สรุปดราม่าเดือดยิมนาสติกไทย ปม อิทธิฤทธิ์ ขำศิริรัตน์ คัดตัวผ่านแต่ไม่ติดทีมชาติ ชุดลุยซีเกมส์ 2025
จากกรณีดราม่าระอุของยิมนาสติกซีเกมส์ ทางนักกีฬายิมนาสติก อิทธิฤทธิ์ ขำศิริรัตน์ พร้อมด้วยคุณพ่อ และ ภาณุ ประดาไทย ผู้ฝึกสอนยิมนาสติกสังกัดสโมสรกองทัพอากาศ แถลงข่าวแฉสมาคมยิมนาสติก ปมคัดตัวได้ที่ 1 เมื่อปี พ.ศ.2567 ในฐานะแชมป์ประเทศไทย ประเภทบุคคลรวมอุปกรณ์ แต่ไม่ติดทีมชาติไทย และได้ร้องเรียนในการคัดเลือกนักกีฬาทีมชาติ
“ผมต้องการให้สมาคมฯ ตอบคำถามที่เขียนไปว่า ทำไมลูกของผมไม่ติดทีมชาติ นักกีฬาซึ่งเป็นลูกชายผม คัดตัวทีมชาติไทย ติดอันดับ 1 แต่ทางสมาคมฯ ให้ติดอันดับ 5 เป็นตัวสำรอง โดยทางสมาคมฯ บอกมาว่า ไม่ติดอุปกรณ์เดี่ยว แต่ความจริงในระเบียบคนที่ติดอันดับ 1-3 จะติดอุปกรณ์รวมเลย”
“แต่พอประกาศออกมามีนักกีฬาเชื้อสายญี่ปุ่นติดทีมชาติไทยมา โดยไม่ได้คัดตัว ไม่ได้แข่งกีฬาแห่งชาติ ก็เลยงงว่าทำไมถึงไม่ติด หนังสือขอตัวจากสมาคมฯ ให้มาคัดตัว เก็บตัว ตั้งแต่ลูกผมมาเล่นให้สโมสรทหารอากาศ ไม่มีเลย และซีเกมส์ 2025 ครั้งนี้ ไม่มีประเภททีม และประเภทบุคคลรวมอุปกรณ์ มีแต่ประเภทเดี่ยว เลยไม่รู้ว่าจะกลั่นแกล้งลูกผมหรือไม่”
ในวันเดียวกัน สมาคมยิมนาสติกไทยฯ ก็ได้ชี้แจงว่า
“ผลการคัดเลือกในประเด็นปัญหาของนักกีฬายิมศิลป์ชาย นายอิทธิฤทธิ์ ขำศิริรัตน์ สังกัดสโมสรทหารอากาศ ในกรณีที่ไม่ติดทีมชาติ สมาคมเคยชี้แจงกับผู้ปกครองและนักกีฬาไปแล้ว ว่าเป็นผลการแข่งขันล่าสุด ปี 2025 และตัวนักกีฬาเองก็เซ็นรับทราบแล้วตามเอกสาร”
สมาคมยิมนาสติกไทยฯ ยังให้เหตุผลเพิ่มเติมอีกว่า
“มีเหตุผลใดที่สมาคมฯ จะไม่อยากได้นักกีฬาที่เก่งและดี โดยเฉพาะในกีฬายิมนาสติกที่อันตรายและเล่นยาก ยิ่งซีเกมส์แข่งขันในบ้าน เราก็อยากได้คนที่ดีทื่สุด เพื่อลงแข่งขันสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย แต่สำหรับนักกีฬาที่ออกมาร้องเรียนนั้น เขาก็เป็นที่จับตาของสมาคมฯ มาโดยตลอด แต่ในการแข่งขันที่ผ่านมา เขาทำผลงานได้ไม่ดี ทำได้เพียง 1-2 คะแนน มีทำพลาดแล้วนอนแผ่ลงไปกลางสนามก็มี ซึ่งบ่งบอกถึงความไม่ฟิตของร่างกาย ตนเองก็จับตามองมาตลอด ถ้าเขาขยันและหมั่นเพียรจริง ๆ เป็นไปไม่ได้หรอกที่สมาคมฯ จะไปแกล้งเขา”
ทางด้าน โยชิกิ นาตาทานิ โค้ชยิมนาสติกศิลป์ชายทีมชาติได้ ก็ได้ออกมาตอบกลับด้วยว่า
“ถ้าเป็นในการแข่งขันคัดตัวเมื่อปีที่แล้ว ผมก็เห็นด้วยว่า “อิทธิฤทธิ์” ควรจะได้เป็นหนึ่งในทีมชาติไทย ทว่าตำแหน่ง “ตัวสำรอง” สามารถมีการเปลี่ยนแปลงตลอดจากฟอร์มปัจจุบันของนักกีฬา ยิ่งในซีเกมส์2025 ไม่มีแข่งประเภทบุคคลรวมอุปกรณ์ แม้เขาจะเป็นแชมป์บุคคลรวมของปีที่แล้ว แต่ถ้ามองในบริบทของปีนี้ ก็ถือว่าเข้าใจได้ที่เขาไม่ได้อยู่ในรายชื่อทีมชาติชุดซีเกมส์”
“ส่วนกรณีที่พูดถึงนักกีฬาลูกครึ่งญี่ปุ่น-ไทย เขาฝึกซ้อมอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่มีระบบยิมนาสติกแข็งแกร่งที่สุดในโลก และจากที่ติดตามการฝึกซ้อมของเขา ผลลัพธ์คือเขาทำผลงานได้ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะใน ม้าหมุน ซึ่งเขาอยู่ในอันดับที่ 2 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และคะแนนบุคคลรวม ของเขาก็สูงกว่านักกีฬาไทยทุกคนในปีนี้ รวมถึงฟอร์มที่ดี ติดอันดับ 5 ของโลก ปี 2025 ล่าสุด”
“จากมุมมองของผมในฐานะเฮดโค้ชทีมชาติ ความแตกต่างของศักยภาพระหว่างนักกีฬาทั้งสองคนชัดเจนมากและจากผลงานของ “อิทธิฤทธิ์” ใน Thiland Chanpionstuips ปีนี้ ก็ยังห่างไกลจากมาตรฐานระดับทีมชาติถ้าผมเป็นคนมีสิทธิ์ตัดสินใจเลือกตัวจริง ผมก็คงจะไม่เลือกเขาให้ลงแข่งขัน เพราะในมุมมองของผม สมาคมฯ ได้ทำการ ตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว”
เมื่อลองนำคะแนนบุคคลรวมที่สามารถตรวจสอบได้ ของทั้งคู่มาเทียบกัน
อิทธิฤทธิ์ ขำศิริรัตน์ เอเชี่ยนเกมส์ 2023 คะแนน 66.364
คู่กรณีลูกครึ่งญี่ปุ่น ชิงแชมป์เอเชีย 2025 คะแนน 73.365
หากติดตามผลการแข่งขันในสหพันธ์กีฬายิมนาสติกนานาชาติ จะเห็นได้ว่าในส่วนแต่ละอุปกรณ์ในเอเชียนเกมส์ 2023 ที่ผู้ร้องเรียนถนัด มีคะแนนที่น้อยกว่า นักกีฬาลูกครึ่ง จึงเป็นเหตุผลที่เขาไม่ถูกเรียกตัวติดทีมชาติลุยซีเกมส์
ทั้งนี้ทั้งนั้น ผลการตัดสินก็มาจากที่นักกีฬาปฏิบัติตามหน้าที่ การฝึกซ้อมที่สม่ำเสมอ การพัฒนาฝีมือ และฟอร์มการเล่นของตน หากคุณภาพและความสามารถล่าสุด ไม่เพียงพอต่อการเป็นทีมชาติ ก็ต้องย้อนกลับไปพิจารณาตนเองว่า ตนทำดีที่สุดแล้วหรือไม่ และพยายามสร้างฟอร์มที่ยอดเยี่ยมของตนเองให้ได้ ไม่มีใครไม่รักประเทศชาติ แต่ทางสมาคมก็ต้องการคนที่ดีที่สุดเพื่อสร้างความภาคภูมิให้แก่ประเทศ


ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews