รวบแล้วหญิง 52 ปีวิ่งราวทองกลางเมืองชุมแพ หลังหลบหนีกลับบ้าน ก่อนเอาทองไปห่อด้วยผ้าอ้อมหลานสาวฝังดินไว้รอขาย สารภาพมีหนี้สินเกือบล้าน ดูในละครแล้ววางแผนมาหลายเดือนก่อนก่อเหตุ
พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผกก.สภ.ชุมแพ พร้อมด้วย พ.ต.ต.ณัฎฐชัยเขียวจันทร์ สว.(สอบสวน)สภ.ชุมแพ ทำการควบคุมตัวนางศรีอัมพร โฮมหงษ์ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 224 ม.12 ต.นาจาน อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ภายในร้านทองฮั้วศิลป์ 1 ตั้งอยู่ ริมถนนราษฎร์บำรุงเลขที่ 1230/18-19 ม.1 ต.ชุมแพ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น
ภายหลังชุดสืบสวนสามารถแกะรอย ติดตามตัวได้ภายในบ้านพักที่อำเภอสีชมพูเมื่อช่วงค่ำวานนี้ พร้อมกับสร้อยสร้อยคอทองคำที่ขโมยมาน้ำหนัก 1 บาทจำนวนหนึ่งเส้น ถูกฝังดินข้างบ้านโดยหอด้วยผ้าอ้อมเด็กและใส่ถุงพลาสติกอีกหนึ่งชั้นฝั่งเอาไว้ เพื่อรอให้เรื่องเงียบแล้วจะนำมาขาย
โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพจำนวน 3 จุด ประกอบด้วยภายในร้านทอง จุดที่เปลี่ยนเสื้อผ้า จุดที่จอดรถจักรยานยนต์พ่วงข้างเอาไว้แล้วหลบหนีไปยังอำเภอสีชมพู ระยะทาง 40 กม. โดยบรรยากาศช่วงที่อยู่ในร้านทองผู้ก่อเหตุพยายามจะขอโทษเจ้าของร้านแต่ทางตำรวจเร่งให้ดำเนินการตามขั้นตอนด้วยความรวดเร็วเนื่องจากมีชาวบ้านที่เห็นช่วงทำแผนมายืนออกันอยู่ที่หน้าร้าน จึงรีบพาผู้ก่อเหตุไปยังจุดที่สองทันที ก่อนจะควบคุมตัวมาที่สภ. ชุมแพ ดำเนินคดีตามกฎหมาย ก่อนส่งฟ้องศาลศาลจ.ชุมแพฝากขังตามขั้นตอน
พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผกก.สภ.ชุมแพ กล่าวว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าวางแผนจะวิ่งราวทองมา 3 เดือนแล้วโดยตั้งใจจะก่อเหตุที่ร้านทองร้านนี้เพราะเป็นร้านเดียวที่เปิดประตูไว้และมีคนขายเป็นผู้หญิง
ส่วนร้านอื่นๆประตูปิดอย่างดีกลัวว่าถ้าก่อเหตุแล้วจะออกไม่ได้ และที่ตัดสินใจลงมือในวันดังกล่าวเนื่องจาก มีปัญหาเรื่องเงินหนี้สิน โดยเฉพาะหนี้ธกส. ซึ่งกู้ยืมสะสมทบกันมาเรื่อย จนตอนนี้เป็นหนี้กว่า 800,000 บาท นอกจากนี้ยังมีหนี้สินอื่นๆที่หยิบยืมจากคนรู้จัก รวมรวมแล้วก็เกือบล้านบาท และเดือนนี้จะต้องจ่ายดอกเบี้ยธกส.ประมาณ 40,000 บาท จึงตัดสินใจก่อเหตุขึ้น
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews