มาแน่! นักบินขับไล่หญิงไทย ผบ.ทอ.เล็งผลักดันให้เป็นจริง

การเมือง ข่าว
มาแน่! นักบินขับไล่หญิงไทย ผบ.ทอ. แถลงนโยบาย ชู วิสัยทัศน์ใหม่ มุ่งสู่กองทัพอากาศที่แข็งแกร่ง มีประสิทธิภาพ ย้ำ ต้องคิดนอกกรอบประเพณีเดิม เตรียมผลิตนักบินขับไล่หญิง ผลักดันศูนย์ต่อต้านโดรน รับมือภัยคุกคาม

พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ คนที่ 31 แถลงนโยบาย และ เจตนารมณ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ประจำปี 2569 ที่โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี

 

โดยผู้บัญชาการทหารอากาศ ย้ำในเจตนารมณ์สานต่อจากผู้บัญชาการทหารอากาศคนเก่า มุ่งเน้นวิสัยทัศน์ ‘เสริมสร้างความแข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพ’ ภายใต้หลักการ 5 ด้าน คือสร้างความภาคภูมิใจในความเป็นชาติ ความเป็นเอกราชและความเป็นทหารอากาศ มียุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย บุคลากรมีความเป็นมืออาชีพ โปร่งใสมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญคือการสร้างบุคลากรให้เป็นทหารอากาศที่ดูแลห้วงอากาศและอวกาศ

 

ผู้บัญชาการทหารอากาศ ย้ำถึงการสร้างบุคลากรว่า ต้องให้โอกาสคนทุกเพศทุกตำแหน่งที่มีความรู้ความสามารถได้เข้ามาอยู่ในตำแหน่งสำคัญ รวมไปถึงหน้าที่ในแนวหน้า หรือ Front Line เช่น การสร้างนักบินขับไล่หญิง

 

ทั้งนี้ ขั้นตอนในการผลิตนักบินขับไล่หญิง อยู่ระหว่างให้ฝ่ายยุทธการวางแผน แต่ในความเป็นจริงกองทัพอากาศมีนักบินหญิงอยู่แล้ว โดยทำการบินกับเครื่องบินลำเลียง

 

ส่วนเครื่องบินขับไล่ถือเป็นเครื่องบินที่มีความท้าทายและโดยส่วนตัวมีเพื่อนเป็นนักบินขับไล่หญิงต่างประเทศหลายคน เช่น กรณีนักบินขับไล่ F-35 ของสหรัฐฯที่มาทำการบินในประเทศไทยก็เป็นนักบินหญิง ดังนั้นจึงไม่ควรปิดโอกาสคนที่มีความสามารถ เพราะกองทัพอากาศมีคนเก่งอีกมาก

 

ผู้บัญชาการทหารอากาศ ยังย้ำถึงการพัฒนาเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ ว่า กองทัพอากาศได้จัดทำคู่มือที่เกี่ยวกับระบบ อากาศยานไร้คนขับไว้แล้ว หากภารกิจที่สามารถใช้ระบบอากาศยานไร้คนขับได้เช่น การลาดตระเวน , ภารกิจที่เสี่ยง อันตราย ก็จะนำระบบอากาศยานไร้คนขับมาใช้ แต่ระบบที่ใช้มนุษย์ก็ยังมีความจำเป็น เพราะในหลายภารกิจมีความซับซ้อนต้องใช้ดุลย์พินิจของมนุษย์

 

ผู้บัญชาการทหารอากาศ ย้ำถึงแผนการจัดซื้อระบบ Drone และ Anti Drone ในงบประมาณปี 2569 ว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพัฒนาศูนย์ต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ โดยมองว่า หากถูกโจมตี ด้วยโดรนเป็น100 ลำ แม้จะมีอาวุธที่ดีขนาดไหนอาจไม่สามารถต้านทานได้ จึงต้องมีระบบที่ดีในการหยุดยั้งโดรน

 

ซึ่งทุกเหล่าทัพตระหนักถึงเรื่องนี้ ดังนั้น จึงต้องพัฒนาขีดความสามารถร่วมกัน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการโดยศูนย์ดังกล่าวรับผิดชอบโดยกองทัพอากาศ

 

สำหรับแนวทางการทบทวนสมุดปกขาว กองทัพอากาศเพื่อรองรับสถานการณ์หลังเหตุปะทะไทย-กัมพูชาที่ผ่านมา ผู้บัญชาการทหารอากาศ ย้ำว่า ให้ฝ่ายยุทธการไปทบทวน เพราะเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจาก บทเรียนที่เกิดขึ้นมีหลายเรื่อง จึงต้องจัดลำดับความเร่งด่วนและความสำคัญกันใหม่

 

ผู้บัญชาการทหารอากาศ ยังระบุถึงมติสภากลาโหม ที่ให้เหล่าทัพไปจัดหาอาวุธเชิงรุกว่า ขีดความสามารถของกองทัพอากาศในปัจจุบันถือว่าเป็นระบบอาวุธเชิงรุกอยู่แล้ว แต่การปฏิบัติภารกิจต้องคำนึง ถึงหลายระดับ ทางด้านยุทธศาสตร์และนโยบาย รวมถึงการสั่งการของรัฐบาล ที่จะต้องนำมาย้ำให้กับผู้บังคับบัญชาในทุกระดับชั้น

 

ทั้งนี้ กองทัพอากาศ ให้ความสำคัญกับพันธกรณีของสหประชาชาติ ซึ่งการตอบโต้ต้องคำนึงถึงหลักการเหล่านี้เพราะไทยเป็นประเทศที่ยึดในความถูกต้อง ไม่ทำร้ายใครก่อน เน้นการตอบโต้ตามสัดส่วน และไม่ทำร้ายพลเรือน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการ

 

โดยขอให้ทุกคนมั่นใจว่ากองทัพอากาศและกองทัพไทย จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้มีการรุกล้ำอธิปไตย ป้องกันเกียรติยศ และศักดิ์ศรีของประเทศ เพราะบรรพบุรุษสร้างประเทศไทยมา 800 กว่าปีจนมาถึงวันนี้

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews