สทนช.ยันสถานการณ์น้ำไม่น่ากังวลเท่าปี 54 บอก 2 เขื่อนใหญ่ ยังเหลือพื้นที่เก็บน้ำ พร้อมจับตาปริมาณน้ำฝน 7-8 ต.ค.ก่อนปรับปริมาณการปล่อยน้ำ
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช. ให้สัมภาษณ์ถึงการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำในปีนี้ ว่า ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีปริมาณน้ำฝนตกค่อนข้างมากกว่าปกติ ในพื้นที่ภาคเหนือ จึงทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าสู่เขื่อนเศรษฐกิจมากกว่าเดิม
แต่จากการหารือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา อาจจะต้องมีการปรับการระบายน้ำใน 2 เขื่อนหลัก ทั้งเขื่อนสิริกิตและเขื่อนภูมิพล จากสัปดาห์ก่อนปล่อย 2 เขื่อนรวมกันไม่เกิน 30 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ในช่วง 2 วันที่ฝนตกผิดปกติ จึงต้องมีการปรับ ปริมาณการปล่อยน้ำเพิ่ม เป็น 40-50 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ต้องดู ระหว่างวันที่ 7-8 ตุลาคมนี้ ว่า
สถานการณ์จะเป็นอย่างไร โดยอาจจะมีการปรับการระบายน้ำเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้น้ำที่ไหลลงมาเขื่อนเจ้าพระยา ความเร็วอยู่ที่ 2,500 ไม่เกิน 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และระดับไม่เกิน 17 เมตร โดยเบื้องต้นในการพูดคุยกับทางกรมชลประทานจะมีการตัดยอดน้ำ และจะประเมินอีกครั้งใน 2 วันข้างหน้า
เลขาฯสทนช. ยังระบุอีกว่า หัวใจสำคัญ ของการบริหารจัดการ คือเรื่องการประมาณการน้ำฝนซึ่งขณะนี้ยังไม่แน่นอน โดยจะต้องมีการติดตามอย่างต่อเนื่อง
เมื่อถามว่าโดยภาพรวมเข้าขั้นวิกฤตหรือหน้ากังวลหรือไม่ เลขาฯสทนช.กล่าวว่า จะมีการรายงานต่อที่ประชุมในวันนี้ แต่หากประเมินสถานการณ์น้ำภาพรวมปี 2568 เทียบกับปี 2554 ตัวเลขต่ำกว่า และปริมาณน้ำช่องว่างที่กักเก็บในเขื่อน ก็มากกว่าปี 2554
” ฉะนั้นก็อาจจะไม่ต้องกังวล ว่าจะเกิดถึงขั้นปี 54″
เมื่อถามว่าพื้นที่กรุงเทพมหานครพื้นที่ใดน่ากังวล เลขาฯสทนช.ยอมรับว่า พื้นที่ที่อยู่นอกคันกั้นน้ำ เพราะจะทำให้น้ำเข้าท่วม ซึ่งขณะนี้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหรือปพรวมไปถึงกรุงเทพฯ อยู่ระหว่างการป้องกันอยู่ ระหว่างการเตรียมการป้องกัน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews