ภาคประชาชน ยื่น สส.ปชน.จี้ตรวจสอบคดี “เขากระโดง–ฮั้ว ส.ว.”

การเมือง ข่าว
ส.ส.ประชาชน รับหนังสือภาคประชาชน 4 ภาค จี้ตรวจสอบคดี “เขากระโดง–ฮั้ว ส.ว.” หวั่นนายกฯ อนุทิน ใช้อำนาจฟอกขาว ขอสังคมจับตาใกล้ชิด

 

นายภัณฑิล ม่วงเจิม และนายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ได้รับหนังสือร้องเรียนจากกลุ่มประชาชนต่อต้านการทุจริต 4 ภาค เพื่อเรียกร้องให้ฝ่ายค้าน ติดตามตรวจสอบคดีทุจริตสำคัญ 2 คดี ได้แก่ คดีที่ดินเขากระโดง และคดี “ฮั้ว ส.ว.” ที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม

 

ภาคประชาชน ยื่น สส.ปชน.จี้ตรวจสอบคดี "เขากระโดง–ฮั้ว ส.ว."

 

ตัวแทนภาคประชาชน แถลงว่า ขณะนี้สถานการณ์การเมืองไทยเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย เนื่องจากการจัดตั้งรัฐบาลที่ถูกตั้งคำถามว่าขัดต่อหลักประชาธิปไตย เพราะพรรคภูมิใจไทยซึ่งมี
ส.ส. เพียง 64 คน กลับได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

 

โดยมีเสียงสนับสนุนจากพรรคอื่นรวม 143 เสียง ขณะที่พรรคประชาชนยังคงทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ทำให้ประชาชนตั้งข้อสงสัยว่าเป็นการเมืองผิดปกติ และตั้งคำถามต่อความชอบธรรมของบันทึกความเข้าใจ (MOA) ที่ใช้เป็นฐานในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้

 

แถลงการณ์ ยังระบุว่า คดีเขากระโดง ซึ่งศาลฎีกาสั่งคืนที่ดินกว่า 5,000 ไร่ให้การรถไฟ แต่ยังไม่มีการดำเนินการจริง ถูกมองว่าอาจได้รับการ “ฟอกขาว” ภายใต้รัฐบาลใหม่ เช่นเดียวกับ
คดีฮั้วการเลือกตั้ง ส.ว. ที่มีผู้ถูกกล่าวหามากที่สุดในประวัติศาสตร์ รวม 229 คน โดยมีถึง 138 คนที่เป็น ส.ว. ปัจจุบัน และอีก 91 คนเกี่ยวโยงกับพรรคภูมิใจไทย

 

ประชาชนจึงกังวลว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี อาจใช้อำนาจหน้าที่แทรกแซงคดีเพื่อปกป้องพวกพ้อง

 

นอกจากนี้ กลุ่มประชาชนยังเตือนว่า การทุจริตเลือกตั้ง ส.ว. เป็นกลยุทธ์ยึดกุมอำนาจทางการเมืองทั้งสภาล่าง สภาสูง และองค์กรอิสระ เพื่อปูทางไปสู่การเลือกตั้งใหญ่ปี 2570 และตั้งเป้าให้พรรคภูมิใจไทย ครองเสียงอันดับหนึ่ง จึงเรียกร้องให้ฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคประชาชน เร่งตรวจสอบคุณสมบัติและจริยธรรมของคณะรัฐมนตรี และใช้อำนาจอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างเข้มงวด

 

ด้านนายภัณฑิล ในฐานะ ส.ส.พรรคประชาชน ยืนยันว่า จะติดตามความเคลื่อนไหวของคดีเขากระโดงและคดีฮั้ว ส.ว. อย่างใกล้ชิด พร้อมขอให้สื่อมวลชนและสังคมร่วมตรวจสอบ เพราะมีหลักฐานเส้นทางการเงิน และข้อมูลเชื่อมโยงชัดเจน ขณะที่พฤติกรรมบางส่วนของ ส.ว. ก็สร้างความกังวล ไม่ว่าจะเป็นการใช้วุฒิการศึกษาปลอม หรือพฤติกรรมไม่เหมาะสม จึงต้องเร่งสร้างความโปร่งใสและนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews