“นพดล” เชื่อ “บิ๊กต่าย” เอาอยู่! สางเงินเทาได้ดีกว่ายุคไหน เสนอแผน “72 ชั่วโมงโค่นสแกมเมอร์” คืนความเชื่อมั่นระบบการเงินไทย
นายนพดล กรรณิกา อดีตกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) สัดส่วนผู้แทนภาคประชาชน กล่าวว่า ผลงานของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สามารถฟื้นฟูความเชื่อมั่น ต่อระบบการเงินของประเทศ ด้วยการเร่งปราบปรามและอายัดเงินขบวนการสแกมเมอร์ได้ “มากกว่ายุคใดที่ผ่านมา”
โดยระบุว่า ในช่วงปี 2565 การอายัดบัญชีสแกมเมอร์สำเร็จไม่ถึง 5% แต่ในยุค “บิ๊กต่าย” ตัวเลขนี้พุ่งขึ้นกว่า 50-100% จากการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจ ธนาคารแห่งประเทศไทย ป.ป.ง. และธนาคารพาณิชย์
นายนพดล กล่าวว่า แม้ไทยสามารถจับขบวนการใหญ่ได้หลายราย แต่ประชาชนยังเดือดร้อนจาก “ความล่าช้าในการคืนเงิน” ซึ่งกินเวลาหลายเดือนถึงปี เพราะเงินมักปะปนจากหลายฐานความผิด ทั้งยาเสพติด การพนัน และสแกมออนไลน์ จึงเสนอ “แผนปฏิบัติการโค่นจริงสแกมเมอร์ภายใน 72 ชั่วโมง” เพื่อเร่งคืนเงินและกู้ศรัทธาประชาชนทั้งในและต่างประเทศ
สาระสำคัญของแผน คือ
1.ระบบอายัดฉุกเฉิน 72 ชม. เชื่อมโยง “ตำรวจ–ปปง.–ธนาคารพาณิชย์” เพื่ออายัดเงินอัตโนมัติ
2.ระบบพอร์ทัลเหยื่อออนไลน์ (Victim Claim Portal) รองรับหลายภาษา (ไทย–จีน–อังกฤษ) ให้ผู้เสียหายยื่นขอคืนเงิน
3.เทคโนโลยี OCR/AI ตรวจสิทธิ์และย่นระยะเวลาคืนเงิน พร้อมตั้ง “กองทุนเยียวยา Victim Care Fund” จ่ายช่วยเหลือชั่วคราว
4.จำแนกเส้นทางเงิน
5 ประเภท: สแกม,ค้ามนุษย์,พนัน,ยาเสพติด,ฐานผิดอื่น ๆ เพื่อจัดการแบบตรงจุด
โดยมีตัวชี้วัด (KPI) ได้แก่ อายัดเงินได้ ไม่น้อยกว่า 70% ใน 72 ชม. คืนเงินไม่น้อยกว่า 50% ภายใน 30 วัน ปิดบัญชีม้า–ซิมม้า 2,000 รายต่อเดือน และทลายเครือข่ายใหญ่ อย่างน้อย 5 เครือข่ายต่อไตรมาส
นายนพดลยังเสนอให้ เพิ่มโทษคดีใช้บัญชีม้า ซิมม้า Deepfake หรือมุ่งเป้าเหยื่อเปราะบาง และแก้ไข พ.ร.บ.ฟอกเงิน เพื่อให้อายัดได้ทันใน 72 ชั่วโมง พร้อมผลักภาระพิสูจน์ให้ผู้ครอบครองเงิน พร้อมยกระดับกฎหมายไซเบอร์ไทยให้เทียบเท่า GDPR ของยุโรปและมาตรฐาน ISO/IEC 27001
“ถ้าทำได้จริงตามแผน 72 ชั่วโมง ประเทศไทยจะไม่เพียงกำจัดสแกมเมอร์ได้ แต่จะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางดิจิทัลที่ปลอดภัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก”
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews