“พิธา” มองการเมืองไทยยุคนี้คือ “เฉพาะกิจ” ป้องปชน.ไม่ใช่ฝ่ายค้ำ
“พิธา” มองการเมืองไทยยุคนี้คือ”เฉพาะกิจ” เตือน “อนุทิน” อย่าให้การเมืองนำบ้านเมือง ป้อง “พรรคประชาชน” ไม่ใช่ฝ่ายค้ำ แนะกู้ภาพลักษณ์ด้วยผลงานจริง
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันว่า “เป็นการเมืองเฉพาะกิจ” มี “นายกรัฐมนตรีเฉพาะกิจ” ที่เข้าสู่อำนาจแบบเฉพาะกิจ ซึ่งต้องบริหารสมดุลระหว่างการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองกับการรักษาสัญญาทางการเมืองกับฝ่ายค้าน พร้อมระบุว่า ฝ่ายค้านยังมีกลไกควบคุมรัฐบาลเสียงข้างน้อยได้ เช่น การอภิปรายนโยบายที่เห็นว่าทำได้ดีพอสมควร
ส่วนกระแสวิจารณ์พรรคประชาชนว่าอาจเป็น “ฝ่ายค้ำรัฐบาล” มองว่า ไม่เป็นความจริง เพราะพรรคประชาชนได้พิสูจน์แล้วผ่านการทำงานในสภา โดยเฉพาะนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ที่ใช้กลไกตรวจสอบรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและพรรคร่วมรัฐบาล
โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย ทำตามคำสัญญาอย่างจริงใจ เพราะแบรนด์ดิ้ง ของพรรคภูมิใจไทยคือ “พูดแล้วทำ” หากพลิกกลับคำพูดบ่อย จะกระทบภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของพรรคก่อนเลือกตั้งครั้งหน้า
ขณะกระแสข่าวอาจยุบสภาภายใน 4 เดือนข้างหน้า นายพิธา แนะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า ควรให้ความสำคัญกับ “บ้านเมืองมากกว่าการเมือง” เพราะขณะนี้มีปัจจัยท้าทายทั้งจากต่างประเทศ เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีที่ต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ พร้อมเตือนว่า “อย่าให้การเมืองนำบ้านเมือง”
โดยเฉพาะในช่วงที่ไทยต้องรับมือทั้งการเลือกตั้ง เมียนมาร์และการประชุมอาเซียน ซึ่งล้วนเป็นภารกิจสำคัญของนายกฯ เฉพาะกิจ รวมถึงเรื่อง “นิติรัฐ นิติธรรม” ที่เป็นปัจจัยฉุดรั้งเศรษฐกิจไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
ส่วนกรณีที่หลายพรรคเริ่มตั้งเป้าจำนวนเก้าอี้ ส.ส. ในการเลือกตั้งครั้งหน้า นายพิธา มองว่า เป็นเรื่อง “ไร้สาระ” เพราะไม่สะท้อนความพร้อมทางการเมืองที่แท้จริง โดยระบุว่า ช่วงที่ตนเป็นหัวหน้าพรรคก้าวไกล พรรคให้ความสำคัญกับ “คุณภาพมากกว่าปริมาณ” สร้างพรรคให้เป็นมวลชน มี ส.ส.เขตมากกว่าบัญชีรายชื่อ และมีฐานเสียงกระจายทั่วประเทศ ไม่ใช่เฉพาะบางภูมิภาค
นายพิธา กล่าวเพิ่มเติมว่า อยากให้พรรคประชาชนพัฒนาในเชิงคุณภาพ โดยเฉพาะการขยายฐานในพื้นที่ภาคใต้ ภาคเหนือ และภาคอีสาน ซึ่งยังมีช่องว่างทางการเมืองอยู่มาก พร้อมเน้นให้โฟกัสที่ การพัฒนาแคนดิเดตและยุทธศาสตร์สื่อสารทางการเมืองฎ มากกว่าการสนใจโพล
สำหรับความเชื่อมั่นต่อบันทึกข้อตกลง (MOA) ระหว่างพรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทย นายพิธา กล่าวว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความจริงใจของพรรคภูมิใจไทยว่าจะรักษาสโลแกน “พูดแล้วทำ” ได้หรือไม่ เพราะหากเลือกผลประโยชน์ระยะสั้น อาจเสียความน่าเชื่อถือระยะยาวไป พร้อมแนะพรรคประชาชนให้ใช้กลไกสภาตรวจสอบอย่างเต็มที่
“ส่วนตัวผมไม่กังวลเรื่องดูด เพราะตอนนั้นภูมิใจดูดแต่ก็ยังแพ้ผมหมด คนที่โดนดูดมักมีแผลทางการเมือง และประชาชนจะเป็นคนลงโทษเอง” นายพิธา กล่าว
พร้อมย้ำว่า การเมืองแบบบ้านใหญ่ที่ใช้กลไก ข้าราชการอาจต้องระวังมากกว่า ส่วนพรรคประชาชนควร “โฟกัสตัวเองให้มาก” ทำงานจากล่างขึ้นบน สื่อสารตรงกับประชาชน และไม่ต้องสนใจตัวเลขหรือโพลใด ๆ
สำหรับคำถามว่าพรรคประชาชนจะกู้ภาพลักษณ์จากข้อครหาว่าเป็นพรรคฝ่ายค้ำได้อย่างไร นายพิธาย้ำว่า “ไม่ใช่ฝ่ายค้ำแน่นอน” และทางออกเดียวคือ “ผลงาน” ที่เป็นรูปธรรม เขากล่าวด้วยว่า ตนติดใจ กับคำสัมภาษณ์ของแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ที่บอกว่ายังไม่ได้รับการติดต่อจากพรรคประชาชน ซึ่งอาจสะท้อนปัญหาการสื่อสารทางการเมืองที่เกิดขึ้น
นายพิธา ทิ้งท้ายว่า แม้การตัดสินใจของพรรคประชาชนอาจไม่สมบูรณ์ แต่วันนี้สิ่งที่สำคัญคือการทำหน้าที่ฝ่ายค้านตรวจสอบ “รัฐบาลเฉพาะกิจ” ให้เข้มข้นที่สุด พร้อมฝากเตือนนายอนุทินว่า “อย่าลืมว่าคุณคือ นายกรัฐมนตรีเฉพาะกิจ ที่มาจากอำนาจเฉพาะกิจเพื่อภารกิจเฉพาะกิจ”
ก่อนจบการให้สัมภาษณ์ นายพิธายังกล่าวติดตลกทิ้งท้ายถึงนายอนุทินว่า “ซักผ้าเสร็จแล้ว กลับมาตอบคำถามสื่อมวลชนด้วยนะครับ”
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





