“สีกาเยอรมัน” ส่ง ทนายความ นำเส้นทางการเงินบริจาควัดในจ.ปทุมธานี มอบให้พนักงานสอบสวนให้ตรวจสอบพฤติกรรมพระสงฆ์ ยืนยันไม่ใช่ประเด็นส่วนตัว
ที่กองบังคับการปราบปรามเวลา นางสาวทองใหม่ ขวัญหมื่น ทนายความที่รับมอบอำนาจจากผู้เสียหาย ได้นำเอกสารหลักฐานเส้นทางการเงิน – สลิปการโอนเงินฉบับจริง มามอบให้พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามเพิ่มเติม ภายหลังจากได้เข้าแจ้งความให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของวัดดังแห่งหนี่งในจังหวัดปทุมธานี

นางสาวทองใหม่ ขวัญหมื่น เปิดเผยว่า หลังจากที่ตนได้รับมอบหมายจากผู้เสียหายดำเนินการร้องทุกข์ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนจะมีการแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยในวันนี้นั้น ตนได้พยานหลักฐานเข้ามามอบให้พนักงานสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งประเด็นหลักในคดีนี้ เป็นเรื่องของการโอนเงินที่มีการเปิดบัญชีในประเทศไทย โดยเป็นการโอนเงินเงินสดเข้ามามายังบัญชีผู้เสียหาย ซึ่งผู้เสียหายมีหน้าที่ในการโอนเงินจากบัญชีตนเองไปยังบัญชีของสมาคมที่มีการเปิดไว้ในประเทศเยอรมนี
หลังจากนั้นพระรูปดังกล่าว ได้มีการพยายามให้ผู้เสียหายโอนเงินจากบัญชีของมูลนิธิเข้าไปยังบัญชีส่วนตัวของพระที่เปิดในประเทศเยอรมนี จึงทำให้ผู้เสียหายเริ่มสงสัยพฤติกรรมของพระรูปดังกล่าว ก่อนจะมีการตัดสินใจพยายามแจ้งเรื่องดังกล่าวมายังทนายในประเทศไทย เพื่อให้ช่วยเหลือในการติดต่อประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยตรวจสอบกรณีดังกล่าว ตั้งแต่เมื่อช่วงสองปีที่แล้ว
โดยช่วงแรกมีการโอนเงินไป 4 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 มีการโอนเงิน จำนวน 6,000,000 บาท ครั้งที่ 2 จำนวน 2,700,000 บาท ครั้งที่ 3 จำนวน 2,000,000 บาท และครั้งที่ 4 จำนวน 1,500,000 บาท รวมเป็นเงิน 12,200,000 บาท ตนยืนยันว่า การที่ผู้เสียหายตัดสินใจแจ้งความร้องทุกข์ในครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องชู้สาวแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุที่ทางผู้เสียหายเข้ามาทำหน้าที่ในส่วนนี้นั้น
ผู้เสียหายแค่รู้สึกศรัทธาและต้องการเผยแพร่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ
จึงตัดสินใจมารับเป็นผู้มีอำนาจในการกระทำการแทน โดยทางผู้เสียหายได้เข้ามาบริหารจัดการโดยรับการว่าจ้างเป็นการส่วนตัว ซึ่งทางผู้เสียหายมีการชำระภาษีตามกฏหมายถูกต้อง
ส่วนคดีการฟอกเงินในประเทศเยอรมันนีนั้น ตนไม่ ขอให้ข้อมูล ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นคนชี้แจงในรายละเอียดดีกว่า ส่วนผู้เสียหายจะเดินทางเข้ามาให้ปากคำกับเจ้าที่ตำรวจอย่างไรนั้นอยู่ที่ดุลพินิจของเจ้าที่ตำรวจว่าจะดำเนินการอย่างไร
นอกจากนี้ ทีมข่าวได้รับการรายงานว่า ทางผู้เสียหายได้ มีการถูกพระดังกล่าวว่าจ้าง เป็นรายเดือนให้ดูแลสมาคมและมูลนิธิสอนพุทธศาสนาเดือนละ 174,000 บาท ซึ่งทำหน้าที่บริหารจัดการกิจกรรมและบริหารเงินในสมาคมและมูลนิธิ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews