Home
|
ข่าว

”บุรีรัมย์” สะบัดมือโบกลา”ออสมาร์” แบบงงทั้งประเทศ

Featured Image

ดีกรี 4 แชมป์ก็ไม่ช่วย ! ”บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” สะบัดมือโบกลา”ออสมาร์” แบบงงทั้งประเทศ

 

 

 

ถือเป็นข่าวช็อกวงการลูกหนังไทย เมื่อ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทีมยักษ์ใหญ่แห่งศึก บีวายดี ซีไลออน ซิกส์ ลีกหนึ่ง ประกาศแยกทางกับ ออสมาร์ ลอสส์ วิเอร่า กุนซือชาวบราซิลวัย 50 ปี อย่างเป็นทางการ หลังเพิ่งพาทีมลงสนามไปเพียง 7 เกมในฤดูกาลนี้

 

เกมล่าสุดที่สนามช้างอารีนาเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา บุรีรัมย์ทำได้เพียงเปิดบ้านเสมอ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด 2-2 แม้จะยังคง นำเป็นจ่าฝูง ด้วยผลงาน ชนะ 6 เสมอ 1 ยังไม่แพ้ใคร เก็บได้ 19 คะแนนเต็ม แต่กระแสความกดดันเริ่มถาโถม โดยเฉพาะจากผลงานในรายการ เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก ที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายของสโมสร

 

เฟซบุ๊กแฟนเพจ “Buriram United” ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันการแยกทางกับออสมาร์ โดยไม่ได้ระบุเหตุผลชัดเจน แต่หลายฝ่ายคาดว่าเป็นผลจากความไม่พอใจต่อฟอร์มในบอลถ้วยเอเชีย ซึ่ง “ปราสาทสายฟ้า” ยังหาฟอร์มแชมป์ไม่เจอ

 

การอำลาของออสมาร์ ทำให้เขากลายเป็น กุนซือรายที่ 3 ในฤดูกาลนี้ ที่ต้องตกเก้าอี้ในศึกลีกสูงสุดไทย ต่อจาก ดุสิต เฉลิมแสน และ ศุภชัย คมศิลป์ สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มข้นและแรงกดดันของลีกปีนี้

 

เบื้องต้น สโมสรได้แต่งตั้ง เอเมอร์สัน เปเรร่า ดา ซิลวา อดีตผู้ช่วยโค้ช เข้ามารับหน้าที่ รักษาการหัวหน้าผู้ฝึกสอนชั่วคราว เพื่อคุมทีมในศึกใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้า โดยเฉพาะเกม เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก นัดสำคัญ ที่จะบุกเยือน เมลเบิร์น ซิตี้ วันที่ 21 ตุลาคมนี้

 

สำหรับผลงานของออสมาร์ นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมิถุนายน 2024 เขาสร้างประวัติศาสตร์พา บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คว้า “4 แชมป์ในปีเดียว” ได้แก่ ไทยลีก 1, ช้าง เอฟเอ คัพ, รีโว่ คัพ และแชมป์สโมสรอาเซียน ลงคุมทีมรวม 72 นัด ชนะ 48 เสมอ 15 แพ้เพียง 9 เกม

 

 

แม้การแยกทางครั้งนี้จะเกิดขึ้นแบบกะทันหัน แต่ผลงานและความสำเร็จที่ออสมาร์ฝากไว้ จะยังคงเป็นบทหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของ “ปราสาทสายฟ้า” สโมสรที่ขึ้นชื่อว่าไม่หยุดเดินหน้า เพื่อเป้าหมายแห่งความยิ่งใหญ่ทั้งในไทยและเวทีเอเชีย.

 

หากลองวิเคราะห์เล่นๆว่า ทำไม “ออสมาร์ ลอสส์ วิเอร่า” ถึงถูกปลด ทั้งที่ยังนำฝูง อาจมี 3 ปัจจัยหลักที่อาจเป็นเหตุผลสำคัญของการตัดสินใจปลดกุนซือรายนี้

 

 “ผลงานในเอเชีย” ไม่ถึงมาตรฐาน

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ภายใต้การนำของ “เนวิน ชิดชอบ” ตั้งเป้าชัดเจนว่า ความสำเร็จระดับทวีป คือเป้าหมายสำคัญของสโมสร

แม้ทีมจะคว้าแชมป์ในประเทศแบบกวาดเรียบ แต่ผลงานในรายการ เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก กลับไม่เป็นไปตามที่วางไว้ โดยเกมเปิดสนามรอบแบ่งกลุ่มที่ผ่านมา บุรีรัมย์ทำผลงานได้ต่ำกว่าความคาดหวัง จนมีเสียงวิจารณ์ว่าแท็กติกของออสมาร์ “ขาดความยืดหยุ่น” และ “อ่านเกมคู่แข่งเอเชียไม่ขาด”

สำหรับบุรีรัมย์ ซึ่งลงทุนสูงและมีประสบการณ์ใน ACL หลายปี การพลาดเป้าในเวทีนี้อาจถือเป็น “สัญญาณเตือน” ให้ผู้บริหารรีบตัดสินใจก่อนที่สถานการณ์จะลุกลาม

 

 

 

 

 

“สไตล์การเล่น” เริ่มขัดแนวทางของทีม

แม้จะยังเก็บชัยได้ต่อเนื่องในลีก แต่ฟอร์มการเล่นของบุรีรัมย์ฤดูกาลนี้ถูกตั้งคำถามว่า “ไม่ดุดันเหมือนเดิม”
จากทีมที่เคยบุกทะลวงคู่แข่งด้วยเกมรุกหลากหลาย กลับกลายเป็นทีมที่พึ่งพาความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะมากขึ้น และเกมรับที่เคยเหนียวแน่นเริ่มมีรอยรั่ว โดยเฉพาะการเสียประตูท้ายเกม เช่นในนัดเสมอบีจี ปทุม 2-2

 

เสียงวิจารณ์จากแฟนบอลและคนในวงการบางส่วนมองว่า บุรีรัมย์ยุคออสมาร์ “ขาดความกระหาย” และ “จังหวะของเกมช้าลง” ซึ่งอาจสวนทางกับปรัชญาฟุตบอลที่สโมสรต้องการ — เน้นความเร็ว, พลัง, และการเล่นเพรสซิ่งดุดันในสไตล์ “บุรีรัมย์ DNA”

 

 

 

 

 

แรงกดดันระดับสโมสรใหญ่” กับมาตรฐานที่ไม่เคยลด

การเป็นกุนซือบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คือการยืนอยู่บนความคาดหวังสูงสุดของวงการไทยลีก ชนะไม่พอ ต้องชนะอย่างเหนือชั้น

ออสมาร์อาจพาทีมกวาด 4 แชมป์ในปีแรก แต่พอเข้าสู่ซีซั่นที่สอง ความคาดหวังเพิ่มขึ้นเป็น “ต้องยกระดับสู่เวทีเอเชีย” ทันที เมื่อทีมเริ่มสะดุดแม้เพียงเล็กน้อย เช่น เสมอบีจี ปทุม หรือผลงานไม่เปรี้ยงใน ACL การเปลี่ยนแปลงจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะสโมสรไม่รอให้สถานการณ์ “แย่ลง”

 

การปลดออสมาร์ไม่ใช่เรื่อง “ผลลัพธ์ไม่ดี” แต่เป็นเรื่องของ “ทิศทางและความเชื่อมั่น” ที่เริ่มไม่ตรงกันระหว่างผู้บริหารกับกุนซือ

 

 

 

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นสโมสรที่ยึดมั่นในวัฒนธรรมแห่งชัยชนะและความสมบูรณ์แบบ การเปลี่ยนโค้ชในเวลานี้จึงเป็นการ “ตัดไฟแต่ต้นลม” เพื่อให้ทีมยังอยู่ในเส้นทางเป้าหมายใหญ่ การครองความยิ่งใหญ่ทั้งในไทย และการพุ่งทะยานสู่ความสำเร็จระดับเอเชีย

 

 

หากมองในมุมหนึ่ง นี่อาจเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ของฤดูกาล เพราะแม้จะเสียแม่ทัพกลางคัน แต่ “ปราสาทสายฟ้า” ยังมีศักยภาพพอจะเดินหน้าต่อได้อย่างไม่สะดุด และทุกสายตาต่อจากนี้ จะจับจ้องว่า  ”เอเมอร์สัน เปเรร่า ดา ซิลวา”  อดีตผู้ช่วยโค้ช ที่ รับหน้าที่รักษาการหัวหน้าผู้ฝึกสอนชั่วคราว จะสามารถต่อยอดความยิ่งใหญ่ของบุรีรัมย์ได้แค่ไหน ในสมรภูมิที่ไม่มีที่ว่างให้ความผิดพลาด.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

 

 

 

 

 

 

 

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube