กองทัพ ฉะเขมรใช้โล่มนุษย์ ทหารกล้าพลีชีพ9 บาดเจ็บ120

การเมือง ข่าว
กองทัพ ฉะเขมรใช้โล่มนุษย์ ใช้บ้านเรือนประชาชนเป็นพื้นที่ป้อมปราการทางการทหาร จ่ออวนสกัดโดรน เข้มสายลับ ขอหยุดแชร์ภาพทหาร ขณะสูญเสีย 9 บาดเจ็บ120

 

ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา นำโดย พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงสรุปสถานการณ์ภาพรวม เหตุการณ์ปะทะกันของทหารไทยและกัมพูชา โดยยึดมั่น การปฏิบัติทางการทหารที่มีความชอบธรรม มีความเป็นธรรมและความเป็นสัดส่วนพร้อมยึดหลักมนุษยธรรม ซึ่งประชาชนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งนี้ และพร้อมดูแลประชาชนเต็มที่

 

ทั้งนี้ กองทัพยินดีที่จะเปิดเผยข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่องแต่ต้องอยู่บนพื้นฐานชั้นความลับในระดับหนึ่งจึงไม่สามารถที่จะพูดครอบคลุมได้ในทุกประเด็นเนื่องจากมีความละเอียดอ่อนและอาจมีผลกระทบ ต่อการปฏิบัติในพื้นที่ เน้นการสื่อสาร “One voice One message” ผ่านศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งขวัญและกำลังใจถือเป็นสิ่งสำคัญในการปฏิบัติการครั้งนี้ และความรักความสามัคคีก็ยังอยากได้รับอย่างต่อเนื่อง

 

สำหรับสถานการณ์เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.ที่ผ่านมา กองทัพบก รายงานว่า ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ทางกัมพูชามีการโจมตีไทยต่อเนื่อง ด้วยจรวด อาวุธหนัก BM-21 โดรนพลีชีพ และปืนครก โดยเฉพาะทางช่องบก ช่องอานม้า เนิน 667

 

ขณะกองทัพเรือ ปฏิบัติการ”ยุทธการตราดตราดปรปักษ์” อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในการตรวจพบการใช้โดรนเข้ามาโจมตีทหารฝ่ายไทย

 

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายไทยยังดำเนินการตามแผนและมีความคืบหน้าในการปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเราพบทหารกัมพูชาใช้บ้านเรือนประชาชนเป็นพื้นที่ป้อมปราการทางการทหาร ซึ่งตรวจพบการติดตั้งปืนกลในบ้านพักถือเป็นการละเมิดอนุสัญญาต่างๆ ในการใช้บ้านเรือนของประชาชนและใช้โลห์มนุษย์เป็นกรรมบังในการปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งตามหลักสากลแล้วถือเป็นการละเมิดอย่างชัดเจน

 

ด้านกองทัพอากาศ มีขีดความสามารถในการสนับสนุนการปฏิบัติการภาคพื้นดินเพื่อให้สามารถปฏิบัติการรุดหน้าไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่เป็นที่น่าเสียใจที่ต้องสูญเสียกำลังพลจากกองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 รวม 9 นาย และมีกำลังพลได้รับบาดเจ็บอีกประมาณ 120 กว่านาย

 

ส่วนผลกระทบจากสถานการณ์เหตุปะทะชายแดน 7 จังหวัด มีประชาชนอยู่ในศูนย์พักพิง 199,618 คน มีศูนย์พักพิง 849 จุด

 

มีประชาชน เสียชีวิต 3 ราย มีโรงพยาบาลได้รับผลกระทบ 19 แห่ง และมีรพ.สต.ได้รับผลกระทบ 180 แห่ง จึงขอประณามฝ่ายกัมพูชาที่ใช้อาวุธหนักในการโจมตีเป้าหมายฝ่ายไทยที่เป็นประชาชน

 

ทั้งนี้ กองกำลังบูรพา กองทัพภาคที่ 1 ได้ออกประกาศห้ามบุคคลออกนอกเคหสถานในพื้นที่จ.สระแก้ว ใน 4 อำเภอ ได้แก่ ตาพระยา โคกสูง อรัญประเทศ และคลองหาด ตั้งแต่เวลา 19.00 น.-05.00 น. มีผลตั้งแต่วันที่ 10 ธ.ค.68 โดยพันเอก ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก ชี้แจงว่า เนื่อวทหารกัมพูชาใช้วิธีการโจมตี ด้วยอาวุธยิงสนับสนุน ตั้งแต่เครื่องยิงจรวด เครื่องยิงระเบิด ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ แม้จะมีการอพยพไปแล้ว แต่ยังมีได้รับรายงานว่ามีบ้านประชาชนและสาธารณูปโภคได้รับความเสียหาย จึงประกาศเคอร์ฟิวห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน เพื่อความปลอดภัยเป็นสิ่งสําคัญ เนื่องจากกัมพูชาโจมตีในช่วงยามวิกาล2วันติดต่อกัน

 

โดยพื้นที่จ.สระแก้ว เป็นพื้นที่แผ่นดินต่อแผ่นดินการแทรกซึมเข้าออกของผู้ไม่หวังดีจะทําได้ง่าย จึงต้องป้องกันไว้ก่อน รวมถึงการปฏิบัติการ เช่น การก่อวินาศกรรม สายลับ ที่จะแทรกซึมเข้ามาในพื้นที่ที่เป็นภัยความมั่นคง และการปฏิบัติการทางทหารของฝ่ายไทย จึงเป็นสาเหตุสําคัญ ต้องประกาศเคอร์ฟิว

 

ทั้งนี้ กองทัพบกขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ให้ช่วยกันปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวอย่างเคร่งครัด หากพบเห็นสิ่งผิดปกติสามารถแจ้งช่องทางราชการได้ทันที รวมถึงช่องทางอื่น ๆ

 

ส่วนประชาชนติดค้างในกัมพูชานั้น ปัจจุบันทางกองกําลังบูรพาได้มีการเตรียมการในการรับกลับร่วมกับเจ้าหน้าที่ตํารวจตรวจคนเข้าเมือง ยืนยันว่า เราพร้อมที่จะรับประชาชนคนไทยกลับเข้าประเทศอย่างเต็มที่ ซึ่งต้องดูสถานการณ์หน้างานบริเวณชายแดนด้วย

 

ทั้งนี้ โฆษกกระทรวงกลาโหม ตอบคำถามถึงกรณี กัมพูชาใช้โดรนพลีชีพมาใช้โจมตีฝ่ายไทยเป็นจำนวนมาก มีการประเมินความเสี่ยงต่อกำลังพลที่อยู่แนวหน้า และแนวโน้มการยิงสกัดก่อนที่โดรนจะเข้ามาในพื้นที่ ว่า ที่ผ่านมา กองกำลังในพื้นที่ได้มีการป้องกันเรื่องโดรนพลีชีพอย่างเต็มที่ ล่าสุดจะบอกเป็นข่าวดีก็ได้ โดยกองทัพเรือแจ้งว่า ประชาชนในพื้นที่ได้สนับสนุนอวนในการป้องกันไม่ให้โดรนสามารถเข้ามาบินในพื้นที่ ถือเป็นน้ำใจจากประชาชน

 

ด้าน รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้แล้วจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ก็มีการเตรียมการไว้ เพราะเมื่อมีการสู้รบอีกครั้งจะต้องถูกโจมตีด้วยโดรนอยู่แล้ว ขอให้เชื่อมั่นว่าทหารป้องกันเต็มที่ เพราะถูกโจมตีเยอะ แต่บางครั้งในพื้นที่ที่ถูกรุกล้ำอธิปไตย ก็จำเป็นต้องเคลื่อนกำลังออกไปผลักดันออก ก็แปลว่าเราต้องออกจากที่กำบัง ซึ่งฝั่งกัมพูชาจะอาศัยโอกาสตรงนั้น จึงมีรายงานการสูญเสียเข้ามาเป็นระยะ แต่พี่น้องทหารก็พยายามปฏิบัติการผลักดันการถูกรุกล้ำและถูกโจมตีกลับ ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีอยู่ เราจึงต้องใช้ทุกมาตรการเพื่อให้กำลังพลปลอดภัยที่สุด

 

ขณะที่ นาวาเอก นรา คุณโฑถม ผู้ช่วยโฆษก กองทัพเรือ กล่าวว่า กองทัพเรือ รับผิดชอบบ้านชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด ได้รับรายงานล่าสุดถูกโจมตีด้วยโดรนพลีชีพจากฝ่ายตรงข้ามมาพอสมควร ซึ่งการปฎิบัติการต่างๆทุกเหล่าทัพมีการหารือ เพื่อกำหนดแนวทางให้เป็นหลักนิยมในการปฏิบัติการต่อต้านโดรนพลีชีพลักษณะนี้มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปะทะกันคราวที่แล้ว ทั้งนี้กำลังพลกองทัพเรือในพื้นที่ชายแดน ได้รับการสนับสนุนจากชาวบ้านในพื้นที่ ในการให้อวนมาคลุมฐานปฏิบัติการ เพื่อป้องกันโดรนโจมตีในลักษณะ และกองทัพเรือก็โจมตีเสาอากาศควบคุมโดรนของฝ่ายตรงข้าม ถือเป็นหนึ่งในมาตรการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับแบบพลีชีพเหมือนกัน

 

ส่วน พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวว่า สิ่งที่กองทัพบกและกองทัพเรือชี้แจง เป็นมาตรการเชิงรับ แต่ในเชิงรุกเรามีการกำหนดเป้าหมายที่เป็นพื้นที่เก็บโดรน พื้นที่ควบคุม ซึ่งเป็นเป้าหมาย ที่เรามีการพูดคุยระหว่าง 3 เหล่าทัพอยู่แล้ว สิ่งหนึ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือป้องกันไม่ให้ขึ้นบินได้เลย หรือป้องกันไม่ให้มีขีดความสามารถในการใช้กามิกาเซ่ โจมตีฐานที่ตั้งของฝ่ายไทย ซึ่งเราก็ปฏิบัติอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่วันเริ่มต้นของการปฏิบัติการ สิ่งเหล่านี้เป็นการดำเนินการของกองทัพอากาศในการสนับสนุนกองกำลังสุรนารี กองกำลังบูรพา และกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด และนำไปสู่การใช้กำลังทางอากาศที่มี ไปโจมตีเป้าหมายเหล่านั้นอย่างเป็นขั้นตอน ด้วยการวางแผนที่สอดประสานกันเพื่อให้เกิดผลกระทบกับขีดความสามารถของฝ่ายตรงข้าม และป้องกันทหารของเราให้ปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

ส่วนเมื่อคืนมีปรากฏการณ์แสงไฟแดงๆ ตรงข้ามช่องสายตะกู บ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ เหตุใดต้องโจมตีคาสิโนฝั่ง พบอะไรที่เป็นปฏิปักษ์ต่อประเทศไทยหรือไม่นั้น โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวว่า เป็นคำถามที่ไม่อยากตอบ แต่บอกได้ว่าการปฎิบัติการทั้งหมดถูกวางแผนมาเป็นขั้นตอน การโจมตีไม่อยากบอกว่าเป็นอะไร แต่ได้ถูกพิจารณาแล้วว่าปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการลดทอน ขีดความสามารถของกัมพูชา และเป็นการผลักดันให้กำลังของกัมพูชาออกจากพื้นที่ ซึ่งมีหลากหลายแนวทาง หนึ่งในนั้นคือการตัดการส่งกำลังบำรุง เพื่อให้กำลังทางบกของฝ่ายไทยสามารถผลักดันไปข้างหน้าได้ ทุกอย่างเป็นแผนที่พูดคุยสอดประสานการปฎิบัติระหว่าง 3 เหล่าทัพ เป้าหมายถูกกำหนดถูกเลือกแล้วสำหรับปฏิบัติการทางอากาศ

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

 

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews