“ณัฐพงษ์” จับตา “ทักษิณ” ขึ้นเวที ลุ้นกู้ภาพลักษณ์รัฐบาล

การเมือง ข่าว
“ณัฐพงษ์” จับตา “ทักษิณ” ขึ้นเวที ลุ้นกู้ภาพลักษณ์รัฐบาล ติง รัฐบาลเจรจาภาษีสหรัฐฯ ช้า ทำไทยเสียเปรียบเวียดนาม แนะยื่นข้อเสนอเปิดเสรี “ธนาคาร-โทรคม” หวังดีล Win-Win ดึงสหรัฐกลับโต๊ะเจรจา

 

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่า ขอจับตาการแสดงวิสัยทัศน์ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เตรียมขึ้นเวทีเอ็กคลูซีฟทอล์ก กับ 4 ผู้นำทางความคิดร่วมชี้ทางรอดการเมือง ทางออกประเทศไทย ในวันที่ 9 ก.ค. ว่า จะสามารถกู้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลและชี้ทางออกประเทศได้หรือไม่ พร้อมแนะรัฐบาลหยุดลงทุนจัดแต่อีเวนต์ Soft Power แบบไร้ผล ควรหันมาพัฒนา “ย่านสร้างสรรค์” ตามผลศึกษาของสำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและศักยภาพท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ

 

โดยขณะนี้พรรคเพื่อไทยควบคุมกระทรวงมหาดไทย ถือโอกาสดึงความร่วมมือจากท้องถิ่นมาร่วมลงทุนปลุกเมืองสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นจริง มากกว่าทุ่มงบจัดกิจกรรมไม่ยั่งยืน

 

ส่วนในประเด็นความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา กรณีที่สมเด็จฮุน เซน โพสต์พาดพิงการออกหมายจับ “ก๊ก อาน” ที่มีเงื่อนไขเชื่อมโยงกับอดีตนายกฯ ทักษิณ และกรณีบ่อนปอยเปต นายณัฐพงษ์ มองว่า ไทยยังมีอำนาจต่อรอง โดยเฉพาะด้าน “การสื่อสาร” หากใช้เกมสื่อให้ถูกจังหวะและตรงเป้าหมาย เช่น การชูเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่คนไทยเดือดร้อน จะสามารถกดดันกัมพูชาให้กลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาอย่างถูกต้องได้โดยไม่ต้องพึ่งสายสัมพันธ์ส่วนตัวแบบเดิม

 

ทั้งนี้ ต้องรอดูว่า นายทักษิณจะพูดอะไรบนเวที และจะสื่อสารเพื่อผลประโยชน์ประเทศได้แค่ไหน เพราะนี่ไม่ใช่แค่การพูดโชว์วิสัยทัศน์ แต่เป็นบทพิสูจน์พลังการเมืองในยุคใหม่

 

ขณะเดียวกัน นายณัฐพงษ์ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านฯ แสดงความกังวลว่า รัฐบาลไทยดำเนินการเจรจากับสหรัฐฯ กรณี “ภาษีทรัมป์” ล่าช้า ส่งผลให้ไทยตกอยู่ในสถานะเสียเปรียบ หลังเวียดนามสามารถปิดดีลลดภาษีนำเข้าสหรัฐฯ เหลือ 0% ไปก่อนแล้ว ขณะที่ไทยยังถูกเก็บภาษีสูงถึง 36% และเสี่ยงโดนเทียบเคียงว่า “ข้อเสนอไม่ดีกว่าประเทศเพื่อนบ้าน”

 

นายณัฐพงษ์ เสนอแนวทาง “วิน-วิน” ว่า ไทยควรยื่นข้อเสนอเปิดเสรีในภาคบริการ เช่น ภาคธนาคาร และ โทรคมนาคม ที่ยังมีการผูกขาดสูงในไทย ซึ่งเป็นจุดที่ สหรัฐฯ ให้ความสนใจ ตามรายงานของ USTR (สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ) โดยมองว่า หากมีการแข่งขันเพิ่มขึ้นในตลาดบริการ ไทยอาจได้แต้มต่อในการต่อรองลดภาษี และดึงสหรัฐฯ กลับเข้าสู่กรอบการเจรจาอย่างสร้างสรรค์ได้

 

นายณัฐพงษ์ ยังเน้นว่า ในช่วงเวลาบีบคั้นก่อนภาษีจะมีผล 1 ส.ค.นี้ ไทยยังพอมีหน้าต่างเจรจา แต่รัฐบาลต้องเร่งหารือกับภาคเอกชน เพื่อเข้าใจรายละเอียดข้อได้เปรียบของสินค้าแต่ละชนิด และร่างข้อเสนอที่สหรัฐฯ “สนใจจริง” เพื่อใช้เป็นแต้มต่อเจรจา

 

อย่างไรก็ตาม การเดินหน้าทางการทูตเศรษฐกิจ ต้องไม่ใช่แค่รอผลลัพธ์จากเวทีระหว่างประเทศ แต่ควรตั้งต้นด้วยการ ฟังเสียงผู้ประกอบการไทย และ “กล้ายื่นข้อเสนอที่คู่ค้ารู้สึกว่าคุ้มค่าจริง” จึงจะเป็นการเล่นเกมการค้าระดับโลกที่ “ไม่เสียเปรียบและไม่เสียเวลา”

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews