เพื่อไทยคุยหอการค้าฯ”ยศชนัน”โชว์วิชั่นเศรษฐกิจนวัตกรรม
หอการค้าฯ ถกเพื่อไทย ชู “Hope 69” ด้าน “ยศชนัน”โชว์วิชั่นเศรษฐกิจนวัตกรรม ดันอาหารเป็นยา–ศูนย์กลางสุขภาพ–AI พร้อมรื้อการศึกษา ปั้นไทยเป็น “พื้นที่ปลอดภัย”ของโลก
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมคณะกรรมการบริหาร ให้การต้อนรับ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยและนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมทีมเศรษฐกิจของพรรค ในโอกาสเข้าพบหารือเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านนโยบายเศรษฐกิจและการเมือง ก่อนการเลือกตั้งใหญ่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
นายพจน์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศ ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์ โดยหอการค้าไทย ซึ่งกำลังก้าวสู่ปีที่ 94 มีเครือข่ายสมาชิกกว่า200,000 ราย รวมถึงกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ (YEC) พร้อมปรับบทบาทเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศร่วมกับภาครัฐ จึงเสนอแนวคิด “Hope 69” เพื่อเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นความหวังที่จับต้องได้

สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบาย หอการค้าไทยได้สังเคราะห์ความเห็นจากภาคเอกชนเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1.การกำหนด “วาระแห่งชาติ” เพื่อความต่อเนื่องของนโยบาย โดยเฉพาะการปฏิรูปการศึกษาที่ยังไม่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน 2.การฟื้นฟูเศรษฐกิจ และ 3.การสร้างเสถียรภาพทางการเมือง เพื่อเสริมความเชื่อมั่นนักลงทุน
โดยการหารือครั้งนี้มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทั้งกฎหมาย เกษตร การค้าระหว่างประเทศ และดิจิทัล–AI เข้าร่วมอย่างคับคั่ง เพื่อนำข้อเสนอไปใช้กำหนดทิศทางประเทศหลังการเลือกตั้ง
ด้าน นายยศชนัน กล่าวว่า การเข้าพบสภาหอการค้าไทยครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการหาเสียง แต่เป็นการมารับฟังความคิดเห็นและสะท้อนความจริง เพื่อตรวจสอบว่านโยบายของพรรคสามารถตอบโจทย์ภาคธุรกิจและทำได้จริงหรือไม่ โดยเรามีนโยบาย เราลงหาเสียง แต่ขณะเดียวกันก็อยากฟังว่า สิ่งที่เราคิดสามารถทำได้จริงหรือไม่ ดีกว่าเข้าไปผลักดันโดยไม่รับฟังจนเกิดความไม่สบายใจ
พร้อมนำเสนอวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศภายใต้แนวคิด “Innovation-driven Economic Growth” หรือการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยเน้นการผสานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการแข่งขันทางการค้าเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากจุดแข็งของไทย โดยเฉพาะความหลากหลายทางชีวภาพ

หนึ่งในนโยบายสำคัญ คือ การยกระดับจาก Food Security สู่ Food and Nutrition Security ผลักดัน Future Food และ Functional Food หรือ “อาหารเป็นยา” เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ภาคเกษตรพร้อมต่อยอดภาคท่องเที่ยวและบริการ จาก Medical Hub สู่ Wellness Hub แบบครบวงจร รวมถึงการผลักดันไทยเป็น Wedding Destination และ Festival Hub ที่เปิดรับความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) รองรับเศรษฐกิจสีรุ้ง (Rainbow Economy)
ในด้านการบริหารจัดการภาครัฐ นายยศชนัน เน้นการผลักดัน Digital Government เต็มรูปแบบ เชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ–เอกชน ลดขั้นตอนราชการผ่านแนวคิด Guillotine Law พร้อมชู One IDหรือ Super App เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและลดคอร์รัปชัน รวมถึงการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานด้าน Physical AI อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และ Data Center เพื่อรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่
ขณะเดียวกัน ยังย้ำถึงความจำเป็นในการ “รื้อระบบการศึกษา” ครั้งใหญ่ เพื่อ Reskill และ Upskill แรงงานไทย ให้สามารถแข่งขันในตลาดโลก โดยตั้งเป้าสร้าง “Global Citizen” ที่เรียนในไทยแต่ทำงานได้ทั่วโลก และในมิติภูมิรัฐศาสตร์ นายยศชนัน ระบุว่า ไทยควรวางตำแหน่งตนเองเป็น “Sanctuary” หรือพื้นที่ปลอดภัย เป็นมิตรกับทุกฝ่าย เพื่อดึงดูดการลงทุนและการย้ายฐานการผลิตจากทั่วโลก ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ หลายคนพูดถึง Challenge 69 แต่เราต้องเปลี่ยนให้เป็น ‘Hope 69’ ความหวังที่จับต้องได้ หากเราปรับโครงสร้างการศึกษา ใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างจริงจัง ไทยสามารถเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสได้”
อย่างไรก็ตาม การหารือดังกล่าวมีแกนนำและขุนพลเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช นายภูมิธรรม เวชยชัย นายพิชัย นริพทะพันธุ์ นายจักรพงษ์แสงมณี นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รวมถึงอดีตรัฐมนตรีและผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ อีกหลายคน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





