นหนี้บุญคุณ เพราะถือว่าจบกันแล้วด้วยเงิน แต่ประชาธิปัตย์ไม่ทำแบบนั้น เราต้องการเป็นหนี้ใจประชาชน และกลับมาดูแลพี่น้องตลอดไป”

ในด้านนโยบายสังคม นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการดูแลคนพิการ โดยย้อนถึงสมัยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่ได้แก้กฎหมายให้สถานประกอบการที่มีพนักงาน 100 คน ต้องจ้างคนพิการอย่างน้อย 1 คน หากไม่จ้างต้องจ่ายเงินเข้ากองทุน ซึ่งส่งผลให้กองทุนคนพิการมีเงินสะสมจำนวนมาก แต่กลับนำมาใช้ประโยชน์ได้น้อย จึงย้ำว่าหากประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล จะรื้อระบบกองทุนดังกล่าว เพื่อนำเงินมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมพัฒนาฐานข้อมูลเพื่อเชื่อมโยงการจ้างงานคนพิการอย่างเป็นรูปธรรม
นายอภิสิทธิ์ ระบุด้วยว่า พรรคมีนโยบายเพิ่มเบี้ยผู้พิการจาก 800 บาท เป็น 1,600 บาท และกรณีผู้พิการอายุต่ำกว่า 18 ปี จะเพิ่มจาก 1,000 บาท เป็น 2,000 บาท พร้อมต่อยอดการปรับปรุงอาคารสถานที่ราชการทั่วประเทศ ให้มีทางลาดและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ โดยช่วงท้าย นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่า นโยบายของพรรคไม่ใช่คำพูดเฉพาะช่วงหาเสียง แต่เป็นอุดมการณ์ที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง คือการสร้างความมั่นคงในชีวิตประชาชน “ตั้งแต่เกิดจนตาย” ผ่านการลงทุนด้านคน การศึกษา และสวัสดิการขั้นพื้นฐาน พร้อมขอแรงสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 27 เพื่อเข้าไปผลักดันนโยบายเหล่านี้ให้เป็นจริง

ขณะที่นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเวทีปลุกกระแสการเมืองสุจริต ย้ำให้ประชาชนตระหนักถึงความหมายของการเลือกตั้ง โดยระบุว่า วันที่ 8 กุมภาพันธ์ อำนาจสูงสุดจะกลับมาอยู่ในมือประชาชนอีกครั้ง การกากบาทในคูหาไม่ใช่เพียงการเลือกผู้แทน แต่คือการ “มอบอำนาจ” ให้ไปบริหารประเทศแทน
นายชัยวุฒิ อธิบายว่า สส.ที่มาจากการซื้อเสียงกับ สส.ที่มาจากเสียงบริสุทธิ์มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง เพราะการซื้อเสียงคือการซื้อขาด เมื่อจ่ายเงินแล้วก็ถือว่าหมดภาระ ไม่จำเป็นต้องกลับมาดูแลประชาชนอีก พร้อมย้ำว่าการซื้อเสียงคือการดูถูกศักดิ์ศรีประชาชน และเป็นต้นตอของวงจรการเมืองสีเทาที่ประเทศต้องเผชิญ พร้อมขอให้ชาวสุโขทัยใช้สิทธิอย่างมีสติ เพื่ออนาคตของประเทศและลูกหลาน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





