พรรคประชาชน ซัดรัฐบาลแก้ฝุ่น PM2.5 ตามมีตามเกิด ไร้ผู้นำนั่งหัวโต๊ะ เรียกร้องนายกฯ ออกนโยบายที่ชัดเจน พร้อมแนะ “ชัชชาติ” เร่งเข้าพบนายกฯ แก้ไขขอบเขตอำนาจ กทม. แก้ฝุ่นให้จบก่อนกรุงเทพฯ จมฝุ่นซ้ำปีหน้า
สส.กรุงเทพฯ และ ส.ก.พรรคประชาชน ร่วมแถลงความคืบหน้าการแก้ไขวิกฤตฝุ่น PM2.5 ที่สะท้อนวิกฤตภาวะผู้นำทั้งในระดับ กทม. และระดับรัฐบาล รวมทั้งกล่าวถึงข้อเสนอจากพรรคประชาชน นำโดย นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์สส.กรุงเทพฯ เขต 9 และ น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ส.ก.เขตบางซื่อ พร้อมด้วย นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
นายพูนศักดิ์ กล่าวว่า จากข้อเสนอของผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาชนที่ต้องการให้ฝ่ายการเมืองทั้งจากรัฐบาลและกรุงเทพมหานคร ร่วมกับหน่วยงานที่เป็นผู้ปฏิบัติได้มาร่วมมือกันแก้ปัญหาฝุ่น คณะกรรมาธิการการที่ดินฯจึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึง 16 หน่วยงานมาร่วมประชุมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
เพื่อหามาตรการและแผนงานป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยการประชุมใช้เวลาร่วม 3 ชั่วโมง ข้อสังเกต ของตนจากที่ประชุม คือ มาตรการต่างๆ ที่นำเสนอส่วนใหญ่เป็นการแก้ปัญหาที่เหตุเฉพาะหน้า ขณะที่การแก้ปัญหาเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรมเพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนยังไม่ได้รับการนำเสนอ ซึ่งสะท้อนวิกฤตภาวะผู้นำไม่เฉพาะนายกรัฐมนตรี แต่รวมถึงผู้ว่า กทม.ด้วย
ขณะที่นายศุภณัฐ กล่าวว่า สส.กรุงเทพฯ และ ส.ก.ของพรรคประชาชนได้พยายามอย่างหนักในการประสานงานเพื่ออุดช่องว่างระหว่างฝ่ายบริหารและท้องถิ่น โดยเชิญทั้งสองฝ่ายหารือร่วมกันเพื่อติดตาม 11 ข้อเสนอของผู้ว่า กทม. ที่มีต่อรัฐบาล แต่กลับไม่มีใครให้ความสำคัญมากพอ ทั้งสองฝ่ายส่งแค่เจ้าหน้าที่มาชี้แจงเท่านั้น และไม่ได้มีตัวแทนจากภาคการเมืองมาเป็นผู้นำในการแก้ปัญหาวิกฤตครั้งนี้
จะเห็นได้ว่าข้อเสนอจากผู้ว่า กทม.ถูกหน่วยงานต่างๆ ปัดตกไปเป็นจำนวนมาก เพราะต้องอาศัยการผลักดันจากภาคการเมือง 2 มิติ มิติแรกการกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่น ซึ่งหน่วยงานต่างๆ ไม่เห็นด้วย โดยมักอ้างว่าท้องถิ่นไม่มีความพร้อมที่จะรับการถ่ายโอน ซึ่งการที่ผู้ว่า กทม.ไม่มาเข้าร่วมประชุมกับกรรมาธิการฯ เมื่อวานนี้ เพื่อชี้แจงและยืนยันความพร้อมของ กทม.ในการกระจายอำนาจ ก็ได้สร้างความเสียหายให้กับคนกรุงเทพฯ ทำให้การแก้ปัญหาฝุ่นล่าช้าออกไปอีก
ส่วนมิติที่สองคือมิติด้านการเงินและภาษี ซึ่งเป็นเรื่องที่หน่วยงานราชการต่างๆ ไม่สามารถขับเคลื่อนด้วยตัวเองได้ ตราบใดที่ฝ่ายการเมืองไม่มีนโยบายลงมา หลายนโยบายเพื่อแก้ฝุ่นจึงยังทำไม่ได้ดังนั้น ต้องบอกว่า ณ เวลานี้ ทางรัฐบาลและฝ่ายการเมืองไม่มีนโยบายที่ชัดเจน ไม่มีใครที่จะคอยนั่งหัวโต๊ะ และเคาะว่านโยบายไหนที่รัฐบาลจะทำหรือไม่ทำอย่างไร แต่กลับปล่อยให้หน่วยงานราชการทำกันเอง
ตามยถากรรม ขาดทิศทาง ขาดเป้าหมาย ไม่รู้ว่าต้องลดฝุ่นในภาคอุตสาหกรรม ในภาคการขนส่ง ในภาคการเกษตรเท่าไร อย่างไร ไม่มี Action Plan (แผนปฏิบัติการ) เรียกได้ว่ารัฐบาลกำลังบริหารประเทศบริหารวิกฤตฝุ่น PM2.5 แบบตามมีตามเกิด ไร้ผู้นำ
ถึงเวลาแล้วที่นายกรัฐมนตรีจะต้องแสดงภาวะความเป็นผู้นำ เรียกทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 มาประชุม สรุปข้อเสนอจากทุกฝ่าย และออกเป็นนโยบายที่ชัดเจน เพื่อให้หน่วยงานต่างๆนำไปขับเคลื่อนต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้าน น.ส.ภัทราภรณ์กล่าวทิ้งท้ายว่า จะเห็นได้ว่าหลายมาตรการลดฝุ่น กทม.ไม่สามารถตกลงร่วมกับหน่วยงานของกระทรวงต่างๆ เพื่อประสานทรัพยากรกันได้ ตนจึงเรียกร้องให้ผู้ว่า กทม.ขอเข้าพบ นายกรัฐมนตรีโดยเร็วที่สุด เพื่อแก้ไขเรื่องขอบเขตอำนาจที่ยังไม่ชัดเจน และแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ให้จบก่อนที่กรุงเทพฯ จะจมฝุ่นอีกครั้งในปีหน้า
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews