สมาคมพุทธวจนยุโรปแฉ สีกา เรี่ยไรเงิน-กดดันผู้บริจาค

อาชญากรรม ข่าว
สมาคมพุทธวจนยุโรปยื่นหลักฐานร้อง สีกา ปมเรี่ยไรเงินจัดกิจกรรมธรรมะ-กดดันผู้บริจาค 3.7 ล้าน ขณะ นายนิวัติ แฉถูกหลอกลงทุนสูญกว่า 10 ล้าน

 

วันนี้ 6 ต.ค. 68) ที่ ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นางยุพิน (สงวนนามสกุล) และ และ นางแหม่ม (สงวนนามสกุล) ตัวแทนสมาคมพุทธวจนในยุโรป และนายนายนิวัติ (สงวนนามสกุล) ได้เดินทางมายื่นเอกสารหลักฐานเกี่ยว กับข้อมูลส่วนตัวเกี่ยวกับจัดงานที่ยุโรป ให้กับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.

 

โดยมีพนักงานสอบสวน บก.ปปป.เป็นผู้รับแทนก่อนจะให้สัมภาษณ์สื่อฯ เปิดเผยพฤติกรรมของ สีการายหนึ่ง

 

สมาคมพุทธวจนยุโรปแฉ สีกา เรี่ยไรเงิน-กดดันผู้บริจาค

 

นางยุพิน เปิดเผยว่า เมื่อปี พ.ศ. 2559 สีกาคนหนึ่ง ได้ติดต่อมา โดยอ้างเป็นตัวแทนจากภิกขุ เพื่อดำเนินการโครงการ น้อมนำพระธรรมคำสอนตามหลักพุทธวจน สู่ภาคพื้นยุโรป ซึ่งได้รับความสนใจจากสมาคมพุทธวจนฯ ในยุโรปหลายแห่ง ที่ต้องการมีวัดพุทธในพื้นที่ของตนเองเมื่อเริ่มโครงการ

 

สีการายนี้ ได้ประสานแกนนำสมาคมฯ ในแต่ละประเทศ โดยกำหนดให้พื้นที่ใดที่ต้องการนิมนต์พระไปเผยแพร่พระธรรม จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดสำหรับคณะที่เดินทางไป 4 คน ซึ่งรวมถึงค่าเครื่องบิน ค่าที่พัก และค่าอาหาร โดยเน้นย้ำว่าสถานที่พัก ยานพาหนะ รวมถึงสถานที่จัดกิจกรรมต้องดีที่สุด ซึ่งแต่ละสมาคมฯ ต้องเรี่ยไรเงินกันเองเพื่อดำเนินกิจกรรม

 

นางยุพิน กล่าวต่อว่า หลังจัดกิจกรรม ซึ่งจะมีเงินบริจาคใส่ตู้ สีกาก็จะนำเงินทั้งหมดกลับไป โดยให้คนจัดงานทำหนังสือปวารณายื่นกับพระสงฆ์ และเก็บเงินไปทั้งหมด พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า พฤติกรรมของ สีกาคนนี้ มีจุดประสงค์เพื่อให้ตนเองเป็น ศิษย์เอก เพื่อให้ผู้ที่ต้องการจัดกิจกรรมใด ๆ ในยุโรปต้องดำเนินการผ่านเธอเท่านั้น

 

และหากมีใครเข้ามาดำเนินการโดยไม่ผ่าน สีการายนี้ ก็จะพยายาม ล้มโครงการนั้น เพื่อเข้ามามีบทบาทแทน

 

นอกจากนี้ ยังยกตัวอย่างกรณีของ น้องออยซึ่งเป็นผู้พิการทางการพูด ในเยอรมนี ที่มีจิตศรัทธาต้องการบริจาคเงิน 1 แสนยูโร หรือกว่า 3.7 ล้านบาท เพื่อซื้อที่ดินสร้างวัด แต่กลับถูกสีกาคนนี้ โทรศัพท์กดดัน จนต้องถอนตัว

 

ด้าน นายนิวัติ อดีตผู้บริหารบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ที่เคยมาดักรอ สีกายุ เมื่อวันพฤหัสฯ ที่ 2 ต.ค.เพื่อสอบถามถึงเงิน 10 กว่าล้านบาท ที่เจ้านายตนเคยมอบให้ สีกายุ ไปลงทุน เมื่อปี 63 และเสียชีวิต ปี 65 แต่ไม่มีโอกาสไปพบและสอบถาม วันนี้จึงมาร่วมกับตัวแทนสมาคมพุทธวจนในยุโรป ด้วย

 

นายนิวัติ กล่าวว่า ผู้เป็นเจ้านายตนประสบปัญหาทางการเงินและได้ขายที่ดินผืนสุดท้ายเพื่อปลดหนี้สิน โดยมีเงินเหลือกว่า 10 ล้านบาท สีกา ได้ชักชวนให้ไปร่วมเล่นหุ้นและตีสนิท จนกระทั่งนายทวีศักดิ์ไว้ใจ และมอบหมายให้สีกาเข้าดูแลกิจการแทนในปี 2563 หลังนายทวีศักดิ์เสียชีวิต ในเดือนเมษายน ปี 2565 ปรากฏว่า เงินที่ได้จากการขายที่ดิน รวมถึงเงินที่กู้ส่วนตัวกับเพื่อนมาก่อนหน้านี้ 50 ล้านบาท ไม่เหลืออยู่แล้ว

 

ทำให้ในที่สุด บริษัทต้องประสบภาวะล้มละลาย และนายนิวัติก็ถูกเป็นบุคคลล้มละลายตามไปด้วย สิ่งที่เจ้านายตนสั่งเสียก่อนเสียชีวิตไว้คือให้ตนทวงถามหาเงิน 10 กว่าล้านบาทที่ฝากสีกายุ ไปลงทุน เพื่อนำกลับมาใช้หนี้สินทางยังติดค้างอยู่ นอกจากนั้นให้นำเงินที่เหลือไปช่วยดูแลบรรดาพนักงานในบริษัทฯกันเท่าที่จะทำได้ จึงอยากจะมาสอบถามสีกายุ แต่ไม่มีโอกาส ได้แค่ฝากสื่อมวลชนช่วยสอบถามให้ตนด้วย

 

ความตั้งใจของผมที่มาในวันนั้น เพื่อทำภารกิจสุดท้ายที่รับปากกับเจ้านายเอาไว้ และ เป็นการ ชี้แจงตัวผมเองที่ถูกหลายๆส่วนมองว่าเป็นผู้ ยักยอก หรือ เบียดบังเงินของเจ้านายไป ในสังคมของ พนักงาน หรือ ทางญาติพี่น้องของเจ้านายที่เสียชีวิตไปแล้ว

 

หลังพบ พงส.บก.ปปป.แล้ว ได้รับเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่นำมาเสนอ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เพื่อพิจารณาต่อไป

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews