Home
|
ข่าว

“อนุทิน”ตกใจ!ไฟไหม้ซากเครนถล่มพระราม2-เชื่อไม่ใช่ทำลายหลักฐาน

Featured Image

 

 

 

“อนุทิน”ตกใจ!ไฟไหม้ซากเครนถล่มพระราม 2 ถามอีกแล้วหรือ ซัดสะท้อนไม่ได้ดำเนินการปรับปรุงความปลอดภัยเลย ลั่นไม่ต้องนั่งนับญาติ ยันเดินหน้าเอาผิดทางปกครอง-บอกเลิกสัญญา เชื่อไม่ใช่ทำลายหลักฐาน

 

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเหตุเพลิงไหม้ซากเครนถล่มที่ถนนพระราม 2 โดยแสดงสีหน้าตกใจ และถามกลับว่า “ อีกแล้วหรือ” ตอนนี้เพิ่งประชุมคณะรัฐมนตรีเสร็จ  หากมีเหตุการณ์ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคม จะเป็นผู้รายงาน โดยในเบื้องต้นหน่วยงานที่เป็นเจ้าของโครงการต้องดูแล ซึ่งจุดพระราม 2 กรมทางหลวงเป็นผู้ดูแลอยู่ พร้อมย้ำว่าในฐานะรัฐบาลให้ดำเนินการทางปกครอง โดยหาวิธีการบอกเลิกสัญญากับผู้รับเหมา แต่รัฐบาลไม่ได้เป็นคู่สัญญา จึงได้แจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ไปดำเนินการ

 

 

ส่วนการเกิดเหตุไฟไหม้ซ้ำในพื้นที่ดังกล่าว มองว่าเป็นการพยายามทำลายหลักฐานหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า หากถามตนในฐานะวิศวกร ต้องมีการวางแผนงานควบคุมงานและใส่ใจ ตามระดับความเสี่ยงของงาน และส่วนที่สำคัญมาก คือส่วนที่ไปเกี่ยวข้องกับบุคคลที่สาม ฉะนั้นต้องให้ความระมัดระวังให้มาก โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย พร้อมยกตัวอย่างบริษัทข้ามชาติที่ตนเคยทำงานด้วย ยังเคยได้รับรางวัลว่าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตต่อเนื่อง ซึ่งไม่ได้มาจากการฟลุ๊คหรือความโชคดี  แต่มาจากการวางแผน และการใส่ใจควบคุมงานที่เข้มข้น และหลักฐานไม่สามารถทำลายได้ เพราะหลักฐานชัดเจนคือเครนร่วงลงมา เป็นความเสียหาย ทางโครงสร้างวิศวกรรม จะไปเผาเศษเหล็กเศษปูนตอนนี้ไม่มีประโยชน์อะไร เอกสารก็ไม่ได้ต้องการ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นฟ้องมากกว่าเอกสาร

 

 

ส่วนกรณีที่ผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยวออกมาเรียกร้องให้มีการชดเชย นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ได้มอบนโยบายไปยังกรมทางหลวง การรถไฟแห่งประเทศไทย และกระทรวงคมนาคม ไปว่าไม่ฟังเงื่อนไขในสัญญา แต่ให้ไปดำเนินการตามกฏหมายปกครอง เพราะเป็นภัยและอันตรายต่อสาธารณะ ทำให้ประโยชน์ของสาธารณะเสียไป รวมไปถึงเรื่องความมั่นใจ นักลงทุนนักท่องเที่ยวแม้กระทั่งความมั่นใจของประชาชนในชาติ เพราะตอนนี้กลายเป็นว่าถนนเพชรเกษมติด เพราะไม่มีใครอยากวิ่งผ่านถนนพระราม 2 ทั้งที่ลงทุนไปเท่าไหร่ ซึ่งคนที่ทำให้เกิดความไม่มั่นใจ คือผู้ที่รับจ้างก่อสร้าง ทำให้เกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก

 

 

นายกรัฐมนตรี ยังระบุว่า ตอนที่ตนบอกว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ ก็โดนว่า ว่าไม่ใส่ใจ พอจะดำเนินการ ก็บอกว่าระวังเสียค่าโง่ แต่ถ้าทำตรงนี้แล้วนำไปสู่การปรับเปลี่ยนกฎหมาย ระเบียบควบคุมต่างๆ ได้ ตนไม่คิดว่าเป็นการเสียค่าโง่ เพราะคำว่าเสียค่าโง่ คือต้องโดนบริษัทฟ้อง แต่เครนถล่มลงมาขนาดนี้ คนตาย 30 กว่าคน มีการเกิดเหตุ 4-5 ครั้ง แล้วรัฐทำแบบนั้นก็ว่าทำแบบนี้ก็ว่า ตนก็ทำในสิ่งที่ควรทำ และตนไม่ได้เป็นคนที่เสียค่าโง่ เพียงไปบอกให้หน่วยงานว่าต้องทำอย่างไร แต่การทำแบบนี้ทุกฝ่ายจะได้ฉลาดขึ้น แล้วทำอะไรด้วยความระมัดระวัง ถ้าเป็นญาติเจ้าของบริษัทตายไม่เท่าไหร่ แต่คนไม่รู้อีโหน่อีเหน่ขับรถสัญจรไปมา ทั้งคนต่างจังหวัดและมีคนต่างชาติ ตรงนี้ต่างหากคือสิ่งที่เสียหายต่อประเทศ และจำเป็นต้องดำเนินการ

 

 

”ทั้งนี้ไม่ต้องมานั่งนับญาติอะไรผมหรอก ว่าแม่ผมเป็นน้องสาว  บริษัทอิตาเลียนไทย มันเป็นได้อย่างไร เพราะเมื่อก่อนก็แข่งขันกันมาตลอด ฉะนั้นมันเริ่มเชื่อมต่อไปเรื่องอื่นแล้ว จึงขอให้เอาเรื่องนี้ก่อน“

 

นายกรัฐมนตรี ยังย้ำว่า ขอให้หน่วยงานไปบอกเลิกสัญญาให้ได้ก่อน เพราะทำประเทศเสียหาย และยิ่งหากเกิดเหตุไฟไหม้จริง เท่ากับว่าไม่มีการดำเนินการอะไรให้เกิดความปลอดภัยขึ้นมาเลย ก็สมควรหรือยังที่ต้องดำเนินการ ซึ่งตนได้ทำหน้าที่ไปแล้วต่อไปเป็นหน้าที่ของผู้ปฏิบัติ หากไม่ทำก็จะคาอยู่  ประชุมคณะรัฐมนตรีกี่รอบก็ต้องมาถามกับนายพิพัฒน์ ต่อให้หลังการเลือกตั้งตนได้เป็นฝ่ายค้านก็ต้องมาถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่าได้ดำเนินการไปแล้วหรือยัง พร้อมย้ำว่าให้ดำเนินการใน 2 โครงการนี้ให้ได้ก่อน

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

 

 

 

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube