“ชวน” โต้ “พิพัฒน์”พาดพิงไม่พัฒนาตรัง ชี้วาทกรรมแบ่งแยกการเมือง
“ชวน” โต้ “พิพัฒน์” พาดพิงนั่งนายกฯ 2 สมัยไม่พัฒนา ชี้ วาทกรรมแบ่งแยกการเมือง ซ้ำรอยยุค”ทักษิณ” ย้ำรัฐต้องทำเพื่อคนทั้งประเทศ ไม่ใช่ตรรกะนักธุรกิจหวังผลกำไร
นายชวน หลีกภัย พร้อมด้วย นายราเมศ รัตนะเชวง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวตอบโต้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทย กรณีให้สัมภาษณ์พาดพิงถึงการพัฒนาภาคใต้ โดยระบุว่า จังหวัดที่มีนายกรัฐมนตรีถึง 2 สมัยติดต่อกัน แต่กลับไม่มีการพัฒนาเท่าที่ควร โดยนายชวน ระบุว่า คำกล่าวดังกล่าว มีลักษณะคล้ายกับวาทกรรมในสมัยนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เคยระบุว่า จะพัฒนาเฉพาะพื้นที่ที่เลือกตนเอง ซึ่งสะท้อนแนวคิดการเลือกปฏิบัติทางการเมือง และอาจตีความได้ว่าหากประชาชนใน 14 จังหวัดภาคใต้ไม่เลือกพรรคภูมิใจไทย ก็จะไม่ได้รับการพัฒนา ทั้งที่รัฐธรรมนูญมาตรา 27 ระบุชัดว่า ห้ามเลือกปฏิบัติเพราะความแตกต่างทางความคิดทางการเมือง
นายชวน กล่าวต่อว่า หากนักการเมืองยังใช้แนวคิดเช่นนี้ จะยิ่งสร้างความแตกแยกในสังคม และทำให้กระบวนการประชาธิปไตยบิดเบี้ยว เพราะเป็นการพัฒนาเฉพาะพื้นที่ที่เลือกพรรคตนเองขณะที่ประชาชนทุกพื้นที่กลับต้องเสียภาษีในอัตราเท่าเทียมกัน ซึ่งตนเคยเรียกร้องมาโดยตลอดว่า เมื่อประชาชนเสียภาษีเท่ากัน รัฐก็ต้องพัฒนาอย่างเท่าเทียม พร้อมย้ำว่า ในสมัยที่ตนดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 2 สมัย รวม 6 ปี ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง ได้ดำเนินนโยบายพัฒนาประเทศโดยไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมทั่วประเทศ รวมถึงนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เริ่มต้นที่ 200 บาทต่อเดือน ซึ่งปัจจุบันเป็นนโยบายที่ผู้สูงอายุทั่วประเทศได้รับประโยชน์ ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดตรัง

“การทำงานการเมืองต้องมองภาพรวมของประเทศ ไม่ใช่ทำเพื่อจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง หรือเพื่อฐานเสียงของตนเองเท่านั้น ประชาธิปัตย์ยึดหลักทำเพื่อประชาชนทุกคนที่เสียภาษีให้รัฐ”
นายชวน ยังระบุว่า การนำจังหวัดตรังไปเปรียบเทียบกับจังหวัดอื่น เช่น สุพรรณบุรี ไม่สามารถเทียบกันได้ เนื่องจากบริบทพื้นที่แตกต่างกัน โดยจังหวัดตรังอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ กว่า 800 กิโลเมตร และมีระบบคมนาคมทั้งทางบก ทางราง ทางอากาศ และทางทะเล ซึ่งการพัฒนาในอดีตเกิดจากการวางนโยบายภาพรวมของประเทศ ไม่ใช่การเลือกปฏิบัติทางการเมือง พร้อมยกตัวอย่างสนามบินตรังที่ได้รับงบประมาณกว่า 3,800 ล้านบาท ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ขณะเดียวกัน นายชวน ยังชี้ว่า มีหลายจังหวัดที่รายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากปัจจัยเศรษฐกิจ เช่น ราคายางพาราตกต่ำ จึงจำเป็นต้องหาทางออกด้วยการพัฒนาการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจในพื้นที่ ซึ่งเป็นแนวทางที่ตนและพรรคประชาธิปัตย์ผลักดันมาโดยตลอด จากนั้น นายชวน ยังแจกหนังสือรวบรวมผลงานและโครงการที่เคยดำเนินการในพื้นที่ โดยยืนยันว่า การออกมาพูดโจมตีผู้อื่นจากทำเนียบรัฐบาล หรือการเปรียบเทียบข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมทั้งในเชิงการเมืองและหลักกฎหมาย

ส่วนกรณีดังกล่าวจะส่งผลต่อคะแนนเสียงของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายชวน ระบุว่า ประชาชนย่อมใช้วิจารณญาณ เพราะเมื่อพรรคภูมิใจไทยประกาศว่าพูดแล้วทำ คำพูดลักษณะนี้ จึงอาจกลายเป็นปัญหาเอง พร้อมย้ำว่า ส่วนตัวยังไม่มีปัญหาส่วนตัวกับนายพิพัฒน์ และยังคงทักทายกันตามปกติเมื่อพบกันในพื้นที่ นายชวน กล่าวทิ้งท้ายว่า การเมืองไม่สามารถคิดแบบนักธุรกิจที่ลงทุนแล้วต้องหวังกำไรได้ เพราะการเมืองคือการทำงานเพื่อประชาชนทุกคน ไม่ใช่เพื่อผลตอบแทนหรือฐานเสียงทางการเมือง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





