Home
|
ข่าว

“อภิสิทธิ์” มั่นใจปชป.กลับมาแข็งแกร่ง แซะ”แดง–น้ำเงิน”โยนกันไปมา

Featured Image

 

“อภิสิทธิ์” มั่นใจ ปชป.กลับมาแข็งแกร่ง แซะพรรคแดง–น้ำเงินโยนกันไปมา ตัดเน็ต–ไฟปราบสแกมเมอร์ จนต่างชาติต้องมาคุมเอง ขณะ”จุรินทร์” ลุยหาเสียงพังงา ชวนประชาชนร่วมสร้างตำนานการเมืองสุจริต มั่นใจเสียงดีขึ้นทั่วประเทศ

 

 

ความเคลื่อนไหวพรรคประชาธิปัตย์ในการลงพื้นที่หาเสียง เริ่มจาก ช่วงค่ำวันที่ 12 มกราคม 2569  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แคมเปญ “ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น” ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก โดยก่อนขึ้นเวที นายอภิสิทธิ์ได้เดินพบปะประชาชนที่ตลาดพระปิ่น 3 มีประชาชนมารอถ่ายภาพและให้กำลังใจจำนวนมาก เมื่อขึ้นเวที นายอภิสิทธิ์กล่าวขอบคุณประชาชนที่สละเวลามารับฟังการปราศรัยและให้กำลังใจผู้สมัครทุกเขต พร้อมยอมรับว่า ตนเพิ่งกลับเข้าสู่สนามการเมืองอีกครั้งเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และไม่คาดคิดว่าจะต้องกลับมารับบทบาทหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในช่วงเวลาที่การเมืองเปลี่ยนแปลงรวดเร็วเช่นนี้ โดยเฉพาะการที่นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาฯ อย่างกะทันหัน ทำให้หลายพรรคตั้งตัวไม่ทัน

 

 

สิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นคือความเข้มแข็งของพรรคประชาธิปัตย์ แม้จะมีเวลาเตรียมตัวจำกัด แต่พรรคสามารถเปิดรับผู้สมัครที่มีอุดมการณ์เดียวกันเข้ามาร่วมงานได้ทันที ยอมรับว่าในหลายพื้นที่ รวมถึงจังหวัดนนทบุรี พรรคอาจไม่ได้มีฐานเสียงแข็งแรงเหมือนในอดีต และผู้สมัครบางรายอาจไม่ได้มีประสบการณ์ทางการเมืองยาวนาน แต่สิ่งสำคัญคือทุกคนมีความกล้าหาญและจิตใจที่เด็ดเดี่ยวพอจะยืนถือธงประชาธิปัตย์ในพื้นที่ พร้อมแซวประชาชนที่ส่งเสียงเชียร์ว่า อยากให้เปลี่ยนเสียงเชียร์เหล่านั้นเป็นคะแนนในวันเลือกตั้ง

 

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า การเมืองในช่วงหลายปีที่ผ่านมาไม่สามารถตอบโจทย์ประชาชนได้ ทำให้สังคมเต็มไปด้วยความอึดอัดและความไม่พอใจ ตนเองแม้จะไม่ได้อยู่ในการเมืองโดยตรง แต่เมื่อได้พบปะประชาชน รวมถึงนักธุรกิจจำนวนมาก ต่างสะท้อนความกังวลต่อทิศทางประเทศ หลายคนมองว่าการเมืองกลายเป็นเกมต่อรองของพรรคการเมือง การย้ายขั้ว เปลี่ยนข้าง และการต่อรองอำนาจ ขณะที่ประชาชนกลับไม่มั่นใจว่าประเทศกำลังเดินหน้า หรือกำลังถอยหลัง

 

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ โดยระบุว่า ขณะนี้สังคมเห็นภาพการโทษกันไปมาระหว่างพรรคการเมืองสีแดงและสีน้ำเงิน ในประเด็นการตัดไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตเพื่อปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ แต่กลับไม่สามารถจัดการได้อย่างเด็ดขาด จนต้องให้รัฐมนตรีจากประเทศอื่นเข้ามาบัญชาการแก้ไขปัญหาเอง พร้อมตั้งคำถามถึงรัฐบาลว่า เหตุใดจึงล่าช้าและลังเล ทั้งที่ปัญหาส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างกว้างขวางช่วงหนึ่งของการปราศรัย นายอภิสิทธิ์ยังหยิบยกกรณี “ชั้น 14” ขึ้นมาพูด โดยระบุว่า ไม่ว่าจะไปที่ใด ก็ยังได้ยินประชาชนซุบซิบนินทาถึงความไม่ชัดเจนของกระบวนการยุติธรรม แต่กลับไม่เห็นทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านดำเนินการอย่างจริงจัง มีเพียงนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ที่ยื่นเรื่องให้มีการตรวจสอบ ทำให้เกิดคำถามต่อระบบการเมืองและความรับผิดชอบของผู้มีอำนาจ

 

 

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอย่างมั่นใจว่า หากพรรคประชาธิปัตย์ได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนมากพอ หลังการเลือกตั้งพรรคจะกลายเป็นที่จับตาและ “เนื้อหอม” ทางการเมืองอย่างแน่นอน พร้อมเชื่อว่าไม่มีพรรคการเมืองใดกล้าประกาศชัดว่าจะไม่ร่วมงานกับประชาธิปัตย์ พร้อมย้ำว่า พรรคไม่ได้ต้องการต่อรองเพื่อตำแหน่ง แต่ต้องการใช้พลังต่อรองเพื่อให้รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาที่กระทบต่อประชาชนอย่างแท้จริง

 

 

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ยังยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ยอมให้ประเด็นอ่อนไหวหรือเรื่องที่กระทบความรู้สึกของประชาชน เช่น ความขัดแย้งทางสังคม หรือประเด็นกฎหมายที่อ่อนไหว ถูกนำมาใช้สร้างความแตกแยกอีก พร้อมย้ำว่า ประชาชนสามารถมั่นใจได้ว่า หากเลือกประชาธิปัตย์ จะได้รัฐบาลที่อยู่ในร่องในรอย และกล้าแก้ปัญหาที่จับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

ช่วงท้าย นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า แม้พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ได้เป็นแกนนำรัฐบาลมานานกว่า 15 ปี แต่ผลงานในอดีตยังเป็นที่จดจำ พร้อมยกตัวอย่างการอนุมัติโครงการมอเตอร์เวย์สายบางใหญ่ในสมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี ก่อนทิ้งท้ายว่า วันนี้ประชาธิปัตย์กำลังเปลี่ยนบทบาทจาก “พรรคตัวแปร” เป็น “ตาอยู่” ทางการเมือง หากประชาชนให้โอกาสและสนับสนุนอย่างเต็มที่ พรรคจะสามารถใช้อำนาจทางการเมืองผลักดันการเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศได้อย่างแท้จริง

 

จากนั้น ในช่วงเช้าวันนี้ นายอภิสิทธิ์ ลงพื้นที่เขต 7 ช่วยนายพงษ์พล เตมีย์ หรือ “เกม” ผู้สมัคร สส. หาเสียงที่ตลาดราชวัตร โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยในช่วงเช้า พร้อมแนะนำผู้สมัครคนรุ่นใหม่หล่อมีความสามารถ แต่ชาวบ้านแซวกลับ “อภิสิทธิ์หล่อกว่า” ก่อนเจ้าตัวโพสต์เฟซบุ๊กขำ ๆ ถ่ายรูปคู่จอโทรทัศน์ บอกมาหาเสียงเจอตัวเอง สำหรับภารกิจช่วงเที่ยงวันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ มีกำหนดลงพื้นที่ช่วยนายพงศกร ขวัญเมือง ผู้สมัคร สส. เขตคลองเตย–วัฒนา หาเสียงต่อที่ตลาดรวมทรัพย์ ย่านอโศก

 

 

ขณะเดียวกัน ที่วิทยาลัยเทคนิคพังงา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครหาเสียง โดยมี นายสรรเพชร ทิพย์มณเฑียร ผู้สมัคร ส.ส.พังงา เขต 1 หมายเลข 4 ร่วมพบปะแกนนำและประชาชนในพื้นที่  นายจุรินทร์ ยอมรับว่า ผู้สมัครของพรรคเป็นคนใหม่ จำเป็นต้องใช้เวลาแนะนำตัว แต่เชื่อมั่นในความตั้งใจและการทำงาน พร้อมขอให้ชาวพังงาสนับสนุนการเมืองสุจริต เนื่องจากกังวลว่าเงินเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในการเลือกตั้ง

 

 

ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาคอร์รัปชัน ทำให้ประเทศติดหล่มความยากจน พร้อมระบุด้วยว่า กระแสพรรคประชาธิปัตย์ขณะนี้ดีขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งในภาคใต้ กรุงเทพฯ และหลายจังหวัดทั่วประเทศ พร้อมขอให้ประชาชนเลือกพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หมายเลข 27 เพื่อร่วมกันผลักดันการเมืองสุจริตและการแก้ปัญหาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

 

นอกจากนี้ นายจุรินทร์ ยังลงพื้นที่หาเสียง จ.พังงา เขต 2 ร่วมกับนายกุศล ทนังผล ผู้สมัคร สส.เขต 2 หมายเลข 4 โดยเดินพบปะประชาชนที่ตลาดสดนางย่อน อ.คุระบุรี และพื้นที่ อ.ตะกั่วป่า ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักและเสียงตอบรับอบอุ่น นายจุรินทร์ กล่าวปราศรัยว่า การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ แตกต่างจากทุกครั้ง เพราะประชาชนจะได้ลงคะแนน 3 ใบ ได้แก่ บัตรเลือก สส.เขต บัตรเลือกพรรคการเมืองซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ได้หมายเลข 27 และบัตรประชามติว่าประชาชนเห็นด้วยหรือไม่กับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

 

 

นายจุรินทร์ ระบุว่า รัฐธรรมนูญปัจจุบันกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งถือเป็นหัวใจของการเมืองสุจริต

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

 

 

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube