ครูสอนทอผ้าไหมวัย 54 ปี ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณพระพันปีหลวง เล่าพระราชดำริก่อตั้ง “ศูนย์ศิลปาชีพห้วยทับทัน” หลังเสด็จเยี่ยมราษฎรยากจนเมื่อ 32 ปีก่อน ยืนยันจะสืบสานงานทอผ้าไหมต่อจนสิ้นลมหายใจ
ที่โครงการส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ ได้ลงพื้นที่สำรวจความคืบหน้าของการดำเนินงานตามโครงการพระราชดำริ

และพบกับ นายอัมพร เกตุกุล อายุ 54 ปี ครูสอนทอผ้าไหมประจำโครงการส่งเสริมศิลปาชีพ ซึ่งได้พาผู้สื่อข่าวชมพื้นที่ปลูกหม่อน โรงเลี้ยงไหม และโรงทอผ้าไหมของสมาชิกในโครงการ ที่ยังคงดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ตามแนวพระราชดำริเพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่
นายอัมพร เปิดเผยว่า โครงการส่งเสริมศิลปาชีพแห่งนี้เกิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรบ้านหนองน้ำขุ่น หมู่ 10 ตำบลเมืองหลวง อำเภอห้วยทับทัน เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2536 หลังทรงทราบข่าวว่าราษฎรในจังหวัดศรีสะเกษประสบความยากจน ขาดแคลนอาหาร และมีบางครอบครัวถึงขั้นต้องนำดินมากินประทังชีวิต
ด้วยความห่วงใยในทุกข์ของราษฎร พระองค์จึงเสด็จลงพื้นที่ด้วยพระองค์เอง และทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้ง “โครงการส่งเสริมศิลปาชีพ” เพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงที่มีฝีมือด้านการทอผ้าไหม ทรงรับไว้เป็นสมาชิกโครงการฯ เพื่อส่งเสริมอาชีพอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งมีพระราชเสาวนีย์ให้จัดตั้งศูนย์ศิลปาชีพประจำอำเภอห้วยทับทัน เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และสร้างรายได้ให้กับชุมชน
ต่อมาเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2541 พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในพื้นที่อีกครั้ง และได้พระราชทานโอกาสให้ราษฎรเพิ่มเติมเข้าร่วมเป็นสมาชิกของโครงการส่งเสริมศิลปาชีพฯ อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ซึ่งทำให้ประชาชนในพื้นที่มีรายได้มั่นคง สามารถเลี้ยงดูครอบครัว และยังได้ร่วมกันอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมการทอผ้าไหมของท้องถิ่นให้คงอยู่
นายอัมพร กล่าวทั้งน้ำตาว่า ครั้งหนึ่งตนเคยมีโอกาสเข้าไปรับรางวัลการทอผ้าไหมต่อหน้าพระพักตร์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ตนซาบซึ้ง ในพระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่ง โดยพระองค์ได้ตรัสกับตนว่า “ขอให้คุณโชคดีนะ” คำพูดสั้น ๆ แต่เปี่ยมด้วยความเมตตาและอบอุ่น ทำให้ตนจดจำมิรู้ลืมจนถึงทุกวันนี้
“ถ้าไม่มีพระองค์ท่าน ก็จะไม่มีโครงการศิลปาชีพแห่งนี้ ชาวบ้านก็คงไม่มีอาชีพ ไม่มีรายได้เหมือนทุกวันนี้ พระองค์ท่านทรงมอบโอกาสให้คนเล็กคนน้อยอย่างพวกเราได้ลืมตาอ้าปาก ผมจึงตั้งใจว่าจะสานต่องาน ของพระองค์ท่านให้ดีที่สุด เพื่อเป็นการตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณ” นายอัมพร กล่าวด้วยความตื้นตัน
สำหรับโครงการส่งเสริมศิลปาชีพอำเภอห้วยทับทัน ปัจจุบันมีการดำเนินกิจกรรมครบวงจร ตั้งแต่การปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ทอผ้าไหม ไปจนถึงการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ทั้งในตลาดท้องถิ่นและผ่านช่องทางออนไลน์ อีกทั้งยังมีการจัดอบรมเพิ่มทักษะการย้อมไหมจากวัสดุธรรมชาติ และฝึกอาชีพเสริมให้แก่สมาชิกในชุมชน
เพื่อสร้างรายได้และลดรายจ่ายในครัวเรือน สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งการสืบสานพระราชปณิธาน “แม่แห่งแผ่นดิน” ที่ยังคงงดงามและยั่งยืนในหัวใจของชาวศรีสะเกษ.
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews