“อภิสิทธิ์”ขอ ปชช.มั่นใจ ปชป.เป็นทางเลือกที่ปลอดภัย 100%

การเมือง ข่าว

 

 

“อภิสิทธิ์” ย้ำ ปชป.เอาจริงปราบทุนเทา ไม่เล่นการเมืองแตกแยก ขอ ปชช.มั่นใจ ปชป.เป็นทางเลือกที่ปลอดภัย 100% ถามภูมิใจไทยชัดเจน กล้าเทเพื่อไทยหรือไม่ – ย้ำไม่ปิดประตูร่วมเพื่อไทย

 

 

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเวทีปราศรัย “เปิดฟ้า กรุงเทพฯ ฟ้าใหม่ พรรคประชาธิปัตย์” ณ สวนเบญจสิริ กรุงเทพมหานคร
ซึ่งถือเป็นเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรกของพรรคในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยนายอภิสิทธิ์ปรากฏตัวในเสื้อสีเทา พร้อมข้อความ “เสื้อเทา คนไม่เทา” สื่อสารจุดยืนทางการเมืองของพรรค ที่ประกาศชัดไม่เอาทุนเทา
และไม่สร้างความแตกแยกในสังคม

 

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การกลับมาทำงานการเมืองในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญคือการทำให้บ้านเมืองสุจริต เพราะหากประเทศไทยยังปล่อยให้ทุนเทาแทรกซึมอยู่ในระบบ ทุนดีจะไม่เข้ามาลงทุน ประชาชนจะใช้ชีวิตยากขึ้น
และภาพลักษณ์ของประเทศในสายตานานาชาติจะถดถอย พร้อมย้ำว่า ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมในการปราบทุนเทาได้ผ่านการเลือกตั้ง ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวพาดพิงถึงพรรคการเมืองบางพรรคที่ใช้วิธีกว้านซื้อ สส. โดยระบุว่า อย่ามาอ้างเรื่องการปราบทุจริตหรือทุนเทา หากยังมีธุรกิจใดสามารถซื้อ สส. กันได้หัวละ 30 หรือ 50 ล้านบาทเพราะสะท้อนชัดว่า เงินผิดกฎหมายกำลังครอบงำการเมือง พร้อมย้ำจุดยืนชัดเจนว่า พรรคประชาธิปัตย์ จะไม่ร่วมรัฐบาลกับทุนเทาโดยเด็ดขาด

 

 

นายอภิสิทธิ์ยังระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์เอาจริงกับการปราบทุนเทาและการทุจริต โดยมีการรวบรวมหลักฐานและส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมขอให้ประชาชนพิจารณาย้อนดูว่า ที่ผ่านมาพรรคใดเอาจริง
กับความไม่ถูกต้องของบ้านเมืองบ้าง ยกตัวอย่างกรณีคดีชั้น 14 ซึ่งอดีต สส. พรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้ยื่นร้องเรียน จนทำให้กระบวนการยุติธรรมกลับมาเดินหน้าอีกครั้ง รวมถึงกรณีคลิป “อังเคิล” ที่สุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดในระบบการเมืองจึงไม่มีใครขยับ ทั้งที่หากเป็นประเทศอื่น เรื่องเช่นนี้ไม่ควรปล่อยให้ไปถึงศาล แต่ผู้เกี่ยวข้องควรแสดงความรับผิดชอบตั้งแต่ต้น ซึ่งสะท้อนความไม่จริงใจในการแก้ปัญหา แต่เมื่อถึงฤดูเลือกตั้ง กลับประกาศนโยบายปราบทุนเทา หรือถึงขั้นพูดถึงโทษประหารชีวิตในคดีทุจริต

 

 

 

ในประเด็นการดึง “คนนอก” มาร่วมงานทางการเมือง นายอภิสิทธิ์เตือนว่า หากบุคคลเหล่านั้นไม่ได้ผ่านกระบวนการทางการเมือง ไม่ได้ซึมซับแนวคิดและจุดยืนของพรรคตั้งแต่ต้น การทำงานร่วมกันจะเป็นไปด้วยความยากลำบาก พร้อมยกตัวอย่างกรณี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย ที่ต้องทำงานภายใต้นโยบายรัฐบาลในเรื่อง MOU 43 ซึ่งตนเชื่อว่าเป็นนโยบายที่สวนทางกับหลักวิชาชีพนักการทูต และทำให้เกิดความขัดแย้งเชิงบทบาทในที่สุด

 

นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์เปิดกว้างสำหรับคนดี คนเก่ง แต่ผู้ที่จะทำงานได้จริง ต้องผ่านกระบวนการทางการเมือง และเห็นตรงกันตั้งแต่ต้นในการกำหนดทิศทางประเทศพร้อมยืนยันว่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คนของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ตกผลึกร่วมกันแล้ว และพร้อมเดินหน้าทำงานได้ทันทีหากได้รับโอกาส

 

สำหรับกระแสการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ตั้งข้อสังเกตว่า ประชาชนไม่ควรหลงไปกับเกมการเมืองที่ทำเหมือนพรรคส้ม กับพรรคน้ำเงินแข่งขันกัน ทั้งที่ยังไม่มีใครประกาศชัดว่าจะไม่ร่วมมือกัน พร้อมท้าพรรคภูมิใจไทยให้ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่า กล้าหรือไม่ที่จะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย แทนที่จะวิจารณ์ หรือบิดคำสัมภาษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์

 

 

นายอภิสิทธิ์ย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ปิดประตูการร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาชน แต่มีเงื่อนไขชัดเจน คือ ต้องไม่ทุจริต ไม่มีทุนเทา และไม่สร้างความแตกแยก พร้อมประกาศจุดยืนแข็งกร้าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ต่อสู้กับ “ระบอบทักษิณ” มาโดยตลอด และจะทำต่อไปในอนาคต หากระบอบดังกล่าวยื่นมือเข้ามา ตนก็พร้อมจะ “งับมือขาดทันที” ในประเด็นความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การปฏิรูปประเทศไม่สามารถทำได้ด้วยการปลุกเร้าความเกลียดชัง หรือการสร้างความแตกแยก เพราะสุดท้ายจะนำไปสู่การต่อต้านและล้มเหลว พร้อมยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ยอมให้นำเรื่องละเอียดอ่อนของบ้านเมืองมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง รวมถึงการอ้างความจงรักภักดีต่อสถาบัน เพื่อสร้างคะแนนนิยม เพราะสถาบันหลักของชาติควรอยู่เหนือการเมือง

 

 

นายอภิสิทธิ์ ยังขอให้ประชาชนมั่นใจว่า หากเลือกพรรคประชาธิปัตย์ แม้จะไม่ได้เป็นพรรคอันดับหนึ่ง แต่หากได้ สส.เป็นจำนวนมาก จะสามารถกำหนดทิศทางรัฐบาลให้เอาจริงกับการปราบทุนเทา สแกมเมอร์ และคอร์รัปชันได้ และหากรัฐบาลใดไม่ทำตาม พรรคประชาธิปัตย์ ก็พร้อมไม่ร่วมรัฐบาล พร้อมเตือนประชาชนว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีใครชนะขาด การเลือกพรรคผิด อาจนำไปสู่รัฐบาลที่สวนทางกับความคาดหวัง แต่หากเลือกพรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นทางเลือกที่ “ปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์”

 

 

 

 

ช่วงท้าย นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงบทบาทของกรุงเทพมหานครว่า เป็นพลังสำคัญที่กำหนดทิศทางการเมืองไทยมาโดยตลอด และขอให้คนกรุงเทพฯ เลือกการเมืองสุจริต ไม่เอาความแตกแยกและเลือกพรรคประชาธิปัตย์ทั้งกรุงเทพฯ ขณะเดียวกัน บรรยากาศในงานยังจับตาการปรากฏตัวของ นางสาววทันยา บุนนาค หรือ “มาดามเดียร์” อดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ที่มาร่วมรับฟังการปราศรัย พร้อมพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์และได้รับการต้อนรับจากแกนนำพรรค รวมถึงประชาชนและสมาชิกพรรคที่เข้ามาทักทาย ขอถ่ายรูป และเรียกร้องให้กลับมาร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อช่วยฟื้นกระแสความนิยมให้กลับมาอีกครั้ง

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

 

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

 

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews