“ภัทรพงษ์”ชำแหละ MOU แรร์เอิร์ธ ไทย–สหรัฐฯ ทำเร็วเกินเหตุ จี้แก้ถ้อยคำเอื้ออเมริกา ดึงสหรัฐร่วมแก้ “มลพิษข้ามพรมแดน” หลังคนไทยเจอน้ำปนเปื้อนสารพิษข้ามปี
นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ รองโฆษกพรรคประชาชน และ ส.ส.เชียงใหม่ เขต 8 ร่วมเวทีเสวนา “MOU สหรัฐฯ เหมืองแร่จีน หายนะไทย” โดยชี้ MOU ไทย–สหรัฐฯ ว่าด้วยแร่หายาก (แรร์เอิร์ธ) มีปัญหาทั้ง “ที่มา–เนื้อหา” เพราะเร่งรัดเกินไป ดำเนินการและลงนามภายใน 4 วัน ไม่มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
MOU ฉบับนี้เปิดช่องให้สหรัฐฯ “ได้สิทธิ์ลงทุนก่อน” ในแร่สำคัญที่ผลิตหรือแปรรูปในไทย ทั้งที่ควรเป็นการลงทุนแบบเท่าเทียม พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ข้อ 4 ซึ่งบังคับให้ไทยต้องส่งข้อมูลด้านแร่ให้สหรัฐฯ “โดยเร็วที่สุด” เป็นเงื่อนไขที่ MOU ฉบับมาเลเซีย–สหรัฐฯ ตัดออกไปแล้ว เพราะมองว่าเสียเปรียบด้านอธิปไตยข้อมูล ทั้งนี้ รัฐมนตรีบางคนยังพูดเองว่า ไม่อยากลงนาม MOU นี้ ยิ่งสะท้อนว่าข้อตกลงนี้มีปัญหาทั้งที่มาและเนื้อหาไม่ได้ผ่านการกลั่นกรองอย่างรอบด้าน
นายภัทรพงษ์ ยังเรียกร้องรัฐบาลใช้ MOU ฉบับนี้เป็นเครื่องมือ “ต่อรองทางการทูต” เพื่อดึงสหรัฐเข้าร่วมเจรจาแก้ปัญหามลพิษจากเหมืองฝั่งเมียนมา ที่ส่งผลให้แม่น้ำกก–สาย–รวก–สาละวิน–กระบุรี ปนเปื้อนโลหะหนัก จนชาวบ้านภาคเหนือ–ใต้เดือดร้อนมานานนับปี แต่การแก้ไข “แทบไม่คืบหน้า”
นอกจากนี้ นายภัทรพงษ์ ยังเปิดข้อมูลว่าไทยกำลังถูกใช้เป็น “ทางผ่านแร่” โดยเฉพาะ “พลวง” และ “แรร์เอิร์ธ” จากเมียนมาและมาเลเซีย ซึ่งถูกนำเข้ามาและส่งออกต่อโดยไม่มีระบบตรวจสอบย้อนกลับ ทำให้ไทยเสี่ยงตกเป็น“แหล่งฟอกแร่” ที่ไม่รับผิดชอบสิ่งแวดล้อม
ในด้านสิ่งแวดล้อม นายภัทรพงษ์ ระบุว่า กว่า 80% ของน้ำประปาในเชียงใหม่–เชียงราย เป็นประปาหมู่บ้านที่พบสารตะกั่วเกินเกณฑ์ ขณะที่ผลตรวจปลาน้ำจืดบางพื้นที่มีโลหะหนักระดับ 0.44 มก./กก. ใกล้แตะมาตรฐานสากลที่ถือว่า “เสี่ยงต่อสุขภาพ” โดยเฉพาะในเด็กและหญิงตั้งครรภ์ จึงขอเสนอ 3 แนวทางเร่งด่วนให้รัฐบาลดำเนินการ ได้แก่ 1.แก้ไข MOU : ตัดข้อที่เอื้อสหรัฐฯ ออก และเพิ่มเงื่อนไขให้ไทย–สหรัฐฯ ต้องร่วมมือแก้ปัญหามลพิษจากแร่ทั้งในและข้ามประเทศ
2.ควบคุมห่วงโซ่อุปทานแร่ : ออกกฎกระทรวงบังคับผู้นำเข้าให้เปิดเผยที่มาของเหมือง และปรับพิกัดศุลกากรให้จำแนกชนิดแรร์เอิร์ธได้ละเอียดขึ้น 3.ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม–ดูแลประชาชน : ตรวจคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านทุกเดือน ตรวจสารหนูในข้าวนาปีและปลาน้ำจืด พร้อมเยียวยาเกษตรกรหากพบการปนเปื้อน
ขณะเดียวกัน คนไทยเผชิญพิษจากเหมืองฝั่งเมียนมามานานกว่าปี แต่รัฐบาลยังไม่ขยับ ไทยต้องลุกขึ้นนำการแก้ปัญหานี้ เพราะเราเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews