“อภิสิทธิ์”ลั่นปชป.เป็นรบ.ลุยปราบคน-หน่วยงานเอี่ยวทุนเทาใน90วัน
“อภิสิทธิ์”ลั่นหากประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล กวาดล้างคนขวางทาง–หน่วยงานเอี่ยวทุนเทาใน 90 วัน ชี้เหตุเครนถล่ม ไม่ใช่อุบัติเหตุทั้งหมด แต่เกิดจากคอร์รัปชัน ย้ำรัฐมีเครื่องมือจัดการพร้อม
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายเร่งด่วนในแผนปฏิบัติการ 90 วันแรก หากพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล โดยเฉพาะการ ปราบปรามสแกมเมอร์และทุนสีเทา ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญของประเทศ พร้อมระบุว่า ปัญหาการจัดการทุนเทาในประเทศไทย ไม่ได้ติดอยู่ที่กฎหมาย เพราะกฎหมายมีอยู่แล้ว แต่ที่ทำให้ประเทศไทยถูกมองว่าล่าช้ากว่าประเทศอื่น เป็นเพราะมี “คนขวางทาง” อยู่ในระบบ จึงจำเป็นต้องนำบุคคลหรือหน่วยงานที่เป็นอุปสรรคออกไปให้หมดภายใน 90 วัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
โดยยกตัวอย่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลตลาดทุนอย่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งตนยังมีข้อสงสัยและความไม่มั่นใจว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องคั่งค้างจากอดีตหรือไม่ หากพบว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องกับทุนเทาหรือขัดขวางการปราบปราม ก็ต้องหลีกทางออกไปทันที
“ถ้าภายใน 90 วันยังไม่มีการดำเนินการ คนที่รับผิดชอบต้องถูกย้ายเลย เพราะเราต้องทำให้ประชาชนมั่นใจว่า ไม่มีใครขวางทางการปราบทุนเทา” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ส่วนกรณีเหตุเครนถล่มและอุบัติเหตุจากโครงการก่อสร้างภาครัฐ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเชื่อเช่นเดียวกับประชาชนจำนวนมากว่า สิ่งที่เรียกว่าอุบัติเหตุในประเทศไทย ไม่ได้เป็นอุบัติเหตุทั้งหมด หากไม่มีปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันหรือความไม่ชอบมาพากล เหตุการณ์ลักษณะนี้จะไม่เกิดถี่และไม่รุนแรงเช่นนี้ โดยย้ำว่า ภาครัฐมีเครื่องมือทางกฎหมายและกลไกการบริหารอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น อำนาจของกรมบัญชีกลางในการขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมา ยกเลิกสัญญา ไม่ให้เข้ารับงานภาครัฐซ้ำ ปรับค่าเสียหาย รวมถึงดำเนินคดีอาญาในกรณีที่เข้าข่าย ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับว่าจะ “ทำจริงหรือไม่”
พร้อมเสนอให้การสอบข้อเท็จจริงต้องดำเนินการโดยบุคคลหรือองค์กรที่มีความเป็นอิสระ เพื่อให้สามารถถอดบทเรียนและป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคตได้ โดยระบุว่า แพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” จะช่วยให้เห็นความเชื่อมโยงของเหตุการณ์ เช่น เหตุเครนถล่มครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 หรือ ครั้งที่ 3 ว่ามีตัวละครหรือบริษัทเดิมเข้ามาเกี่ยวข้องซ้ำหรือไม่ ซึ่งจะนำไปสู่การจัดการอย่างเด็ดขาด
สำหรับความจำเป็นในการมีองค์กรกลางเข้ามาตรวจสอบ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การสอบข้อเท็จจริงเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่เฉพาะกรณีเครนถล่มเท่านั้น แต่รวมถึงเหตุการณ์ใหญ่ ๆ อย่างอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่ หรือกรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม ที่ควรมีการตรวจสอบตั้งแต่ต้นตอของปัญหา ไปจนถึงการบริหารจัดการระหว่างเกิดเหตุ
“ปัญหาของบ้านเรา คือ เรื่องผ่านไปแล้วก็ลืม แต่ถ้าไม่ถอดบทเรียนอย่างจริงจัง เหตุการณ์ก็จะเกิดซ้ำอีก” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





