DSI ส่งมอบทรัพย์สินคดี “พี มายเนอร์ คริปโตเคอเรนซี่ มูลค่า 251 ล้าน ให้ ปปง. ดำเนินการเฉลี่ยคืนผู้เสียหาย รมว.ยุติธรรมสั่งเข้ม ปราบอาชญากรรมเทคโนโลยีเป็นวาระแห่งชาติ
วันนี้ (22 ต.ค. 2568) เวลา 10.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดี DSI, พ.ต.ท.อานนท์ อุนทริจันทร์ ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ, นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และนายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง.
ร่วมกันแถลงข่าวการส่งมอบทรัพย์สินในคดี ห้างหุ้นส่วนจำกัด พี มายเนอร์ คริปโตเคอเรนซี่ กรุ๊ป ซึ่งหลอกลวงประชาชนให้ร่วมลงทุนซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลและทำเหมืองขุดบิตคอยน์โดยทรัพย์สินที่ DSI ยึดและอายัดไว้ทั้งหมด 264 รายการ มูลค่ารวมกว่า 251 ล้านบาท ถูกส่งมอบให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และนำไปขายทอดตลาดเพื่อเฉลี่ยคืนให้แก่ผู้เสียหาย
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า การปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็น “วาระแห่งชาติ” ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ และในช่วงที่ผ่านมา DSI ได้ดำเนินคดีกับกลุ่มมิจฉาชีพออนไลน์และคดีแชร์ลูกโซ่หลายคดี ทั้ง Forex 3D, The Icon และคดีหมอบุญ เป็นต้น
ซึ่งหลังจากนี้ กระทรวงยุติธรรมจะเร่งดำเนินการเชิงรุกมากขึ้น โดยมอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานในสังกัด เช่น DSI และ ปปง. ร่วมบูรณาการทำงานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การจับกุม ยึดทรัพย์ ขายทอดตลาด ไปจนถึงการเยียวยาผู้เสียหาย เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมเกิดผลเป็นรูปธรรมมากที่สุด
และ ได้มอบแนวทางให้จัดระบบการรายงานคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแบบเรียลไทม์หรือรายวัน เพื่ออัปเดทยอดผู้เสียหาย ลักษณะการหลอกลวง และความคืบหน้าของแต่ละคดีในลักษณะเดียวกับการรายงานสถานการณ์โควิด-19 เพื่อให้ประชาชนรับรู้เท่าทันกลโกงของกลุ่มมิจฉาชีพ
ด้าน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดี DSI เปิดเผยว่า คดีพี มายเนอร์ฯ มีพฤติการณ์ร่วมกันหลอกลวงให้ประชาชนร่วมลงทุนซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) และขุดบิตคอยน์ (Bitcoin) โดยอ้างผลตอบแทนสูงถึง ร้อยละ 69.38 – 419.75 ต่อปี ส่งผลให้มีผู้เสียหายกว่า 630 ราย
มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 870 ล้านบาท ซึ่ง DSI ได้รับเป็นคดีพิเศษที่ 290/2565 และได้ตรวจยึดทรัพย์สินไว้ เช่น เงินฝากในบัญชีธนาคารกว่า 113 ล้านบาท, สินทรัพย์ดิจิทัล 49 ล้านบาท, บ้านและที่ดินหลายแปลง, ห้องชุด, รถยนต์หรู และรถจักรยานยนต์หรู รวมมูลค่ากว่า 251 ล้านบาท
ขณะที่ พ.ต.ท.อานนท์ อุนทริจันทร์ ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ต้องหาในคดีนี้มีจำนวน 5 ราย เป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน ปัจจุบันทั้งหมดหลบหนีออกนอกประเทศแล้ว
โดยพนักงานสอบสวนได้ขอศาลออกหมายจับในข้อหา ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งทาง DSI อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลเพื่อยึดทรัพย์สินเพิ่มเติมในส่วนที่ยังเหลือ
ด้านนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. กล่าวว่า ปปง. ได้เปิดให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอรับการเยียวยาความเสียหายตามกฎหมายว่าด้วยการฟอกเงินได้ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน ถึง 23 ธันวาคม 2568 เพื่อเข้าสู่กระบวนการเฉลี่ยทรัพย์สินคืนให้แก่ผู้เสียหายโดยเร็วที่สุด
หลังจากการแถลงข่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงของ DSI และ ปปง. ได้เดินตรวจชมของกลางที่ตรวจยึดได้ในคดีนี้ ซึ่งประกอบด้วยรถยนต์หรูและรถจักรยานยนต์หรูหลายคัน ก่อนจะยืนยันว่ารัฐบาลจะเดินหน้าปราบปรามคดีหลอกลงทุนและคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อคุ้มครองประชาชนและสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม.
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews