“ทนายอนันต์ชัย” แนะ “กัน จอมพลัง” ศึกษากฎหมายก่อนเปิดรับบริจาค
“ทนาย อนันต์ชัย” จี้ตรวจทุกองค์กรรับบริจาค ลั่นมูลนิธิตนไม่เรี่ยไรเงินแม้บาทเดียว พร้อมมอบทรัพย์สินทั้งหมดให้วัดเทพลีลา หากต้องปิดตัวลง
วันนี้ (24 ต.ค 68) เวลา 10.00 น. ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ทนาย อนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิกองทัพธรรม ได้เปิดเผยถึง กรณีที่มูลนิธิต่างๆที่เปิดรับบริจาคและเรี่ยไรเงินจากประชาชน และได้เสนอแนะ จากกรณีที่กัน จอมพลัง ตกเป็นประเด็นเรื่องการเปิดโปงมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ว่า
เนื่องจากตนเองก็ทำมูลนิธิเช่นเดียวกัน ทั้งในข้อกฎหมายและการตรวจสอบกับนายทะเบียนของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ก็ได้รับการยืนยันว่า ทุกมูลนิธิและสมาคม ไม่มีสิทธิ์ในการเปิดรับบริจาคเรี่ยไรเงินเป็นการทั่วไปได้ เนื่องจากอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2487
ทนาย อนันต์ชัย ไชยเดช เปิดดผยว่า ตนก่อตั้ง มูลนิธิทนายกองทัพธรรม ตั้งแต่ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 มูลนิธิทนายกองทัพธรรม ยืนยันว่าไม่เคยเปิดรับบริจาคแม้แต่บาทเดียว ทุกวันนี้บริษัทกฎหมายของ ทนาย อนันต์ชัย ไชยเดช เป็นคนช่วยเหลือเรื่องเงินให้กับมูลนิธิทนายกองทัพธรรม และมีสำนักงานและที่อยู่ของมูลนิธิเป็นหลักแหล่ง ตั้งอยู่ โชคชัย 4 กรุงเทพมหานคร ซึ่งมูลนิธิทนายกองทัพธรรมได้รับคำชมเชย จากสำนักงานเขตลาดพร้าวและกรมการปกครอง และได้มาตรวจสอบว่า มูลนิธิทนายกองทัพธรรม โปร่งใสมีรายรับรายจ่ายชัดเจน
และที่สำคัญตามหลักการ ถึงแม้จะจดเป็นมูลนิธิหรือสมาคม เราไม่สามารถร้องขอรับบริจาคได้ ซึ่งตนได้ทำเรื่องไปถามกรมการปกครองในเรื่องนี้ ในการเปิดรับบริจาค ซึ่งกรมการปกครองบอกว่า ไม่ว่าจะเป็นสมาคมหรือมูลนิธิ ก็เปิดรับบริจาคไม่ได้เพราะ ผิด พ.ร.บ. การควบคุมการเรี่ยไร
ซึ่งถ้าจะเปิดรับบริจาคต้องยื่นหนังสือมาที่กรมการปกครองและแจกแจงรายรับรายจ่าย ของมูลนิธิอย่างชัดเจน และอยากให้มาตรวจสอบมูลนิธิทนายกองทัพธรรม
เพราะยืนยันว่าโปร่งใสชัดเจนเนื่องจากบัญชีติดลบเพราะว่าตนต้องออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมดไม่เคยเปิดรับบริจาคกับประชาชน แล้วเวลาไปช่วยพระ หรือคดีอื่นๆ ก็ไม่เคยที่จะไปเรียกรับเงินมา เพราะช่วยฟรีตลอดเพราะตนยืนยันว่า มูลนิธิตนเป็นจิตอาสา และถ้ามูลนิธิของตน ถูกปิดตัว หรือเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
ทรัพย์สินทั้งหมดที่เป็นของมูลนิธิ จะมอบให้กับวัดเทพลีลา อารามหลวง เพราะมูลนิธิตนเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาก็ต้องมอบให้กับวัด
และทุกวันนี้ก็ควรที่จะมีกฎหมายที่จะมาแก้ไขในการรับบริจาคของมูลนิธิต่างๆได้แล้ว และชี้ชัดให้ให้โปร่งใส ว่า มูลนิธิควรรับบริจาคได้หรือไม่ เพราะว่าถ้ารับบริจาคไปแล้วเขาเอาเงินรับบริจาคไปทำผิดวัตถุประสงค์ ตามที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกก็ต้องไปไล่บี้เช็คบัญชีย้อนหลังเขาอีกเพราะฉะนั้นต้องแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นเหตุ
ก็คือจัดการแก้กฎหมายใหม่กับมูลนิธิที่เปิดรับบริจาคอย่างชัดเจน เช่นถ้ามูลนิธิ จะเปิดรับบริจาค ต้องมาแจ้งกรมการปกครองอย่างชัดเจนว่าจะรับบริจาคในเรื่องใด ซึ่งปัจจุบันหน่วยงานกรมการปกครองหลับหูหลับตาไม่อยากจะดำเนินคดีกับมูลนิธิที่เปิดรับบริจาค
สุดท้ายต้นอยากฝากถึงประชาชนว่าอยากให้แยก กับสิ่งที่คุณกันจอมพลังทำ ก็เป็นสิ่งที่ดี ที่น่ายกย่อง แต่ถ้าอะไรที่ผิดพลาดถ้าให้อภัยได้ก็ให้อภัยกัน ตนยืนยันว่าไม่เคยที่จะทับถมใคร เพราะกัน จอมพลัง อาจจะประสบการณ์น้อยในการทำมูลนิธิ ถ้าเปรียบเทียบกับตน เวลาตนจะทำอะไรตนก็ต้อง เช็คหรือว่ารู้กฎหมายก่อน ค่อยลงมือทำ
แต่ทางด้านกันจอมพลังก็อาจจะยุ่งเกี่ยวกับการช่วยเหลือประชาชน ก็อาจจะลืมในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็เลยทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ เขาอาจจะไม่รู้ว่า การที่ การที่มูลนิธิไม่ได้จดทะเบียนเป็นชื่อกันจอมพลัง ก็อาจจะทำให้สังคมตั้งข้อสังเกต
และอีกอย่างนึงมูลนิธิต่างๆเวลาถูกยุบ หรือปิดตัวลง ก็ควรมอบให้กับหน่วย งานสังคม ที่เป็นรูปประธรรมและประชาชนยอมรับ และสิ่งไหนที่ทำดีก็ขอชื่นชมแต่สิ่งในที่พลาดก็ขอให้แก้ไข
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





