Home
|
ข่าว

“ธนาธร”ขอเลือกปชน. 2 ใบ เพื่อตั้งรัฐบาลประชาชน

Featured Image

 

 

 

“เท้ง”ลุยเชียงใหม่ ชูคนธรรมดาทำการเมือง เดินหน้ากระจายอำนาจ “ศิริกัญญา”มั่นใจเสียงตอบรับดีนนทบุรีสีส้มอีกครั้ง ด้าน”ธนาธร” เยือนมหาสารคาม ขอเลือกพรรคประชาชน 2 ใบถล่มทลาย ชี้เป้าหมายไม่ใช่แค่อันดับหนึ่ง แต่ต้องตั้งรัฐบาลประชาชนให้สำเร็จ

 

 

ความเคลื่อนไหวการหาเสียงของพรรคประชาชน เริ่มจาก เมื่อช่วงค่ำวันที่ 18 มกราคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แกนนำพรรคประชาชน ขึ้นเวทีปราศรัยที่วัดพระนอน (ขอนตาล) อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมแกนนำพรรค อาทิ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เพื่อช่วยหาเสียงผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ ท่ามกลางประชาชนเข้าร่วมรับฟังอย่างคึกคัก

 

 

โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวถึงกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทยซึ่งมีจำนวนราว 7 ล้านคน หรือคิดเป็น 1 ใน 10 ของประชากรทั้งหมด ย้ำว่าทุกคนล้วนเป็นคนไทย เสียงต้องมีความหมายเท่าเทียมกัน แต่การเมืองที่ผ่านมา กลุ่มชาติพันธุ์ยังขาดตัวแทนในสภา ทั้งที่ควรมีความหลากหลาย ทั้งกลุ่มชาติพันธุ์ คนพิการ และกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ

 

พร้อมชี้ว่า ระบบการเมืองแบบเดิมเอื้อให้เฉพาะคนที่รู้จักนายทุนหรือผู้มีอำนาจ ขณะเดียวกันยังถูกกัดกร่อนด้วย “ทุนเทา” ที่บ่อนทำลายประเทศ โดยย้ำว่าพรรคประชาชนเป็นพรรคเดียวที่มีเครือข่ายปีกชาติพันธุ์เข้มแข็ง และผลักดันการเมืองที่เปิดโอกาสให้ “คนธรรมดา” เข้ามาทำงานการเมือง

 

 

 

 

นายณัฐพงษ์ ยังสะท้อนปัญหาที่กลุ่มชาติพันธุ์เผชิญ ตั้งแต่การเข้าถึงบัตรประชาชน การศึกษา การรักษาพยาบาล การถูกยึดที่ดินทำกิน และโครงสร้างพื้นฐานที่ขาดแคลน พร้อมย้ำว่าพรรคประชาชนให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจ ให้ท้องถิ่นมีสิทธิ์กำหนดอนาคตของตัวเอง และหากได้เป็นรัฐบาล จะตั้งกองทุนพิสูจน์สิทธิ์ที่ดิน 1 หมื่นล้านบาท ภายในงบประมาณปีแรก เพื่อคืนสิทธิในที่ดินทำกินให้ประชาชน

 

 

ด้านนายวิโรจน์ ปราศรัยโจมตีปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ ที่สร้างความเสียหายให้คนไทยปีละกว่า 1 แสนล้านบาท พร้อมชี้ว่า เครือข่ายทุนเทาและมาเฟียข้ามชาติ แฝงตัวสร้างอิทธิพลและเชื่อมโยงกับการทุจริตเชิงโครงสร้าง ยืนยันพรรคประชาชนจะไม่ปกป้องใคร พร้อมผลักดันการบังคับใช้กฎหมายซเบอร์อย่างจริงจัง ให้ธนาคารและค่ายมือถือร่วมรับผิดชอบความเสียหายของประชาชน ทั้งนี้ อย่าคิดว่าสแกมเมอร์ ทุนเทา หรือปฏิบัติการ IO จะหยุดพรรคประชาชนได้

 

พร้อมเชิญชวนประชาชนเลือกพรรคประชาชนทั้งสองใบ ในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เพื่อร่วมกันตั้ง “รัฐบาลประชาชน”

 

ทั้งนี้ พรรคประชาชนส่งผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ครบทั้ง 10 เขต และขอแรงสนับสนุนจากประชาชน เพื่อผลักดันการเมืองที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และสร้างอนาคตใหม่ให้กับประเทศ

 

ขณะเดียวกัน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน เดินทางไปที่จังหวัดนนทบุรี พร้อมกับ นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ วุฒากร บุตยกุล ผู้สมัคร สส.นนทบุรี เขต 1 เบอร์ 8 และ เกียรติคุณ ต้นยาง ผู้สมัคร ส.ส.นนทบุรี เขต 7 เบอร์ 1 โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น มีประชาชนเข้ามาให้กำลังใจตลอดทาง

 

ระหว่างการหาเสียง น.ส.ศิริกัญญา ให้สัมภาษณ์ว่า การลงพื้นที่หาเสียงครั้งนี้มีประชาชนเข้ามาสะท้อนปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาปากท้อง รวมถึงตอบรับต่อการทำงานของพรรคประชาชนที่ผ่านมา เช่น การร่วมผลักดันการปรับสูตรบำนาญประกันสังคมให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์ที่เป็นธรรมมากขึ้น รวมถึงสอบถามเกี่ยวกับนโยบายของพรรคประชาชน เช่น การเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ในอัตรา 1,000–1,500 บาทต่อเดือน ซึ่งสอดคล้องกับสถานะทางการคลังของประเทศในปัจจุบัน ทั้งนี้ ตนได้รับฟังทุกความคิดเห็น เพื่อนำไปผลักดันเป็นนโยบายของรัฐบาลประชาชนต่อไป

 

 

 

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวด้วยว่า พื้นที่นนทบุรีได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม เราทำงานบนพื้นฐานของข้อมูล และจะทำงานให้หนักขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้จังหวัดนนทบุรีเป็นสีส้มทั้งจังหวัดอีกครั้ง และสามารถจัดตั้งรัฐบาลประชาชนเข้าไปแก้ปัญหาของประชาชน

 

 

นอกจากนี้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงผู้สมัคร สส.มหาสารคาม หลายเขต โดยเริ่มกิจกรรมตั้งแต่ช่วงเช้าที่ตลาดสดเทศบาลเมืองมหาสารคามร่วมกับนายธีระวัฒน์ พรรณะ ผู้สมัคร สส.เขต 1 เบอร์ 1 ก่อนขึ้นรถแห่ปราศรัยพบปะประชาชนตามถนนสายหลักในตัวเมือง ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก

 

จากนั้น ในช่วงสาย นายธนาธรได้ร่วมเวทีปราศรัยกับนายวันชนะ ชัยรุ่งเรือง ผู้สมัคร สส.มหาสารคาม เขต 4 เบอร์ 2 ที่บ้านหนองแวง ตำบลบรบือ อำเภอบรบือ โดยตลอดการลงพื้นที่ ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก ทั้งการเข้ารับฟัง ปราศรัย พูดคุยให้กำลังใจ และขอถ่ายภาพร่วมกันอย่างต่อเนื่อง

 

นายธนาธร กล่าวถึงบทเรียนจากการเลือกตั้งปี 2566 ว่า แม้อดีตพรรคก้าวไกลจะชนะการเลือกตั้งและรวมเสียง สส. ได้เกิน 250 เสียง แต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เนื่องจาก ถูกขัดขวางจากสมาชิกวุฒิสภา อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มี สว. ร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีแล้ว จึงขอแรงสนับสนุนจากประชาชนเลือกพรรคประชาชนทั้งสองใบให้มากที่สุดเพื่อให้สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้จริง พร้อมระบุว่า แม้ผลโพลหลายสำนักจะชี้ว่าพรรคประชาชนได้รับความนิยมสูงสุด แต่ยังไม่เพียงพอ หากต้องการให้ชัยชนะมีนัยสำคัญและไม่สามารถถูกปฏิเสธได้ การเลือกตั้งครั้งนี้ “ปันใจไม่ได้” และต้องชนะอย่างถล่มทลาย

 

 

 

 

 

 

นายธนาธร ย้ำว่า พรรคประชาชนพิสูจน์มาแล้วหลายครั้ง จากวันที่ถูกมองว่าได้ สส. ไม่เกิน 5 คน สู่การมี 81 เสียงในยุคพรรคอนาคตใหม่ และก้าวขึ้นเป็นพรรคอันดับหนึ่งในการเลือกตั้งปี 2566 ในนามพรรคก้าวไกล พร้อมประกาศว่า การเลือกตั้งปี 2569 เป้าหมายไม่ใช่แค่เป็นพรรคอันดับหนึ่ง แต่ต้องจัดตั้งรัฐบาลประชาชนให้สำเร็จ

 

นอกจากนี้ นายธนาธร ยังชี้ให้เห็นความแตกต่างของพรรคประชาชน ที่เปิดตัวทีมบุคลากรและว่าที่คณะรัฐมนตรีล่วงหน้า เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจบนพื้นฐานของความรู้ความสามารถไม่ใช่ระบบมุ้ง บ้าน หรือสายสัมพันธ์ พร้อมระบุว่า หากยังเลือกพรรคการเมืองแบบเดิม ประเทศก็จะได้รัฐมนตรีหน้าเดิมๆ มาบริหารประเทศ

 

“บัตรเลือกตั้งของประชาชนสามารถขีดเขียนอนาคตของลูกหลานได้ เลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่เลือก สส. แต่คือการเลือกอนาคตของประเทศ” นายธนาธร กล่าวทิ้งท้าย

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

 

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube