เจ้าของห้องคอนโดเปิดใจ หลังถูกเพื่อนบ้านก่อกวน เสียงดังโวยวาย ตอนนี้ย้ายที่อยู่ชั่วคราวไม่สะดวกใจจะกลับไปอยู่ห้องเดิม สงสัยตำรวจ รู้ว่าผู้ก่อเหตุมีอาวุธ แต่ยังไม่ควบคุมตัว
จากกรณีที่มีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่ง โพสต์ภาพเหตุการณ์เพื่อนบ้านในคอนโดมิเนียม ก่อความวุ่นวาย ใช้เท้าไล่ถีบประตูห้องคนอื่น พร้อมทั้งตะโกนด่าทอด้วยเถิดคำหยาบคาย
ความคืบหน้าล่าสุด นายจอจอ ((นามสมมุติ)) ซึ่งเป็นผู้เสียหาย จากเหตุการณ์ดังกล่าว เปิดใจกับสื่อมวลชน โดย เล่า ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วง คืนวันเสาร์ที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา ตนเพิ่งกลับมาจากต่างจังหวัด เข้าห้องไปใช้ชีวิตตามปกติ จู่ๆก็ได้ยินเสียงตะโกนดังออกมาด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย พร้อมกับมีการท้าทายให้ออกมา
ซึ่งจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์นี้ต้องย้อนกลับไปนานเกือบปี ที่ บริเวณ area ดังกล่าว ซึ่งเป็นห้องมุม มีการเปิดปิดประตูเสียงดัง มีเสียงเด็กร้องไห้ และมีเสียง ทะเลาะกันอย่างรุนแรงซึ่งเสียงทั้งหมด ได้รบกวนลูกบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียงจึงทำให้ หลายๆ คนมีการไปแจ้งเจ้าหน้าที่นิติบุคคล ให้เข้ามาจัดการห้องที่มีปัญหา ซึ่งตนยอมรับว่าตนก็เป็นหนึ่งในคนที่เคยแจ้งเจ้าหน้าที่นิติไป
นั่นจึงเหตุผลที่ทำให้ ผู้ก่อเหตุ พยายามท้าทาย หาตัวคนที่โทรแจ้งนิติ ด้วยการไล่ถีบ ทีประตูแต่ละห้อง และ พูดอ้างว่า เคยฆ่าคนตายมาแล้ว 5-6 คน ซึ่งคนต่อไปก็คือคนที่โทรศัพท์ไปแจ้งนิติ ส่วนสาเหตุก่อนที่ผู้ก่อเหตุพุ่งเป้ามาที่ห้องตนนั้นอาจจะเป็นเพราะรู้ว่ามีคนอยู่ภายในห้อง จึงทำให้ผู้ก่อเหตุพยายามเรียกให้ตนออกมาเจอกันข้างนอก
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ตนต้อง ย้ายที่อยู่ชั่วคราวเพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย ทำให้ต้องลางาน คืนนั้นมีอาการแพนิค กลัวจนตัวสั่น ต้องวิ่งกลับเข้าไปในห้องนอนเอาหมอนเอาผ้าห่มมากั้น พร้อมทั้งใช้โทรศัพท์โทรหาตำรวจ โทรหาเพื่อน และเจ้าหน้าที่นิติ
กระทั่งตำรวจเข้ามาที่ล็อบบี้แต่ก็ไม่ยอมขึ้นมาระงับเหตุ พอตนสอบถามตำรวจก็บอกว่าผู้ก่อเหตุมีอาวุธนั่นจึงทำให้ตนยิ่งตกใจ เพราะถ้าผู้ก่อเหตุมีอาวุธทำไมถึงไม่รีบขึ้นมาระงับเหตุ ส่วนทางเจ้าหน้าที่นิติ อยากให้ดูแลเรื่องความปลอดภัยของลูกบ้านให้มากกว่านี้ ตอนนี้นิติทำได้แค่ตักเตือนผู้ก่อเหตุ
ยังไม่สามารถ ขับไล่ผู้ก่อเหตุออกไปอยู่ที่อื่นได้ ก็ยิ่งทำให้ตนไม่สะดวกใจที่จะกลับเข้าไปอยู่ที่เดิม ถ้าวันหนึ่งต้องกลับไปก็จะต้องอยู่แบบหวาดระแวง
ส่วนทางคู่กรณี ตนอยากจะบอกว่า ถ้าหากมีอาการป่วยทางจิตเวชจริงก็ขอให้เข้ารับการรักษา ตอนนี้ไม่ต้องการคำขอโทษเพราะมันเกินเวลานั้นมานานแล้ว ยืนยันจะดำเนินการตามกฎหมาย เพราะสุดท้ายแล้วตนเชื่อว่า กฎหมายจะให้ความเป็นธรรมกับตนได้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews