“สุดารัตน์” หาเสียงร้อยเอ็ด จี้นายกฯอย่าจบแค่ยกเลิก 2 สัญญา
“สุดารัตน์” หาเสียงร้อยเอ็ด ประกาศทวงคืนงบคอร์รัปชัน ปีละ 5 แสนล้าน บี้นายกฯ ขึ้นบัญชีดำบริษัทมรณะ ห้ามรับงานรัฐทุกกรณี ซัดอย่าจบแค่ยกเลิก 2 สัญญา
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด เดินหน้าพบปะประชาชนและขึ้นรถแห่ขอคะแนนเสียง ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก ได้รับการต้อนรับ อย่างอบอุ่นจากชาวบ้านในพื้นที่ โดยมีการจัดเวทีปราศรัยรวม 5 เวที มีประชาชนเข้าร่วมรับฟังนโยบายอย่างเนืองแน่น โดยคุณหญิงสุดารัตน์ ขึ้นเวทีปราศรัย ย้ำว่า ปัญหาใหญ่ที่ทำให้ คนไทยยากจน ไม่ใช่เพราะประเทศไม่มีงบประมาณ แต่เพราะ “คอร์รัปชัน” ที่ปล้นเงินคนไทยไปปีละกว่า 500,000 ล้านบาท ส่งผลให้แม้งบประมาณแผ่นดินจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนเกือบ 4 ล้านล้านบาทต่อปี แต่ชีวิตประชาชนกลับไม่ได้ดีขึ้น ซ้ำยังลำบากกว่าเดิม เพราะเงินจำนวนมหาศาลถูกโกงไปสร้างความมั่งคั่งให้กับนักการเมืองทุจริต แทนที่จะนำมาแก้ปัญหาปากท้อง ประชาชน ตนและพรรคไทยสร้างไทย ขออาสาไปทวงคืนเงิน 500,000 ล้านบาท ที่คนไทยถูกโกง กลับมาใส่กระเป๋าคนไทยทุกคน

ขณะเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ ยังเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับบริษัทรับเหมาที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงจากโครงการก่อสร้างของรัฐ หลังเกิดเหตุสะพาน ยกระดับถนนพระราม 2 และโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่ม โดยย้ำว่า รัฐบาลต้องไม่หยุดเพียงแค่การสั่งยกเลิกสัญญา 2 โครงการล่าสุด หรือการออกมาแสดงความเสียใจ เป็นรายกรณี โดยนายกรัฐมนตรีต้องแสดงความจริงจังด้วยการนั่งหัวโต๊ะ สั่งการรัฐมนตรีที่กำกับดูแลทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางระบบลงโทษบริษัทผู้รับเหมาที่ขาดความรับผิดชอบ จนทำให้ประชาชนเสียชีวิตและบาดเจ็บอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะการนำบริษัทเหล่านี้ขึ้น “บัญชีดำ” ห้ามรับงานรัฐทุกกรณี เพื่อไม่ให้กลับมาแฝงตัวเข้าประมูลโครงการราชการได้อีก
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่าบริษัทกลุ่มเดียวกันที่เคยมีประวัติเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ยังได้รับงานจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง มีมูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านบาท โดยเป็นโครงการ อาคารสาธารณะสำคัญ ทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล และสนามบิน ซึ่งหากก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน ย่อมสร้างความเสี่ยงต่อชีวิตประชาชนจำนวนมาก
คุณหญิงสุดารัตน์ ยังเปิดเผยว่า บริษัทกลุ่มนี้มีความเชื่อมโยงกับโศกนาฏกรรมหลายเหตุการณ์ ตั้งแต่ตึก สตง. ถล่ม มีผู้เสียชีวิตเกือบ 100 ราย ไปจนถึงเหตุโครงสร้าง รถไฟความเร็วสูงถล่มที่มีผู้เสียชีวิตกว่า 30 ราย แต่กลับยังไม่ได้ถูกส่งชื่อขึ้นบัญชีดำอย่างเป็นทางการ ทั้งที่เหตุการณ์ตึก สตง. ผ่านมานานเกือบ 1 ปีแล้ว

ตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง มาตรา 109 ระบุชัดว่า เมื่อหน่วยงานรัฐรับทราบความเสียหายจากผู้รับเหมา ต้องเร่งเสนอเรื่องให้กรมบัญชีกลางพิจารณาขึ้นบัญชีดำ หรือสั่งลดชั้นทันที แต่ที่ผ่านมา กลับพบความล่าช้าในการบังคับใช้กฎหมาย จนเกิดคำถามถึงความรับผิดชอบของรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในหลายยุค ที่ปล่อยให้บริษัท ที่ทำงานชุ่ยยังคงรับงานรัฐต่อเนื่อง
หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ย้ำว่า แม้นายกรัฐมนตรีจะเริ่มขยับสั่งการในกรณีล่าสุดแล้ว แต่ต้องไม่แก้ปัญหาแบบเฉพาะหน้า พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบสัญญาโครงการ มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาทของบริษัทกลุ่มนี้อย่างละเอียด เพื่อประเมินความปลอดภัย และนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอย คร่าชีวิตคนไทยอีกในอนาคต
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





