ไทยดันความร่วมมืออาเซียน ปราบสแกมเมอร์–อาชญากรรมไซเบอร์ ในที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 47 ชี้ เป็นวาระสำคัญควบคู่สร้างสันติภาพ เสถียรภาพ และเศรษฐกิจดิจิทัลภูมิภาค
นายพลพงศ์ วังแพน อธิบดีกรมอาเซียน เปิดเผยว่า การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 47 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–28 ตุลาคม ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย มีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่โลก กำลังเผชิญความผันผวนทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ
โดยผู้นำจากชาติสมาชิกอาเซียน รวมถึงประเทศคู่เจรจาสำคัญ เช่น สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ จะเข้าร่วมประชุมเพื่อร่วมกำหนด ทิศทางความร่วมมือในภูมิภาค โดยไทยมุ่งผลักดันให้ประเด็น “การปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์และสแกมออนไลน์” เป็นหนึ่งในวาระสำคัญของการประชุม

เนื่องจากปัญหานี้สร้างความเสียหายต่อประชาชน และระบบเศรษฐกิจดิจิทัลในอาเซียนอย่างรุนแรง โดยไทยได้เสนอให้เพิ่มความร่วมมือในกรอบอาเซียนผ่านกลไกที่มีอยู่ เช่น ปฏิญญากรุงเทพต้านออนไลน์สแกม และการจัดตั้ง “คณะทำงานต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์” ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นเจ้าภาพ
“เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ปัญหาภายในภูมิภาค แต่เป็นปัญหาโลกที่ต้องร่วมมือกัน สหรัฐฯ ก็เสนอในกรอบ East Asia Summit เช่นกัน เพราะอาชญากรรมไซเบอร์ส่งผลกระทบต่อทั้งระบบการเงินโลก”
นอกจากนั้น ไทยยังให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาค โดยทำหน้าที่เป็นประธานการเจรจากรอบ ความตกลงอาเซียนว่าด้วยเศรษฐกิจดิจิทัล (DEFA) คาดว่าจะเจรจาแล้วเสร็จภายในปีหน้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจอาเซียนแตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2030
ในด้านพลังงาน อาเซียนตั้งเป้าการใช้พลังงานหมุนเวียนให้ได้ ร้อยละ 43 ภายในปี 2030 เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ขณะที่ไทยจะร่วมผลักดันการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดและพัฒนาเทคโนโลยีสีเขียว
สำหรับประเด็นเมียนมา อธิบดีกรมอาเซียน ย้ำว่า ไทยยังคงมีบทบาทนำในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน โดยสนับสนุนการขับเคลื่อน “ฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน” เพื่อลดความรุนแรงและส่งเสริมกระบวนการสันติภาพ พร้อมจับตาความคืบหน้าเรื่องการเลือกตั้งในเมียนมา ที่แม้อาจไม่สมบูรณ์แบบแต่ถือเป็น “ก้าวแรกสู่สันติภาพภายในประเทศ”
สำหรับประเด็นเมียนมา อธิบดีกรมอาเซียน ย้ำว่า ไทยยังคงมีบทบาทนำในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน โดยสนับสนุนการขับเคลื่อน “ฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน” เพื่อลดความรุนแรงและส่งเสริมกระบวนการสันติภาพ พร้อมจับตาความคืบหน้าเรื่องการเลือกตั้งในเมียนมา ที่แม้อาจไม่สมบูรณ์แบบแต่ถือเป็น “ก้าวแรกสู่สันติภาพภายในประเทศ”
ขณะเดียวกัน การประชุมรอบนี้ยังเป็นการรับสมาชิกใหม่อย่างเป็นทางการของ “ติมอร์-เลสเต” เข้าร่วมอาเซียน ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายประชาคมและวางวิสัยทัศน์อาเซียน 2045 เพื่อรับมือความท้าทายข้ามพรมแดน ทั้งอาชญากรรมไซเบอร์ สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งไทยพร้อมจะเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้าน “วาระสีเขียว” ในภูมิภาคนี้ต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews