Home
|
ทั่วไป

ทรัมป์ เปิดเกมเจรจานาโต ปม “กรีนแลนด์” !

Featured Image

 

 

จับตาทั่วโลก ล่าสุด ทรัมป์ เปิดเกมเจรจา “นาโต” ปม “กรีนแลนด์”หลังใช้ภาษีเป็นเครื่องต่อรองกับยุโรป หวังวางกรอบความมั่นคงอาร์กติกในระยะยาว ย้ำชัด ไม่ใช้กำลังทหาร

 

 

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า เตรียมหารือ กับองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต หลังสถานการณ์ตึงเครียดทางการค้ากับยุโรป คลี่คลายลง
ท่ามกลางประเด็นการเจรจาเกี่ยวกับกรีนแลนด์และความมั่นคงในภูมิภาคอาร์กติ

 

โดยสำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ทรัมป์ระบุถึงความเป็นไปได้ในการบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับกรีนแลนด์หลังสหรัฐตัดสินใจชะลอแผนเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากหลายประเทศในยุโรป
ซึ่งก่อนหน้านี้สหรัฐเคยประกาศจะขึ้นภาษีร้อยละ 10 % และอาจเพิ่มเป็นร้อยละ 25 %กับประเทศสมาชิกนาโตหลายประเทศ ที่คัดค้านความพยายามของสหรัฐในประเด็นกรีนแลนด์

 

 

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ระบุว่า การหารือ เลขาธิการนาโตมีความคืบหน้าอย่างมาก และทั้งสองฝ่ายได้วางกรอบความเข้าใจในอนาคตเกี่ยวกับกรีนแลนด์
รวมถึงภูมิภาคอาร์กติกทั้งหมด ซึ่งหากสามารถบรรลุข้อตกลงได้จะเป็นผลดีต่อทั้งสหรัฐและประเทศสมาชิกนาโต

 

จากความคืบหน้าดังกล่าว สหรัฐจึงตัดสินใจชะลอการขึ้นภาษีศุลกากร ที่มีกำหนดมีผลในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมเดินหน้าเจรจาเพิ่มเติม ภายใต้การดูแล ของทีมงานระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐ
และย้ำชัดว่า สหรัฐจะไม่ใช้กำลังทางทหารเพื่อเข้าควบคุมกรีนแลนด์

 

 

หากมองในเชิงวิเคราะห์ จะเห็นได้ว่า สิ่งที่ทรัมป์ ดำเนินการทั้งหมด ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของดินแดน แต่คือการวางเกมอำนาจในระดับโลก โดยสามารถมองได้เป็น 3 เป้าหมายใหญ่

 

1.ความมั่นคงในฐานะมหาอำนาจของสหรัฐ กรีนแลนด์ถูกมองว่าเป็น “ป้อมปราการแห่งอาร์กติก”จุดยุทธศาสตร์สำคัญในการควบคุมช่องทางเดินเรือ “GIUK Gap” ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่ใช้ติดตามและสกัดกั้นความเคลื่อนไหวของรัสเซีย อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ตั้งระบบเรดาร์และระบบเตือนภัยขีปนาวุธ เพื่อรับมือภัยคุกคามจากจีน และรัสเซีย รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดโครงการป้องกันประเทศในอนาคตอย่าง “Golden Dome” จึงถือเป็นเหตุผลหลักที่สุดของทรัมป์

 

 

2.ปลดล็อกทรัพยากร ตัดอำนาจจีน กรีนแลนด์อุดมไปด้วยแร่ธาตุหายาก หรือ Rare Earth ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและอาวุธยุทโธปกรณ์ปัจจุบันจีนยังคงเป็นผู้คุมตลาดแร่เหล่านี้ หากโลกตะวันตกสามารถเข้าถึงทรัพยากรในกรีนแลนด์ได้ จะทำให้สมดุลอำนาจด้านทรัพยากรเปลี่ยนไป และลดการพึ่งพาจีนลงอย่างมีนัยสำคัญ

 

 

3.การวางหมากระยะยาว 30–50 ปีข้างหน้า ภาวะโลกร้อนกำลังเปิดเส้นทางเดินเรือใหม่ในแถบอาร์กติก ซึ่งอาจเปลี่ยนโฉมการค้าโลกในอนาคต

 

 

ขณะเดียวกัน สภาพอากาศที่หนาวเย็นของกรีนแลนด์ ยังถูกมองว่าเป็นทำเลศักยภาพสำหรับการตั้งศูนย์ Data Center ขนาดใหญ่ ซึ่งมีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลในระยะยาวที่สำคัญ กรีนแลนด์คือขุมทรัพย์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ อาทิเช่น น้ำมัน, ก๊าซ, ทองคำ, แร่เหล็ก,ก๊าซธรรมชาติ และแร่หายากขนาดใหญ่ของโลก

 

 

ฉะนั้น ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ทรัมป์มองกรีนแลนด์ในฐานะ “หมากยุทธศาสตร์แห่งอนาคต” ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และอำนาจต่อรองโลก เป็นการคิดแบบนักธุรกิจผสานนักยุทธศาสตร์มากกว่าภาพของนักล่าอาณานิคมอย่างที่หลายฝ่ายกังวล

 

 

ฉะนั้น การที่ทรัมป์ต้องการกรีนแลนด์ อาจไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน เพราะในอดีต สหรัฐเคยซื้ออะแลสกามาแล้ว คำถามคือ ครั้งนี้ กรีนแลนด์ จะเป็นดีลประวัติศาสตร์อีกครั้งหรือไม่

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

 

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube