เทียบศาลรธน.สั่งหยุดนายกฯ&นายกรักษาการยุค “ลุงตู่-อิ๊งค์”

Video การเมือง ข่าว

 

เทียบศาลรัฐธรรมนูญสั่งนายกหยุดปฏิบัติหน้าที่ในยุครัฐบาลลุงตู่-รัฐบาลอิ๊งค์

 

 

เมื่อวาน( 1 ก.ค.2568 ) ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 9:0 รับคำร้องคดีถอดถอน “นายกอิ๊งค์-แพทองธาร ชินวัตร” จากนายกฯ ปม คลิปเสียงฮุนเซน และมีมติ 7:2 สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยก่อนหน้านั้นมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ครม.อิ๊งค์1/2 ที่ นายกนั่งควบเก้าอี้ รมว.วัฒนธรรม ที่ถูกมองจะมีการใช้โมเดลเดียวกับสมัย “รัฐบาลลุงตู่ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา” นายกฯคนที่ 29 และ รมว.กลาโหม ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ยังมาประชุมครม.ได้ในฐานะ รมว.กลาโหม ในรัฐบาล

 

ขณะนั้นมี “ลุงป้อม พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ” รองนายกฯเป็นรักษาการนายกฯ ทำให้น่าสนใจเทียบฟอร์มระหว่าง “รัฐบาลลุงตู่” กับ “รัฐบาลอิ๊งค์” ในภาวะ ที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ

 

ย้อนกลับไปสมัย “นายกลุงตู่” ในคดี “นายก8ปี” นอกจากจะแตกต่างในจังหวะจะโคนทางการเมืองของ “ลุงตู่” อยู่ในภาวะ ครม.ปกติหลังการเป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ปี 2562 มาได้ 3 ปีแล้ว ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ “รัฐบาล3ป.” ยังมีเสถียรภาพ โดย รองนายกฯที่ขึ้นมารักษาการนายก คือ “ลุงป้อม พล.อ.ประวิตร” ที่มีบทบาททางการเมืองอยู่เบื้องหลังในช่วงนั้นอยู่แล้ว

โดยครั้งนั้นพล.อ.ประวิตร รักษาการนายกฯแทนตั้งแต่ 24 ส.ค. 65 – 30 ก.ย. ระยะเวลา 1 เดือน 6 วัน จนศาลรัฐธรรมนูญมีคำตัดสินให้พล.อ.ประยุทธ์รอด ซึ่งรัฐบาลในช่วงนั้นมีรองนายกฯ เรียงลำดับ คือ 1. พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ 2. วิษณุ เครืองาม 3. อนุทิน ชาญวีรกูล 4. จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ 5. ดอน ปรมัตถ์วินัย 6. สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ โดยในช่วงนั้นก็มีการตีความจากหลายฝ่ายเช่นกันว่า “รักษาการนายกฯ” มีอำนาจยุบสภาหรือไม่

 

ในขณะที่รัฐบาลเพื่อไทย ปัจจุบันมี “รองนายกฯ อันดับ 3 และรมว.คมนาคม” อย่าง “นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” เป็นรักษาการนายกรัฐมนตรีแทน ทั้งที่เดิมครม.อิ๊งค์1/1มี ภูมิธรรม เวชยชัย เป็นรองนายกอันดับ 1 แม้การประชุม ครม.เมื่อวันนที่ 1 ก.ค. 2568 จะมีมติ เห็นชอบ ให้ ภูมิธรรม รักษาการนายกฯเบอร์ 1 หากนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ โดยมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี คือ นายภูมิธรรม เวชยชัย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค นายพิชัย ชุณหวชิร และ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง

 

แต่เหตุจากที่ภูมิธรรม ต้องพ้นตำแหน่งรมว.กลาโหม ที่ครม.อิ๊งค์1/2 เว้นว่างไว้ให้ “พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์” อดีตสว.และ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ทำให้เก้าอี้รองนายกฯ พ้นไปด้วย ต้องรอเข้าเฝ้าถวายสัตย์ 3 ก.ค.2568 ก่อนทำหน้าที่

 

ทำให้สุริยะ รักษาการนายกฯ เพียง 2 วัน ที่ มีอำนาจเต็มจะต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีและรวมถึงการนำ ครม.ใหม่ชุด อิ๊งค์1/2 เข้าเฝ้าแทนนายกฯ และเมื่อภูมิธรรม รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย เข้าปฏิบัติหน้าที่ค่อยมารักษาการนายกฯ ไปจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินคดี “นายกฯอิ๊งค์” ที่หากถอดถอนจะมีผลต่อรัฐบาลอิ๊งค์ที่ต้องหานายกคนใหม่  ที่มีรายงานว่า ไม่เคยเกิดเหตุการณ์นายกฯหยุดปฏิบัติหน้าที่ระหว่างการนำ ครม.ใหม่เข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ โดยเฉพาะในส่วนของรักษาการนายกรัฐมนตรี ที่จะต้องนำคณะรัฐมนตรีใหม่เข้าเฝ้าแทนนายกรัฐมนตรี

 

อย่างที่ ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในฐานะฝ่ายกฎหมายของรัฐบาล บอกว่า ภายหลัง “นส.แพทองธาร” ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ระหว่างการประชุมครม. ได้ตรวจสอบการมอบ การมอบอำนาจ รักษาการนายกฯ เดิมพบว่า รองนายกฯ อันดับหนึ่ง คือ นายภูมิธรรม เวชยชัย แต่เนื่องจาก ได้มีการโปรดเกล้าฯ พ้นตำแหน่ง รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมและ ยังไม่มีการถวายสัตย์ปฏิญาณ จึงไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ดังนั้น รองนายกฯคนถัดไป ที่ทำหน้าที่รักษาการนายกฯ ก็คือ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคมโดยเห็นว่านายสุริยะ มีอำนาจเต็ม ทำหน้าที่ได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการปรับครม. หรือยุบสภาฯ เพราะการบริหารราชการแผ่นดินจะเกิดช่องว่างหรือเดดล็อกทาง การเมือง เช่นเดียวกับนายสุริยะ
ทำหน้าที่รักษาการนายกฯ สามารถนำครม.ใหม่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณได้ พร้อมนำ “น.ส. แพทองธาร” ที่ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ก็เข้ารับ ถวายสัตย์ปฏิญาณได้ในฐานะรมว.วัฒนธรรมได้

 

 


 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่