“รังสิมันต์” ชี้ “อนุทิน” รู้นักการเมืองเอี่ยวสแกมเมอร์ แต่ยังอุ้ม
“รังสิมันต์” จี้ รัฐบาลเอาจริงสแกมเมอร์ ซัด”อนุทิน”รู้นักการเมืองเอี่ยว แต่ยังอุ้ม “ธรรมนัส” เตือนอาจเข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ชี้ ปัญหา “ทุนสีเทา” ร้ายแรงระดับโลก อาจนำไปสู่อภิปรายไม่ไว้วางใจ หากรัฐไม่ลงมือจริงจัง
นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการการความมั่นคงแห่งรัฐ เปิดเผยว่า ในวันที่ 13 พฤศจิกายนนี้ คณะกรรมาธิการฯ เตรียมเชิญ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส.สงขลา พรรคกล้าธรรม มาชี้แจงต่อที่ประชุม กรณีถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์และธุรกิจพนันออนไลน์
โดยจากข้อมูลเบื้องต้น มีการยึดทรัพย์สินของนายชนนพัฒฐ์มูลค่า 159 ล้านบาท ซึ่งตนเห็นว่า “น้อยเกินไป” เมื่อเทียบกับขนาดของเครือข่ายสแกมเมอร์ที่มีมูลค่ามหาศาล เชื่อว่า อาจมีการยักย้ายทรัพย์ในรูปแบบอื่น เช่น คริปโตเคอร์เรนซี ทองคำ หรืออสังหาริมทรัพย์ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
นอกจากนี้ กมธ.ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบความเชื่อมโยงของบริษัท อักษรย่อ ฮ. ที่ถูกกล่าวหาว่า เป็นหนึ่งในช่องทางฟอกเงินผ่านคริปโต ซึ่งพบความสัมพันธ์กับเครือข่ายในประเทศกัมพูชา และอาจเชื่อมโยงถึง ผู้มีอำนาจระดับสูงในประเทศนั้น
นายรังสิมันต์ ยังกล่าวถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่า ต้องทราบดีว่ามีนักการเมืองบางรายเอี่ยวกับขบวนการสแกมเมอร์ แต่กลับยังอุ้ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ทั้งที่มีชื่อพัวพันกับ “เบน สมิธ” บุคคลสำคัญในเครือข่ายทุนเทา พร้อมตั้งคำถามว่า “เหตุใดนายกรัฐมนตรีจึงยังนิ่งเฉย ทั้งที่ข้อมูลชัดเจน”
พร้อมย้ำว่า หากรัฐบาลยังไม่เร่งดำเนินการอาจเข้าข่าย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพราะขณะนี้สังคมเริ่มกดดันอย่างหนัก และฝ่ายค้านเตรียมพิจารณายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีในประเด็นนี้
นายรังสิมันต์ เผยอีกว่า ข้อมูลที่ได้จาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล และ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ยังไม่ครบถ้วนทั้งหมด แต่มีความชัดเจนว่าขบวนการนี้เกี่ยวพันกับทั้ง ข้าราชการและนักการเมืองระดับสูงหลายราย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเป็นเครือข่ายสำคัญของการดำเนินธุรกิจผิดกฎหมาย
“นี่ไม่ใช่เรื่องของพรรคไหน แต่เป็นเรื่องของระบบความยุติธรรมและความมั่นคงของประเทศ ถ้านายกฯ ยังปล่อยไว้ สังคมต้องตั้งคำถามว่า กำลังบริหารประเทศหรือปกป้องพวกพ้อง หากฝ่ายค้าน จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในประเด็นนี้ ต้องทำให้ถึงที่สุด เพราะเป็นโอกาสเดียวในปีที่จะเปิดโปงเครือข่ายสแกมเมอร์ที่ฝังรากลึกในวงการการเมืองไทย”
นายรังสิมันต์ ระบุว่า แม้การอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยทั่วไปจะไม่เกิดบ่อย แต่สถานการณ์ปัจจุบันมีแรงกดดันสูงขึ้นจนฝ่ายรัฐบาลต้องทบทวนแนวทางการปฏิบัติ โดยย้ำว่า เรื่องทุนสีเทาและแก๊งสแกมเมอร์ เป็นปัญหาระดับนานาชาติ ไม่ใช่เพียงปัญหาภายในประเทศเดียว และหากปล่อยให้สถานการณ์ผ่านไปโดยไม่มีการดำเนินการ “ความร้ายแรงจะทวีขึ้นตามเวลา”
ส่วนคำพูดของ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่เห็นว่า เหตุการณ์ยังไม่ถึงขั้นร้ายแรงจนต้องอภิปราย นายรังสิมันต์ชี้แจงว่า ไม่ควรตีความเช่นนั้น
และชี้ชัดว่า พรรคประชาชน ถือว่าทุนสีเทาเป็นเรื่องใหญ่และพร้อมใช้กลไกทุกทางตรวจสอบรัฐบาล แต่การจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องมีการหารือร่วมกับพรรคฝ่ายค้านอื่น ๆ เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ให้ได้ผล เพราะโอกาสยื่นอภิปรายมีไม่บ่อย และหากยื่นต้อง “เอาให้สำเร็จ”
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





