ที่ปรึกษาสภาวิศวกรรมฯ เผยความคืบหน้างานกู้ถนนสามเสนยุบเป็นหลุมขนาดใหญ่ ยืนยันนํ้าตามท่อหยุดไหลแล้ว ชี้แผนใช้ถุงทรายอุดช่องว่างมาถูกทาง
วันนี้ (25 ก.ย. 68) นายธเนศ วีระศิริ ที่ปรึกษาสภาวิศวกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยความคืบหน้าเหตุถนนทรุดตัวหน้า โรงพยาบาลวชิรพยาบาล โดยระบุว่า ภาพรวมของอุโมงค์ตอนนี้อาจมีช่องอยู่ จึงพยายามปิดช่องโดยการปล่อยถุงทรายลงไป ส่วนตอนนี้น้ำที่ไหลตามท่อแห้งแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการพยายามขยับช่องชาฟต์ หรือ ฝาปิดท่อขึ้นมาปิด
ส่วนจะมีการเพิ่มเติมกระสอบทรายลงไปในหลุมหรือไม่ อยู่ที่การพิจารณาของทีมงาน ขณะนี้ไม่มีการทรุดตัวเพิ่มเติม เสถียรภาพในหลุมยังคงเดิม
เมื่อถามย้ำว่าการนำกระสอบทรายลงไปอุดในหลุมจะช่วยยับยั้งการไหลของดินได้หรือไม่ อาจารย์ธเนศ ระบุว่า ถือเป็นแผนที่ดีกว่าการใช้ชีทไพล์ เนื่องจากถุงทรายมีการปรับตัวตามรูปร่างของสถานที่ได้ ทั้งนี้ถ้าใช้ทรายอย่างเดียวโดยไม่ใส่ในกระสอบ ทรายสามารถไหลไปกับน้ำได้ แต่เมื่อทรายอยู่ในถุงจะทำให้เป็นลักษณะกำแพง ซึ่งที่ผ่านมาแม้แต่เหตุแผ่นดินไหวก็ใช้กระสอบทราย
เมื่อถามว่าขณะนี้แผนกู้ภัยในหลุมถือว่าเกินครึ่งทางแล้วหรือไม่ อาจารย์ธเนศบอกว่าถือเป็นการเริ่มต้นที่ถูกทางและเป็นการตัดสินใจที่รวดเร็วของผู้บัญชาการเหตุการณ์
ส่วนเสาเข็มหลักของ สน.สามเสน จะมีโอกาสทรุดตัวไปกว่านี้หรือไม่ อาจารย์ธเนศระบุว่ามีโอกาสเมื่อคำนวณตามหลักการ แต่ทั้งนี้หลายเหตุการณ์ที่เคยผ่านมา เช่น กรณีรถตู้คอนเทนเนอร์ชนอาคารโดนเสาเข็มขาด แต่เมื่อเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ออกไปอาคารก็ยังสามารถตั้งอยู่ เพราะมีการถ่ายเทน้ำหนักไปที่เสาเข็มอื่น
ซึ่งขณะนี้รูปการณ์ของ สน.สามเสน อยู่ในลักษณะดังกล่าว แต่ท้ายที่สุดก็ขึ้นอยู่กับเจ้าของอาคารและผู้รับเหมาก่อสร้างว่าจะรื้ออาคารหลังนั้นหรือไม่ ส่วนอาคารอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงกันยังไม่พบว่าเข้าเกณฑ์เสี่ยงภัย
อย่างไรก็ตามกรณีที่ประชาชนมีความกังวลในหลายพื้นที่ที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้า เมื่อพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในระหว่างก่อสร้าง สถานะก็ย่อมไม่มีความมั่นคง เมื่อการก่อสร้างสิ้นสุดถึงจะสามารถยืนยันเสถียรภาพได้ ซึ่งหลังจากก่อสร้างก็จะต้องมีการทดสอบความปลอดภัย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews