“กกพ.”สั่ง ดูแลไฟฟ้าในพื้นที่พิพาทไทย-กัมพูชาเต็มกำลัง

การเมือง ข่าว
“กกพ.”สั่งหน่วยงานในกำกับฯ ร่วมมือดูแลไฟฟ้าในพื้นที่พิพาทไทย-กัมพูชาเต็มกำลัง ไม่ให้ขัดข้อง

 

สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า ได้รับรายงานผลกระทบ และความเสียหายจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยบริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ (สุรินทร์ 2) จำกัด ตั้งอยู่ที่ตำบลนานวน อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ได้รับความเสียหาย จากแรงระเบิดของกระสุนปืนใหญ่ตกในพื้นที่โครงการ ส่งผลให้เกิดหลุมขนาดใหญ่และแผงเซลล์แสงอาทิตย์ได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ
“เมื่อช่วงเช้าวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 สำนักงาน กกพ. เบื้องต้นได้สั่งการให้สำนักงานเขตพื้นที่ ที่เกี่ยวข้องได้เข้าสำรวจ ตรวจสอบความเสียหายของโรงไฟฟ้าและผู้ผลิตไฟฟ้า  รวมทั้งได้กำชับให้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ เพื่อเฝ้าระวังและดำเนินการแก้ไขปัญหาผลกระทบในการให้บริการกระแสไฟฟ้าที่อาจขัดข้องจากเกิดจากเหตุพิพาทและการสู้รบ ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ให้สามารถประสานความร่วมมือแก้ไขปัญหากับการไฟฟ้าในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที ดูแลผลกระทบที่อาจเกิดต่อการดำรงชีวิตและความเป็นอยู่ของพี่  น้องประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง” นายพูลพัฒน์ กล่าว
สำหรับพื้นที่พิพาทดังกล่าวอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของสำนักงาน กกพ. ประจำเขต 5 (อุบลราชธานี) ซึ่งดูแลพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ และสำนักงาน กกพ. ประจำเขต 6 (นครราชสีมา)  ซึ่งรับผิดชอบจังหวัดสุรินทร์และบุรีรัมย์ โดยส่วนใหญ่จะมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar), ชีวมวล (Biomass), ชีวภาพ (Biogas) ตลอดจนผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP),  ผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) และระบบผลิตไฟฟ้าใช้เอง (IPS) ในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งได้เข้าตรวจสอบผลกระทบและความเสียหายต่อโรงไฟฟ้าทุกประเภทในพื้นที่และยังไม่พบ ผลกระทบหรือความเสียหายเพิ่มเติม
ทั้งนี้ สำนักงาน กกพ. ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ และขอแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น  พร้อมยืนหยัดดูแลระบบไฟฟ้าในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง ขอให้พี่ น้องประชาชนวางใจ สำนักงานฯ ยังคงติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ อย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง มีความพร้อมเต็มที่ในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดูแลลดผลกระทบ
ที่อาจเกิดจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ดังกล่าวให้เกิดผลกระทบและความเสียหายให้น้อยที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่าระบบผลิตไฟฟ้ายังสามารถเดินเครื่องและผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนเข้าสู่ระบบได้อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามพื้นที่เขต 5 จังหวัดศรีสะเกษ ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าจำนวน 6 แห่ง กำลังการผลิตรวม 31.03 เมกะวัตต์ และพื้นที่เขต 6 จังหวัดสุรินทร์ มีโรงไฟฟ้าจำนวน 11 แห่ง กำลังการผลิตรวม 122.76 เมกะวัตต์
ทั้งนี้ ประเทศกัมพูชามีพรมแดนติดกับประเทศไทยจำนวน 7 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว, บุรีรัมย์, ศรีสะเกษ, สุรินทร์, อุบลราชธานี, จันทบุรี และตราด โดยจังหวัดสระแก้วมีพรมแดนที่ติดกับกัมพูชามากที่สุด คือ จังหวัดบันทายมีชัย
หากประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบหรือพบปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง เช่น ไฟตกหรือไฟดับ สามารถแจ้งเหตุได้ที่ศูนย์ให้บริการด้านข้อมูลข่าวสาร โทร. 1204 หรือ โทรศัพท์ 0-2207-3599

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews