“ณัฐวุฒิ” ระบุ นายกฯแพทองธาร จะไปชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญด้วยตนเอง

อาชญากรรม ข่าว
“ณัฐวุฒิ ระบุ นายกฯแพทองธาร จะไปชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยตนเอง ย้ำ มีความตั้งใจจะรักษาสันติภาพไม่ให้บายปลาย

 

วันนี้ (20 ส.ค.68) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังจากศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษา ในคดี นปช.ชุมนุมเมื่อช่วงปี 2552 ว่า วันนี้ศาลนัดมาฟังคำพิพากษาในคดีชุมนุมช่วงเดือน เม.ย. พ.ศ.2552 และการชุมนุมที่พัทยา โดยจำเลยทั้งหมด 12 คน จากทั้งสิ้น 13 คนโดยเสียชีวิตไป 1 ราย มีเข้าฟังการพิจารณา 9 ราย อีก 2 รายคือนายพีระ ส่วนนายพงษ์พิเชษฐ์ ทางทนายความแจ้งว่าไม่สามารถติดต่อได้สักพักแล้ว และนายอดิศร เพียงเกษ ติดประชุมสภาผู้แทนราษฎร จึงไม่สามารถเข้ามาฟังคำพิพากษาได้ จึงเลื่อนวันอ่านคำพิพากษาเป็นวันที่ 7 ต.ค. เวลา 09.00 น.และให้ออกหมายจับนายพงศ์พิเชษฐ์ และปรับนายประกัน และเนื่องจากว่าคดีนี้ใช้นายประกันคนเดียวกัน ตนจึงประสานนายประกันและทนายความแถลงต่อศาลขอให้พิจารณาปรับนายประกันโดยหักยอดเฉพาะจำเลยที่ 10

 

เมื่อถามว่าคดีนี้เป็นคดีเดียวกันกับการก่อการร้ายของกลุ่มนปช.หรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า เป็นคนละคดีกันคดีนั้นเกิดขึ้นที่สะพานผ่านฟ้าในช่วงเดือน เม.ย. 2553 และได้สู้คดีจนคดียุติไปแล้ว

 

เมื่อถามว่าบรรยากาศในห้องพิจารณาคดีวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง และได้คุยกับนายจตุพรหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ได้มีการทักทายกันตามปกติ เพราะปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่าตน นายจตุพรและแกนนำคนอื่นได้ร่วมต่อสู้ทางการเมืองมาด้วยกัน แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนไปก็อาจจะมีความเห็นและทิศทางทางการเมืองแตกต่างกันบ้าง และตนเชื่อว่าแกนนำรายอื่นก็คิดแบบตนว่าจะเอาอุดมการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันไปทำลายความเป็นมิตรที่เคยต่อสู้ร่วมกันมาไม่ได้ แต่ตนก็ไม่ได้คุยเรื่องทางการเมืองกับใครเท่าไหร่นอกจากการถามเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพของนายวีระกานต์เท่านั้น

 

เมื่อถามว่าปัจจุบันยังได้มีการหารือทางการเมืองกับนายจตุพรหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ไม่มีการหารือเป็นส่วนตัวหรือนัดหมายพบกันเป็นส่วนตัวอย่างแน่นอน แต่อย่างที่ได้บอกไปว่าตนและนายจตุพรร่วมเป็นร่วมตายกันมาตั้งแต่การชุมนุมในครั้งนั้น และในทางส่วนตัวไม่มีความรู้สึกเป็นศัตรูกับนายจตุพร แต่ในทางการเมืองก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ยืนอยู่คนละขั้วกัน

 

เมื่อถามว่าในวันที่ 22 ส.ค.จะเป็นการพิพากษาคดี 112 ของนายทักษิณ ชินวัตร จะเข้ามาให้กำลังใจหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนคงไม่ได้มาในวันนั้นแต่ก็ขอให้กำลังใจนายทักษิณ และส่วนตัวมีความเห็นอยู่ 2 ประการ โดยประการแรกตนคิดว่าการแจ้งข้อหาม.112 ต่อนายทักษิณ ถ้าดูจากสถานการณ์ในเวลานั้นเห็นว่าเป็นกระบวนการทางการเมืองที่มุ่งใช้กฎหมายมาตรานี้เล่นงานฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง และประการที่ 2 ตนมองว่า ไม่ใช่เฉพาะคดีนายทักษิณเท่านั้น แต่ใครก็ตามไม่ควรใช้กฎหมายมาตรา 112 เป็นเครื่องมือทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายตนหรือฝ่ายตรงข้าม เพราะว่าวิถีทางความขัดแย้งทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยย่อมเกิดขึ้นได้ แต่การนำกฎหมายที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้ในคยามขัดแย้งทางการเมืองไม่ควรเกิดขึ้น

 

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ในส่วนของประเด็นของน.ส.แพทองธารนั้น ตนขอให้กำลังใจกับนายกรัฐมนตรี ที่จะเดินทางไปชี้แจงด้วยตนเอง และมีความเชื่อมั่นถึงเจตนาและวิธีการที่เกิดขึ้นในคลิปเสียงดังกล่าวที่ตั้งใจจะรักษาสันติภาพไม่ให้บายปลาย แต่ทุกอย่างล้มลงเพราะมีการแอบอัดเสียงและปล่อยออกมาเพื่อทำลายเสถียรภาพทางการเมืองของไทย ตนจึงมองว่าคนที่จะขาดจริยธรรมอย่างร้ายแรงน่าจะเป็นผู้ที่ปล่อยคลิปเสียง และหากน.ส.แพทองธารพ้นจากตำแหน่งด้วยเรื่องนี้ ฝ่ายที่จงใจปล่อยคลิปเสียงจะมองว่าเป็นความสำเร็จทางการเมืองหรือไม่ และถ้าศาลจะมีคำสั่งออกมาอย่างไรก็ต้องยอมรับดุลพินิจของศาล

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

';

ประเด็นที่คุณอาจสนใจ

';