กต.เตรียมชงครม.เศรษฐกิจช่วยเอกชนไทยในเขมร-ยันไม่เสนอเปิดด่าน

การเมือง ข่าว
กต. เตรียมชง ครม.เศรษฐกิจ ออกมาตรการช่วยเอกชนไทยในกัมพูชา หลังถูกบอยคอตสินค้า – ยันไม่เสนอเปิดด่าน ชี้ สหรัฐฯ แม้พลาดโนเบลแต่ยังพร้อมช่วยไทยคลี่คลายวิกฤต

 

นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการประชุมระหว่างนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กับคณะผู้แทนภาคเอกชนไทยในกัมพูชา ว่า กระทรวงจะนำข้อมูลจากการประชุมไปใช้ในการจัดทำมาตรการเยียวยา และเสริมขีดความสามารถให้กับภาคธุรกิจไทยในกัมพูชาอย่างเป็นรูปธรรม

 

โดยการประชุมครั้งนี้ มีผู้แทนจากทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 90 คน เข้าร่วม อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง กรมศุลกากร ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) รวมถึงภาคเอกชนจากหลากหลายสาขา ทั้งการเงิน การเกษตร พลังงาน ก่อสร้าง ค้าปลีก–ค้าส่ง ท่องเที่ยว โรงพยาบาล และสายการบิน ตลอดจนตัวแทนจากหอการค้า 7 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา

 

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้สะท้อนผลกระทบที่เกิดขึ้นจากมาตรการตอบโต้ของกัมพูชา ทั้งการห้ามนำเข้าน้ำมัน ผัก ผลไม้ และสื่อบันเทิงจากไทย ตลอดจนกระแสการบอยคอตสินค้าไทยในกัมพูชา ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบต่อยอดขายและการดำเนินธุรกิจหลายกลุ่ม ขณะที่การค้าชายแดนชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด โดยฝ่ายไทยยืนยันเสมอว่าความขัดแย้งระหว่างรัฐไม่ควรกระทบต่อประชาชน แต่ฝ่ายกัมพูชา ยังคงดำเนินมาตรการที่ทำให้ประชาชนทั้งสองประเทศเดือดร้อน

 

ภาคเอกชนได้เสนอให้รัฐบาลพิจารณามาตรการช่วยเหลือทั้งในด้านภาษี วงเงินสินเชื่อ การลดค่าไฟ และการสนับสนุนการส่งออก โดยกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศจะรวบรวมข้อเสนอทั้งหมด เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อออกนโยบายช่วยเหลือภาคเอกชนโดยเร็วที่สุด หากไม่ทันบรรจุวาระในสัปดาห์หน้า จะเสนอในรอบถัดไปภายในเดือนตุลาคมนี้แน่นอน

 

นายนิกรเดช ระบุว่า ภาคเอกชนยังไม่มีข้อเสนอให้ “เปิดด่านชายแดน” แต่เพียงสอบถามถึงแนวทางและช่วงเวลาที่อาจฟื้นฟูความสัมพันธ์ เพื่อกลับมาค้าขายได้ตามปกติ พร้อมยืนยันว่าไทยยังยึดมั่นแนวทางการทูตเชิงรุกและการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี

 

นอกจากนี้ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีประเทศมหาอำนาจแสดงความประสงค์จะช่วยเป็นผู้ประสานความขัดแย้งระหว่างไทย–กัมพูชา โดยยอมรับว่าประเทศดังกล่าวอาจมีแรงจูงใจ จากการหวังได้รับ “รางวัลโนเบลสันติภาพ” แต่ย้ำว่าไทยเชื่อมั่นในความหวังดีและพร้อมขอบคุณที่ยื่นมือเข้ามาช่วยประสานงาน แม้ไม่ได้รับรางวัลก็ตาม ซึ่งหวังว่าประเทศมหาอำนาจนั้น จะยังคงช่วยไทย ในการผลักดันให้กัมพูชาเดินหน้าในเงื่อนไขสำคัญ เช่น การถอนอาวุธหนัก การเก็บกู้ทุ่นระเบิด การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และการจัดระเบียบพื้นที่ชายแดน เพื่อให้ความสัมพันธ์กลับสู่ภาวะปกติได้ในที่สุด

 

ทั้งนี้ ก่อนเกิดความขัดแย้ง ไทยเป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของกัมพูชา โดยมูลค่าการค้ารวมปี 2567 อยู่ที่ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 15,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2570 โดยครึ่งหนึ่งเป็นการค้าชายแดน อย่างไรก็ตาม หลังเกิดความตึงเครียด ตัวเลขการค้าในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเหลือเพียง 10 ล้านบาท ขณะที่สินค้าไทยหลายประเภท โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคและธุรกิจบันเทิง สูญเสียส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่อง

 

ส่วนด้านการลงทุน ไทยเป็นนักลงทุนอันดับ 9 ของกัมพูชา มูลค่าประมาณ 1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 ขณะที่ภาคการท่องเที่ยว ไทยและกัมพูชายังคงเป็นตลาดสำคัญของกันและกัน โดยปีที่แล้วมี นักท่องเที่ยวชาวกัมพูชาเดินทางเข้าไทยกว่า 550,000 คน และนักท่องเที่ยวไทยไปกัมพูชากว่า 2 ล้านคน ซึ่งถือเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติอันดับ 1 ของกัมพูชา

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews