คาร์โล อันเชล็อตติ ผู้จัดการทีมเรอัล มาดริด ตัดสินใจสำคัญโดยยืนยันว่าเขาจะลาออกจากทีมโลส บลังโกสเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2024/25
สื่อของสเปน รายงาน คาร์โล อันเชล็อตติ เตรียมลาเรอัล มาดริด หลังจบฤดูกาลนี้ แม้จะมีสัญญาจนถึงปี 2026 แต่กุนซือชาวอิตาลี ต้องการปิดฉากเส้นทางการคุมทีมในถิ่นซานติอาโก เบร์นาเบว หลังจบฤดูกาลนี้ ไม่ว่าจะจบลงด้วยการคว้าแชมป์หรือไม่ โดยมีชื่อของชาบี อลอนโซ เป็นตัวเต็งที่จะมารับตำแหน่งแทน
คาร์โล อันเชล็อตติ ต่อสัญญากับ “ราชันชุดขาว” จนถึงปี 2026 แต่ทว่า ผลงานในปีนี้ กุนซือวัย 65 ปี ต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนักในฤดูกาลนี้ หลังจากเริ่มต้นฤดูกาลอย่างไม่ราบรื่น และผลงานที่น่าผิดหวังในศึกเอล กลาซิโก้ทั้ง 2 นัด
ล่าสุด Onda Cero เปิดเผยว่า อันเชล็อตติ ได้ตัดสินใจที่จะลงจากตำแหน่งนายใหญ่ในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบวแล้ว โดยไม่สนใจว่าสโมสรจะประสบความสำเร็จหรือถูกโน้มน้าวให้ทำทีมต่อ
อันเชล็อตติ เกิดที่เมืองเรจจิโอโล ประเทศอิตาลี ได้สร้างเส้นทางอาชีพที่น่าภาคภูมิใจในฐานะผู้จัดการทีม โดยมีระยะเวลาที่โดดเด่นที่สุดคือการคุมทีมสโมสรยักษ์ใหญ่ของสเปน เขาเริ่มต้นอาชีพในอิตาลี โดยการบริหารทีมที่มีชื่อเสียงอย่างยูเวนตุสและเอซี มิลาน ก่อนที่จะย้ายไปยังเชลซีในปี 2009
ตลอดอาชีพของเขา อันเชล็อตติได้เก็บสะสมถ้วยรางวัลมากมาย อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ของเขากับเรอัล มาดริดมีความโดดเด่นเป็นพิเศษ ระยะเวลาการทำงานครั้งแรกของเขากับสโมสรเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2013 ถึงพฤษภาคม 2015 ที่เขาคุมทีมถึง 119 เกม ก่อนที่จะมีช่วงเวลาสั้นๆ ในอังกฤษกับเอฟเวอร์ตัน และกลับคืนสู่มาดริดในปี 2021 ตามคำขอของประธานฟลอเรนติโน เปเรซ
สำหรับผลงานของ อันเชล็อตติ เข้ามาคุมทัพเรอัล มาดริด ตั้งแต่ปี 2021 พาทีมราชันชุดขาว คว้าแชมป์ลา ลีกา 2 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2 สมัย, โกปา เดล เรย์ 1 สมัย, ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 2 สมัย, สแปนิช ซูเปอร์คัพ 2 สมัย, ฟีฟ่า คลับ เวิลด์คัพ 1 สมัย และอินเตอร์คอนติเนนตัล คัพ 1 สมัย
อย่างไรก็ตาม ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้ทำให้อันเชลอตติกลายเป็นผู้จัดการทีมที่คว้าถ้วยรางวัลมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของเรอัล มาดริด
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews