ป.ป.ส.ผนึกกำลังทลายแก๊งค้ายาเสพติด ทางทะเล ยึดทรัพย์ 5 ล้าน

อาชญากรรม ข่าว

 

ป.ป.ส. ผนึกกำลังหลายหน่วยงาน ลุยทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดทางทะเล จับ 4 ศพ 1 พร้อมของกลางไอซ์กว่า 500 กก. คีตามีน และทรัพย์สินมูลค่า 5 ล้านบาท

 

ที่สำนักงาน ป.ป.ส. ดินแดง พลตำรวจโท ภานุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมกับ นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานปราบปรามยาเสพติด พล.ร.ท. ทรงฤธิ์ ฉัตรเงิน ผู้ช่วยเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ซึ่งเสียชีวิตไป 1 ราย เนื่องจากกระโดดลงน้ำ

 

หลบหนีขณะจับกุมพร้อมโทรศัพท์ซึ่งเป็นพยานหลักฐานสำคัญซึ่งกองบังคับการตำรวจน้ำใช้นักประดาน้ำเก็บกู้โทรศัพท์กลับมาได้ พร้อมไอซ์ 502 กก. คีตามีน 600 กรัม ภายในห้องอับเฉาใต้ท้องเรือ บนเรือบรรทุกผู้โดยสาร (เรือไดร์ฟวิ่ง) สัญชาติไทย ชื่อ อิลิกเซอร์ เหตุเกิดที่ ฝั่งทะเลอันดามัน บริเวณท่าเรืออ่าวฉลอง จังหวัดภูเก็ต ขยายผลตรวจค้นบ้านพักผู้ต้องหาในพื้นที่จังหวัดระนอง 3 จุดตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่ารวม 5 ล้านบาท

 

พลตำรวจโท ภานุรัตน์ หลักบุญ กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากเดือนกันยายน 2568 ได้มีกรมข่าวทหารเรือ ดำเนินการสืบสวนเครือข่าย ลักลอบลำเลียงยาเสพติดทางเรือ ทราบว่าเตรียมลำเลียง ยาเสพติดปริมาณมากไปยังประเทศที่ 3 จึงประสานการข่าวมายัง สำนักงานปราบปรามยาเสพติด ป.ป.ส. ตนจึงได้ มอบหมายให้ นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานปราบปรามยาเสพติด

 

สั่งการชุดปฏิบัติการประสานความร่วมมือระหว่างสำนักงานปราบปรามยาเสพติด และ กก.สส.ภ. จังหวัดระนองร่วมกันสืบสวนติดตามพฤติการณ์เครือข่ายดังกล่าวอย่างใกล้ชิดกระทั่งพบเรือสัญชาติไทย ต้องสงสัย แล่นมาจากจังหวัดระนอง และจอดอยู่ในทะเลอันดามันบริเวณท่าเรืออ่าวฉลองจังหวัดภูเก็ต โดยมีลักษณะผิดปกติจากเรือทั่วไป และบุคคลในเรือมีท่าทีพิรุธต้องสงสัย ว่าจะมีสิ่ง ผิดกฎหมาย หรือยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ภายในเรือ ชุดปฏิบัติการจึงนำกำลังเข้าตรวจค้นเรือดังกล่าว ในวันที่ 24 กันยายน 2568 สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 รายและเสียชีวิต 1 ราย เนื่องจากกระโดดน้ำหลบหนีขณะจับกุม

 

 

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การว่า เมื่อเดือนกันยายน 2568 เรืออิลิกเซอร์ จากจังหวัดระนอง ไปรับไอซ์จำนวน 40 กระสอบ คาดว่าปริมาณ 1 ตัน จากบริเวณใกล้เกาะสอง ประเทศเมียนมา โดยบรรทุกมาในเรือหางยาว 1 ลำ คนขับและลูกเรือเป็นชาวเมียนมา 2 ราย จากนั้นเเล่นไปบริเวณน่านน้ำ จังหวัดสตูล

 

เพื่อรอส่งยาเสพติดแต่ไม่มีผู้มารับจึงนำเรือกลับไปที่ท่าเรืออ่าวฉลอง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีชายอีก 2 รายนำเครื่องบรรจุภัณฑ์สูญญากาศ จักรเย็บปาก กระสอบแบบมือถือ และถุงชาเปล่าจำนวนมาก ขึ้นมาบนเรือหลังจากนั้นบุคคลทั้งหมดได้ร่วมกันนำไอซ์ใส่บรรจุภัณฑ์ที่เตรียมไว้คือถุงชาเปล่าที่นำมา

 

โดยใช้เวลา 3 วันจากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาจึงนำไอซ์จำนวน 20 กระสอบคาดว่าประมาณ 500 กก. ไปส่งบริเวณน่านน้ำ จังหวัดสตูลอีกครั้งโดยมีเรือสปีดโบ๊ทมารับไป ส่วนไอซ์ที่เหลือประมาณ 20 กระสอบ เตรียมลำเลียง ส่งบริเวณพื้นที่ประเทศอินโดนีเซีย แต่เนื่องจากสภาพอากาศยังไม่เอื้ออำนวยทำให้เรือดังกล่าวต้องจอดรออยู่บริเวณอ่าวฉลอง จังหวัดภูเก็ต กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ นำกำลังเข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย

 

พลตำรวจโท ภานุรัตน์ หลักบุญ กล่าวอีกว่า ความสำเร็จของการจับกุมในครั้งนี้ มาจากการบูรณาการด้านข่าว และการสืบสวนร่วมกับ กรมการทหารเรือ และความร่วมมืออันดีจากหน่วยงานภาคีที่ปฏิบัติการร่วมกัน ที่รวมกำลังพลกว่า 100 นาย สกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ไปประเทศที่ 3 ปัจจุบันพบว่าเครือข่ายการค้ายาเสพติดข้ามชาติยังคงลักลอบ ลำเลียงยาเสพติด ผ่านการขนส่งทางเรืออย่างต่อเนื่อง

 

 

ซึ่งในปี 2568 พบการจับกุมในน่านน้ำทะเลที่ประเทศไทยจำนวน 6 คดี ของกลางส่วนมากเป็นไอซ์ 7.3 ตัน และพบข้อมูลการจับกุมที่ต่างประเทศบริเวณน่านน้ำสากลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จำนวน 9 คดี ของกลาง ไอซ์ 18.1 ตัน ประเทศปลายทาง ของยาเสพติด คือฟิลิปปินส์ ไต้หวัน ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ซึ่งทำให้เรา ยกระดับความเข้มงวดในการลาดตระเวนตรวจตราพื้นที่ชายฝั่งทะเล ที่เป็นพื้นที่เสี่ยงในการลักลอบส่งออกยาเสพติดทางทะเลของประเทศไทย เพื่อสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ไปยังปลายทางประเทศที่ 3

 

โดยกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติและจะสืบสวนขยายผลรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ให้ถึงระดับนายทุนผู้สั่งการผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดี

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ปิดโหมดสีเทา