#สรุปไทม์ไลน์ ปิดคดี “ออม สุชาร์“ ไกลเกลี่ย สำเร็จ ซื้อหุ้นคืน48% ถอนฟ้องทุกกรณี
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่หลายคนให้ความสนใจ สำหรับกรณีของนักแสดงสาว “ออม สุชาร์” หลังถูกกล่าวอ้างเป็นดาราฮุบทำให้บริษัทเสียหายจำนวน 100 ล้านบาท ทำให้ต้องออกมาชี้แจงประเด็นเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น และปิดจบคดีด้วยการไกล่เกลี่ย9ชั่วโมง โดยสาว”ออม สุชาร์“ ทุ่มเงินจ่าย 25 ล้านซื้อหุ้นคืนจากคู่กรณี ยุติทุกคดี ถอนฟ้องทั้งหมด และครองหุ้น Fleen Beauty 100% วันนี้จะมาสรุปไทม์ไลน์ที่เกิดขึ้น
จุดเริ่มต้น
- ”หนุ่ม กรรชัย“ ได้ออกมาเปิดประเด็นถึงดาราฮุบบริษัทเสียหาย100ล้านบาท และตอนนี้อยู่ในขั้นตอนศาล
- จนหวยไปออกมาที่นักแสดงสาว “ออม สุชาร์” กับธุรกิจแบรนด์เครื่องสำอาจ “Fleen Beauty“ โดยมีหุ้นส่วน “พริม ณัฐชา“ และ และ “ศสา” อดีตผู้จัดการส่วนตัว
- ต่อมา แจ็คเกอรีน บันเทิงไทยรัฐ ทางไทยรัฐทีวี 32 ได้ต่อสายตรงพูดคุยกับนางเอกสาว “ออม สุชาร์” หลังถูกโยงเข้าประเด็น โดยเจ้าตัวเผยว่า “ทางด้านเรื่องราวทั้งหมดไม่ได้เป็นอย่างที่ทุกคนคิด ตอนนี้อยู่ในกระบวนการของศาล และอีกฝั่งก็ยังคงถือหุ้นอยู่ สิ่งที่เจ้าตัวอยากฝากไว้ คืออยากให้ทุกคนมีวิจารณญาณในการเสพข่าว อย่าเพิ่งด่วนตัดสินกับสิ่งที่เป็นข่าว เพราะเรื่องจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น ตอนนี้ตนเองก็เจ็บช้ำกับสิ่งที่เกิดขึ้น และเร็วๆ นี้จะออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริงทั้งหมดให้สังคมได้รับรู้”
- “ออม สุชาร์” ออกมาโสต์ ข้อความผ่านสตอรี่ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า “ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะคะ ในชีวิตนี้เกิดมาไม่เคยโกงใคร ไม่เคยเอาเปรียบใครและไม่เคยมีเรื่องกับใคร บทเรียนในการเลือกคบคนครั้งนี้ขอต่อสู้อย่างถูกต้องตามกฎหมายนะคะ รายละเอียดต่างๆ เป็นหลักฐานในชั้นศาล ขอยังไม่เปิดเผยข้อมูล ขอบคุณทุกคนที่ส่งกำลังใจมาให้ออมในวันนี้นะคะ”

จุดความเข้มข้นของเรื่อง
- “พริม ณัฐชา” หุ้นส่วน และ “ศสา” อดีตผู้จัดการของ “ออม” ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดผ่านรายการโหนกระแส
- “ศสา” เป็นคนเข้าไปติดต่อทำแบรนด์เครื่องสำอางค์กับ “พริม” โดย “ออม” จะร่วมทำด้วย ตกลงหุ้นกันโดย “พริม” และ “ออม” ถือคนละ 48 เปอร์เซ็น “ศสา” ถือหุ้น 4 เปอร์เซ็น
- ต่อมาทางด้าน “ออม” ขอซื้อหุ้นทั้งหมดของ “ศสา” โดยให้เหตุผลว่าธุรกิจขาดทุน “ศสา” จึงยอมขายหุ้น 4 เปอร์เซ็นต์ในจำนวนเงิน 2 ล้าน 5 แสนบาท ซึ่ง “ออม” ทำสัญญาไว้ว่าต้องปกปิดการซื้อขายเป็นความลับ ถ้าผิดสัญญาต้องถูกปรับเงิน 5 แสนบาท
- “พริม” ซึ่งมารับรู้ในภายหลัง ต่อมามีหนังสือปลด “พริม” ออกจากกาเป็นกรรมการ และ “ออม” ได้ตั้งกรรมการใหม่เป็นลูกพี่ลูกน้อง
- หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงส่งผลให้ “พริม” ไม่มีสิทธิ์ที่จะสามารถเข้าถึงระบบหลังบ้นาของแบรนด์และรับรู้ผลประกอบการได้เลย
- “ออม” จึงได้ขอซื้อหุ้นจาก “พริม” ทั้งหมดเป็นมูลค่า 10 ล้านบาท ซึ่ง “พริม” เห็นว่าถ้าจะซื้อขายควรมีบริษัทมาประเมินราคา
- พอทราบว่าบริษัทมีกำไร ไม่ได้ขาดทุน “ศสา” จึงติดต่อ “ออม” เพื่อทำการคืนเงินแลกกับหุ้นเท่าเดิม แต่กลับถูกปฏิเสธ และถูกฟ้องในฐานละเมิดการเก็บความลับ ทำให้เขาถือครองหุ้นโดยไม่ปกติสุข และ ได้ฟ้อง “พริม” เรื่องของค้าแข่ง ซึ่ง “พริม” ฟ้องในเรื่องของวาระการประชุมที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
- ตอนนี้ “พริม” ต้องการคืออยากให้การเจรจาจบแบบตรงไปตรงมาถูกต้องว่าบริษัทจะเป็นของใคร
- ทางด้าน “ศสา” อยากได้หุ้น 4 เปอร์เซ็นต์คืนมา เพื่อทำตามสัญญาว่าจะอยู่ด้วยกันกับ “พริม” ไปตลอด ถ้ารู้ว่าได้กำไรจะไม่ขาย

ทางด้าน “ออม สุชาร์” พร้อม น้องสาว และ ทนาย ได้อกมาโต้กลับชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้นผ่านรายกาโหนกระแส เรียกว้าซัดกันนัว
เรื่องของการแบ่งสัดส่วนหุ้นบริษัท
- ในตอนแรกที่คุยกันก่อนเซ็นต์สัญญาคุยกันไว้ที่ “ศสา” ถือหุ้น 10 เปอร์เซ็นต์ และ “พริม” และ “ออม” ถือหุ้นคนละ 45 เปอร์เซ็นต์ เวลาผ่านไป “พริม” ขอแบ่งสัดส่วนใหม่ในภายหลังโดยลดหุ้นของ “ศสา” เหลือ 4 เปอร์เซ็น ของ “พริม” เพิ่มเป็น 51 เปอร์เซ็นต์ ของ “ออม” คงเหลือ 45 เปอร์เซ็นต์เท่าเดิม
- “ออม” รู้ว่า “พริม” เคยทำแบรนด์ RAD มาก่อน คิดว่าเลิกทำแล้ว เลยตกลงทำ Fleen ด้วยกัน
จุดแตกหักที่ทำให้ “ออม” ไม่ไว้ใจ “พริม”
- เดือนมกราคม ปี 2566 “อัง” น้องสาวของ “ออม” เข้าไปเสิร์ชหาโลโก้ใน Google Drive แต่ไปเจอโลโก้ของแบรนด์อื่นใน Fleen เป็นภาพโลโก้ของ RAD ซึ่งไม่ควรจะอยู่ในนี้
- ทางทนายอ้างว่า Fleen จดทะเบียนเมื่อปี 2566 หลังนั้น “พริม” ไปจด RAD เมื่อปี 2567 “ออม” จึงไปฟ้องฐานค้าแข่ง
- หลังจากนั้นวันที่ 10 มกราคม 2568 “อัง” ไม่ได้พบแค่โลโก้ของออีกแบรนด์ แต่พบใบเสนอราคาที่ส่งมาทางอีเมลของ Fleen เป็นของอีกแบรนด์นึง จึงมีการนัดคุยกับ “พริม” ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาตอบว่าจะบอกอยู่เหมือนกัน แต่ไม่มีเวลา
- ในคลิปเสียงอัดวันที่ 25 มกราคม 2568 “พริม” พูดว่า “จริง ๆ ตั้งใจจะบอก ก็รออยู่ ซึ่งที่เห็นมันยังเป็นซากอยู่ โลโก้จริง ๆ ก็ไม่ใช่อันนั้น แต่มีไทม์มิ่งจะบอกเหมือนกัน เสียใจเหมือนกัน และเข้าใจที่ “ออม” เสียใจ ที่เห็นมันเกิดขึ้นแล้วก็ต้องยอมรับ”
“ออม” ยืนยันว่าการซื้อหุ้นจาก “ศสา” นั้นตกลงตามราคาที่คิดเอง เนื่องจากไม่ทราบกำไรของแบรนด์
ความต้องการของทั้งสองฝ่าย
- “อัง” ยันว่าทุกอย่างไม่ได้เกิดเพราะหุ้น 4 เปอร์เซ็นต์ แต่เกิดขึ้นเพราะ “พริม” ทำลับหลัง ส่วนที่ปลด “พริม” ออกจากกรรมการบริษัทเนื่องจากมันเกิดความเสียหายที่ไม่รู้ว่าใครมาลบไฟล์
- เรื่องที่แต่งตั้งกรรมการใหม่ ตอนที่ “พริม” และ “ออม” เป็นกรรมการเพียง 2 คนในบริษัทเงินเดือนอยู่ที่คนละ 1 แสนบาท พอมีกรรมการเข้ามาใหม่ 3 คน เงินเดือนทุกคนจะได้คนละ 5 หมื่นบาท ตอนนี้อยู่ในกระบวณการประเมินเพื่อหาราคาจริง ๆ ของบริษัท
- ตอนนี้ “ออม” อยากซื้อหุ้นเพื่อทำแบรนด์ต่อ แต่ไม่รู้ราคาประเมินจึงติดต่อบริษัทกลางเพื่อมาประเมิน และให้ศาลตัดสิน เดินเรื่องทุกอย่างตามกระบวณการทางกฎหมาย
- ส่วน “พริม” อยากปิดบริษัทและแยกย้าย เพราะรักแบรนด์เหมือนกัน แต่ไม่พอใจที่ “ออม” ไปซื้อหุ้นจาก “ศสา” ลับหลัง

จุดสิ้นสุดปิดคดีดาราฮุบบริษัท
- ไกล่เกลี่ยนาน 9 ชั่วโมง เพราะตกลงกันเรื่องเงิน โดยได้ซื้อหุ้น 48% จาก “พริม ณัฐชา มูลค่า 25 ล้านบาท ทำให้ถือหุ้นในบริษัท 100% ตอนนี้เคลียร์จบทุกคดี ที่ต่างฝ่ายต่างฟ้องกัน มีตัวแทนตกลงประนีประนอมยอมความส่วนคดีอื่นก็ถอนฟ้องไป สรุปแล้วก็คือทุกคดีจบ ไม่มีคดีอะไรต่อกัน”
- “พริม” ได้ออกมาโพสต์สรุปข้อมูลศาลแพ่งพระโขนง นัดไกล่เกลี่ย ชี้สองสถาน สืบพยาน พร้อมแคปชั่น ‘🙏🏻 #fleenbeauty ขอบคุณทุกเรื่องราว ทุกกำลังใจ และทุกๆคนเลยนะคะ 🤍🙏🏻 เติบโตต่อไปน้า

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews