ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ร่วมยินดีทุกคู่รักที่ได้จดทะเบียนสมรสในวันประวัติศาสตร์ ย้ำจุดแข็งของกทม.และประเทศไทยคือการโอบกอดทุกคน ทุกเพศ ทุกเชื้อชาติ
วันนี้ (23 ม.ค. 67) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า กทม. เป็นเพียงแค่ส่วนเล็กๆในการผลักดัน แต่หลังจากนี้จะรับไม้ต่อ แล้วทำหน้าที่ให้ดีที่สุด วันนี้ มิติที่สำคัญคงไม่ใช่แค่เรื่องสมรสเท่าเทียม แต่มันแสดงถึงจิตวิญญาณของเรา ที่เราโอบกอดไปด้วยกัน ไม่ว่าจะคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ความเชื่อ ศาสนาวัฒนธรรม เชื้อชาติ
“ผมคิดว่าคือจุดแข็งของสังคมไทยที่ทุกคนมาแล้วรู้สึกปลอดภัย พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ปลอดภัย แล้วเราโอบกอดทุกคนไว้ด้วยกัน ขอขอบคุณสำหรับทุกคนที่ช่วยกันเดินทางมายาวนานนี้ เราจะเดินต่อไปด้วยกันเพื่อกรุงเทพฯเป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน”
นายชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมถึงภาพรวมการจดทะเบียนสมรสในพื้นที่ทั้ง 50 เขตว่าจากที่ได้รับรายงานก็พบว่าเรียบร้อยดีเพราะคือการจดทะเบียนสมรสทั่วไปแต่วันนี้ที่มีการจัดงานเหมือนกลับเป็นการแสดงสัญลักษณ์หลังจากนี้ทุกคู่รักก็สามารถไปจดทะเบียนสมรสได้ที่สำนักงานเขต และจากการสอบถามคู่รักที่มาจดทะเบียนสมรสที่พารากอนก็บอกว่าสะดวกและเรียบร้อย
“เป็นมิติที่แสดงถึงว่าเราโอบกอดคนที่มีความหลากหลายไม่ใช่เฉพาะทางเพศสภาพแต่ความเชื่อศาสนาและเชื้อชาติต่างๆซึ่งตนมองว่านี่คือจุดแข็งของสังคมไทยและกรุงเทพมหานครว่าคนที่มาเมืองไทยและมากรุงเทพมหานครจะรู้สึกว่าปลอดภัยไม่ถูกเหยียดหยามหรือมีความแตกต่างอะไรซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ดีที่มองว่าเป็นจุดแข็งของเราอีกทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายกรุงเทพฯเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับยอดรวมผู้ที่มาจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมใน 50 เขตครึ่งวันกว่า 140 คู่ ส่วนที่สถานที่จัดงานนะพารากอนฮอลศูนย์การค้าสยามพารากอนมีผู้ลงทะเบียนมาจบที่นี่ 193 คู่จบไปแล้ว 70 คู่
“ชัชชาติ” ย้ำ! มาตรการเชิงรุก พื้นที่ควบคุมฝุ่น PM2.5 ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ย้ำ เร่งมาตรการเชิงรุก พื้นที่ควบคุมฝุ่น PM2.5 คืนแรกพบรถบรรทุกฝ่าฝืน 725 คัน โดนปรับหมด
วันนี้ (23 ม.ค.68) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร ติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ณ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร สำนักสิ่งแวดล้อม เขตดินแดง
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่น กทม. ยังรุนแรงอยู่ ค่าฝุ่นสีแดงเพิ่มมากขึ้นรวม 21 เขต โดยเฉพาะเขตรอบนอก ส่วนเขตด้านในยังคงตัว ช่วงนี้มีเสียงตำหนิจากประชาชนมาเยอะก็ขอน้อมรับ แต่ก็ต้องชี้แจงว่าเราต้องเข้าใจปัญหาด้วยเช่นกันว่าฝุ่น PM2.5 ที่เพิ่มสูงขึ้นนั้นมาจากไหน หลักๆ มาจาก 3 ปัจจัย คือ รถยนต์ การเผา และสภาพอากาศปิด โดยเฉพาะช่วง 2 วันนี้ที่อากาศไม่ถ่ายเท ทำให้ฝุ่นที่มียิ่งสะสมหนักหนาขึ้น ซึ่ง 2 ปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้เลยคือ สภาพอากาศปิดเพราะเป็นวิถีธรรมชาติและการเผาที่มาจากรอบนอก ทั้งปริมณฑลและจังหวัดใกล้เคียงรวมถึงประเทศเพื่อนบ้านที่มีสถิติการเผาสูงกว่าปีที่แล้วในเวลาเดียวกัน รวมถึงเรื่องทิศทางลมที่พัดมาจากรอบนอกเข้ามาหมุนวนในพื้นที่ กทม.
สําหรับเรื่องฝุ่นจากรถ กทม. พยายามหามาตรการเท่าที่อำนาจจะมี เมื่อคืนที่ผ่านมาได้เริ่มไปแล้วคือ Low Emission Zone (LEZ) จำกัดโซนการวิ่งรถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไปที่ไม่ลงทะเบียนสีเขียว ห้ามเข้าพื้นที่วงแหวนรัชดาภิเษก รวมพื้นที่ 9 เขต และแนวถนนผ่าน 13 เขต ซึ่งไม่เคยมีใครทำมาก่อน ถือเป็นครั้งแรก และคืนวานนี้หลังบังคับใช้ LEZ เที่ยงคืนถึงหกโมงเช้า กล้องเทคโนโลยีที่ใช้ ตรวจพบว่ามีรถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไป เข้ามาในเขตที่จำกัด 779 คัน ลงทะเบียนบัญชีสีเขียว 54 คัน หมายความว่า 725 คัน ต้องโดนปรับ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews