นายกฯ MOU ปราบสแกมเมอร์ ลั่นไม่มีเกรงใจใคร ปัดเกี๊ยะเซียะ
นายกฯ นำMOU 15 หน่วยงาน ร่วมปราบสแกมเมอร์ ปกป้องประชาชนชาวไทยให้ปลอดภัย เข้มฟอกเงิน ลั่นไม่มีเกรงใจใคร ปัดเกี๊ยะเซียะ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเป็นการลงนามบันทึกความเข้าใจ 14 หน่วยงาน คือ
1.สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
2.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)
3.สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)
4.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)
5.กระทรวงยุติธรรม
6.กระทรวงมหาดไทย
7.กระทรวงการคลัง
8.กระทรวงการต่างประเทศ
9.ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
10.สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
11.สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)
12.กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
13.สมาคมธนาคารไทย
14.สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ
15. กระทรวงพาณิชย์
โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสันติ ปิยะทัต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดํา อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมด้วย
โดยนายกฯกล่าวว่า วันนี้ตนในนามรัฐบาลและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่เป็นผู้บริหารของหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจและตัวแทนภาคเอกชนได้มาร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างพร้อมเพรียงกันวันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ประเทศไทยของเราได้มีการรวมตัวประกาศสงครามกับอาชญากรรมออนไลน์สงครามนี้เป็นสงครามที่เราจะต้องชนะเท่านั้น เพื่อปกป้องประชาชนทุกคนจากภัยสแกมเมอร์ที่กำลังบ่อนทำลายประเทศ
“นี่คือภัยแห่งความมั่นคงอันดับต้นๆของประเทศ ซึ่งรัฐบาลของตนได้ประกาศอย่างชัดเจนว่าอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลจะต้องแก้ไขป้องกันและปราบปรามให้สูญสิ้นไปให้จงได้ ดังนั้นการรวมพลังลงนามบันทึกความเข้าใจในวันนี้สิ่งที่เราได้ร่วมกันลงนามไปนั้นไม่ใช่เป็นแต่เพียงเอกสาร แต่คืออาวุธที่เราจะใช้ในการต่อสู้กับอาชญากรอย่างเป็นระบบ เพราะนี่คือวาระแห่งชาติ”
สำหรับ เอ็มโอยู ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีฉบับนี้มีจุดประสงค์เพื่อเดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุกใน 5 ด้านหลักคือ
1.บังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาดไม่ว่าจะเป็นผู้กระทำความผิดหรือผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง
2.สร้างระบบประสานงานแบบบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวกรองและการสืบสวน
3.ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องทันทีตัดเส้นทางการเงินอาชญากรไม่ให้ใช้ประเทศไทยเป็นฐานฟอกเงินได้อีกต่อไป
4. ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและเอไอในการตรวจจับเส้นทางเงินและพฤติกรรมของมิจฉาชีพ เพื่อสกัดก่อนที่จะเกิดเหตุ
5.เป็นสิ่งที่สำคัญมาก คือ การสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนได้มีความรู้เท่าทัน และต้องมีการแจ้งกระแส เพื่อให้ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ ได้ระมัดระวังและพร้อมกันนี้ให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตาเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้กับสงครามป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในครั้งนี้ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
“สิ่งที่ทุกท่านรวมถึงตัวของผมด้วยมีความมีเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ที่จะปฏิบัติก็คือจะต้องร่วมกันปราบปรามปกป้องประชาชนชาวไทยให้ปลอดภัยจากภัยสแกมเมอร์เหล่านี้ให้จงได้ ผมจะไม่มีวันที่จะต้องเกรงใจใคร ที่ตั้งใจจะมาทำร้ายประชาชนของผมต้อง ขอให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ”
วันนี้รัฐบาลและคณะรัฐบาลทุกคนขอให้ความมั่นใจว่าเรื่องนี้เคลียร์ไม่ได้และเรื่องนี้ไม่มีเกี้ยเซียะ เรื่องนี้มีแต่ลุยลูกเดียวเท่านั้นท และเราจะถือว่าสิ่งเหล่านี้คือผลงานของเรา คือบุญคุณของประชาชนที่เราจะนำมาทดแทน และเป็นสิ่งที่เราจะต้องทำขึ้นมา เพื่อเป็นการขออภัยประชาชนในสิ่งที่เกิดความเสียหายที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา เราตั้งใจจะทำอย่างเต็มที่ ขอให้ประชาชนมีความมั่นใจในทีมของเรา ทีมไทยแลนด์
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





