แจ้งความเอาผิด “สาวป่วยมะเร็ง” โพสต์เรี่ยไรเงินทะลุ 1.6 ล้าน

อาชญากรรม ข่าว
หนุ่มช่างภาพ โร่แจ้งความเอาผิด “สาวป่วยมะเร็ง” โพสต์เรี่ยไรเงินทะลุ 1.6 ล้าน หลังโรงพยาบาลชี้แจง ผู้ป่วยรักษาตามสิทธิ์ไม่มีการเรียกเก็บเพิ่ม ทนายรณรงค์ ชี้เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากนายกร (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี อาชีพช่างภาพ หนึ่งในผู้บริจาคเงินค่ารักษา ให้กับหญิงรายหนึ่ง ที่โพสต์เฟซบุ๊กอ้างป่วยมะเร็งเต้านมระยะที่ 3 ขอรับบริจาคเงินเพื่อรักษา ทำให้มีผู้บริจาคช่วยเหลือจนยอดพุ่งสูงถึงกว่า 1.6 ล้านบาทภายในวันเดียว และยังไม่ปิดรับบริจาค

 

ขณะที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรออกแถลงการณ์ยืนยันว่าผู้ป่วยได้รับสิทธิรักษาตามมาตรฐาน ไม่ได้มีการเรียกเก็บค่ารักษาหรือค่ายาเพิ่มเติม ทำให้นายกร ต้องออกมาแจ้งความ โดยการนำสลิปโอนเงิน 200 บาท มาเป็นหลักฐานดำเนินคดีต่อหญิงผู้โพสต์ในข้อหา ฉ้อโกงประชาชนและนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หลังจากมีการแถลงชี้แจงจากโรงพยาบาลว่าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายจริงตามที่ถูกกล่าวอ้าง

 

นายกร กล่าวว่า ในวันที่ 15 ส.ค. ตนได้เห็นโพสต์ของผู้หญิงคนดังกล่าวบนเฟซบุ๊ก ระบุว่าเป็นโรคมะเร็งระยะที่ 3 ไม่มีรายได้ อยู่กับแม่ 2 คน จึงตัดสินใจโอนเงินช่วยเหลือ 200 บาทเพราะสงสาร และเชื่อว่าไม่มีใครเอาตัวเองมาโกหกเรื่องเจ็บป่วย แต่ต่อมาวันนี้ตนทราบข่าวจากโรงพยาบาลว่าผู้ป่วยไม่ต้องออกค่าใช้จ่าย และพบว่ายอดบริจาคทะลุ 1.6 ล้านบาท แถมยังมีพิรุธในการโอนย้ายเงิน เข้าบัญชีของแม่ ทำให้ตนรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม เพราะมีผู้ป่วยอีกจำนวนมากที่เดือดร้อนจริง ๆ แต่กลับไม่ได้รับการช่วยเหลือ เรื่องแบบนี้จะทำให้สังคมไม่กล้าบริจาคอีก หากมีคนที่เดือดร้อนจริง ๆ ในอนาคต จึงตัดสินใจประสานทนายรณณรงค์เดินทางเข้าแจ้งความเพื่อเป็นตัวอย่างและไม่อยากให้ใครกระทำแบบนี้อีก

 

ด้านนายรณณรงค์ ทนายความ กล่าวว่า ผู้ที่ออกมาเรี่ยไรเงินจากสังคมต้องโปร่งใส ซื่อสัตย์ และควรเปิดเผยข้อมูลการใช้จ่ายบริจาคทุกบาททุกสตางค์ให้ชัดเจน ไม่ใช่เขียนข้อความท้าทายผู้บริจาคว่า “ถ้าอยากได้เงินคืนก็ทักมา” เพราะถือเป็นการดูถูกศักดิ์ศรีผู้ที่ตั้งใจช่วยเหลือ และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้บริจาคหลายคนตัดสินใจเข้าแจ้งความทั่วประเทศ ซึ่งกรณีนี้เข้าข่ายผิดกฎหมายทั้งฉ้อโกงประชาชนและนำเข้าข้อมูลเท็จตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 พร้อมแนะนำว่าหากเจ้าตัวยังมีเงินเหลือจากการบริจาค ควรนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่เดือดร้อนจริง เพื่อเป็นเหตุบรรเทาโทษต่อไป

 

เบื้องต้น ร.ต.อ.อังคาร ศรีโยธะ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี ได้รับคำร้องทุกข์และบันทึกการแจ้งความไว้แล้ว โดยตรวจสอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พบว่าเหตุในคดีนี้อยู่ในเขตอำนาจการสอบสวนของ สภ.ปลายบาง จึงดำเนินการรับแจ้งไว้เพื่อส่งต่อให้พนักงานสอบสวนในพื้นที่ที่มีอำนาจรับผิดชอบตามกฎหมายดำเนินการต่อไป

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

';

ประเด็นที่คุณอาจสนใจ

';