“โรม-วิโรจน์” เดือด! คุกวีไอพีเอื้อจีนเทา ทำลายระบบยุติธรรม

การเมือง ข่าว
“โรม-วิโรจน์” เดือด! คุกวีไอพีเอื้อจีนเทา ทำลายระบบยุติธรรม จี้ สอบย้อนหลังตั้งแต่ยุค คสช. เชื่อมีนักการเมืองชั่ว-ข้าราชการ เอี่ยวฟอกเงินข้ามชาติ

 

ความปั่นป่วนในกระบวนการยุติธรรมปะทุอีกครั้ง หลังมีข้อมูลว่า เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เปิดพื้นที่อภิสิทธิ์ให้กลุ่มนักโทษจีนเทา หรือมาเฟียข้ามชาติ ได้รับสิทธิพิเศษเกินมาตรฐาน จนถูกตั้งคำถามว่าคุกกลายเป็น “คุกวีไอพี” หรือ “สวรรค์บนดิน” ของนักโทษกลุ่มนี้หรือไม่

 

โดยนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน และรองหัวหน้าพรรค เปิดใจอย่างตรงไปตรงมา ระบุว่า ตน “รับไม่ได้” กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเตรียมนำเรื่องนี้เข้าหารือในคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ สัปดาห์หน้า โดยชี้ว่าปัญหาการทุจริตในระบบยุติธรรมไทยกำลังหนักขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ตำรวจจนถึงราชทัณฑ์

 

พร้อมเปิดเผยว่า จากประสบการณ์เคยอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ รู้ดีว่ามีการเลือกปฏิบัติกันอยู่บ้าง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้ “เกินกว่าที่เคยเห็น” และขยับไปสู่ระดับ Platinum ถึงขั้นเอาผู้หญิงหรือนางแบบต่างชาติเข้าไปบริการนักโทษ ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นในระบบเรือนจำไทยเด็ดขาด

 

นายรังสิมันต์ ระบุว่า ระบบราชทัณฑ์กำลังถูกทุนสีเทาเจาะลึก เมื่อรัฐประกาศสงครามกับสแกมเมอร์ แต่เจ้าหน้าที่รัฐกลับมีปัญหาทุจริตรอบด้าน “เรือนจำที่ควรเป็นที่ควบคุมกลับกลายเป็นพื้นที่เสวยสุข” พร้อมเรียกร้องให้สอบเส้นทางการเงินเจ้าหน้าที่ทุกคน และอายัดทรัพย์อย่างจริงจัง เพราะปัญหาแบบนี้ไม่ได้เพิ่งเกิด แต่สั่งสมมาหลายยุคหลายสมัย

 

ด้านนายวิโรจน์ ลักษณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ชี้ว่า กรณีนี้สะท้อนการเติบโตของมาเฟียข้ามชาติในไทย โดยเฉพาะเครือข่าย “จีนเทา–ศูนย์เหรียญ” ที่เข้ามาฟอกเงินและตั้งอาณาจักรธุรกิจผิดกฎหมายในหลายจังหวัดท่องเที่ยว

 

โดยปัญหากลุ่มทุนเทาเริ่มชัดตั้งแต่ยุค คสช. ที่อาศัยช่องโหว่ของระบบรัฐ ใช้เงินสกปรกซื้อเจ้าหน้าที่และนักการเมือง เพื่อสร้างอิทธิพลแผ่ขยายเกินขอบเขต ไม่เว้นแม้แต่เรือนจำ พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใด มาตรา 44 ที่เคยมีอำนาจเบ็ดเสร็จไม่สามารถจัดการกลุ่มทุนเทาได้

 

นายวิโรจน์ ยังชี้ว่า ปัญหาไม่ได้จำกัดแค่กระทรวงยุติธรรม แต่ลามไปถึงตำรวจ ฝ่ายปกครองท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ในเมืองท่องเที่ยวบางพื้นที่ ที่เปิดทางให้ทุนเทาข้ามชาติสร้างอาณาจักรเพื่อฟอกเงินและเลี่ยงภาษี ทำให้ธุรกิจไทยเดือดร้อนหนัก

 

พร้อมย้ำว่าเฉพาะธุรกรรมจากแก๊งสแกมเมอร์ มีเงินไหลเวียนกว่า 115,300 ล้านบาทต่อปี หรือเฉลี่ยวันละ 316 ล้านบาท ซึ่งต้องนำไปฟอก และมีเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนรับผลประโยชน์จนไม่กล้าจับต้นตอจริง

 

ขณะเดียวกัน นายวิโรจน์ ระบุด้วยว่า ปปง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องขยายผลไปถึงนักการเมือง ข้าราชการระดับสูง และเครือข่ายฟอกเงิน ไม่ใช่จับแค่ผู้บัญชาการเรือนจำ “ถ้าตัดตอนแบบนี้ เราไม่มีวันสกัดทุนเทาข้ามชาติได้ ประเทศไทยกำลังเสี่ยงกลายเป็นแหล่งฟอกเงิน ในขณะที่กัมพูชาเป็นแหล่งสแกมเมอร์ เรากลายเป็นคู่หูโจรเก็บเงินให้โจร”

 

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองคนเห็นตรงกันว่า ระบบยุติธรรมต้องมีการ “ล้างบางครั้งใหญ่” ตรวจสอบย้อนหลังอย่างกว้างขวาง หากไม่ลงมือแก้ไขอย่างจริงจัง ประเทศอาจถูกจัดกลุ่มความเสี่ยงสีเทาในสายตานานาชาติ กระทบความเชื่อมั่น และความปลอดภัยของประชาชนอย่างร้ายแรง

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews