Home
|
ข่าว

ธงนำข่าว | “ตั๋วช้าง“-”ดีลลับ“!?

Featured Image

          ปมจากตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ “ผบ.ตร.” ตกอยู่ในเงื่อนไข “ดีลลับ” ระหว่างการเจรจาจัดตั้ง “รัฐบาลเพื่อไทย” แม้เป็นการต่อรองระดับปลีกย่อย รองจากภารกิจหลัก และเก้าอี้รัฐมนตรีของแต่ละฝ่าย โดยการนำของ “พรรคเพื่อไทย” กับ “ฝ่ายอนุรักษ์นิยม” ที่พยายามรักษาอำนาจหน่วยกำลังความมั่นคงทั้งทหารและตำรวจ ภายหลัง “เพื่อไทยการละคร” สลับขั้วสลัดรักตีจาก “พรรคก้าวไกล” มาร่วมกับ “พรรค2ลุง” โดยเฉพาะ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” (รทสช.) ของ “ลุงตู่” ซึ่งล้นเหลือด้วยอำนาจทั้งจากนอกและในระบบกระบวนการยุติธรรม โดยฝั่งเพื่อไทยเน้นเปิดทาง “พาทักษิณกลับบ้าน” แลกกับการแบ่งเค้กเก้าอี้รัฐมนตรีระดับเกรดพรีเมียมจัดให้กับ “โควต้ารทสช.” ก่อน “พรรคร่วมรัฐบาล” อื่น.. 

          “ดีลรัฐบาลเศรษฐา” กลับด้อยค่า “พลังประชารัฐ” ของ “ลุงป้อม” ทั้งที่เคยแบไต๋รอรับการผสมพันธุ์ข้ามขั้วแบบไร้เงื่อนไข ส่งผลถึง “เก้าอี้ผบ.ตร.” ซึ่งแคนดิเดตอันดับสูงสุดเป็นของ “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล คนในเครือข่าย “ลุงป้อม” พี่ใหญ่แห่ง “พี่น้อง3ป.” เมื่อครั้งเคยทรงอำนาจกำกับสตช.ปลุกปั้นและจัดระนาบวางบุคลากร “วงการสีกากี” ขึ้นจ่อเก้าอี้สำคัญตามลำดับภายใต้กุนซือ “บิ๊กป๊อด” พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร.น้องชาย “ลุงป้อม” ที่หมายมั่นจะให้สืบทอดทายาททางการเมือง และขึ้นกุมบังเหียนพรรคพปชร. จนบางรายขยับยศขึ้นตำแหน่งพุ่งพรวดชนิดข้ามหัวเพื่อนรุ่นพี่ และขวางเส้นทางความก้าวหน้าประมุขแห่งสำนักปทุมวัน 

          “บิ๊กโจ๊ก” จากที่เคยพก “ตั๋วช้างใบใหญ่” เปิดทางสะดวกกลายเป็น ตั๋วใบเล็กกว่า ในห้วงที่อำนาจการต่อรองทางการเมืองเปลี่ยน ด้วยความไม่ลงตัวในผลประโยชน์และอำนาจแห่ง “นิติสงคราม” โดยเฉพาะตำแหน่งสำคัญอันมีส่วนได้เสียต่อกระบวนการยุติธรรม หากแต่ทุกการกระทำย่อมมีราคาต้องจ่ายที่แพงกว่า โดยเฉพาะ “เส้นทางลัด” ในความไม่ชอบด้วยกฎกติกาไม่ยึดมั่นต่อระเบียบ การแต่งตั้ง “ผบ.ตร.” ที่เคร่งครัดต้องใช้หลักอาวุโสและความรู้ความสามารถเฉพาะด้านเป็นสำคัญ แคนดิเดตทั้ง 4 ราย ล้วนมีสังกัดมีส่วนได้เสียทางการเมืองแตกต่างกัน ซึ่งสนามการต่อสู้ฝ่ายไหนอ่อนแอก็ต้องแพ้ไป จาก “บิ๊กโจ๊ก” กลับมาเป็นจังหวะของ “บิ๊กต่อ” พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ขึ้นครองตำแหน่ง ทั้งที่อาวุโสน้อย และ ด้อยผลงานอย่างน่าสงสัยใน “พลังพิเศษ” 

          “ผบ.ตร.” กลับขึ้นมาเป็น “เก้าอี้รหัสร้อน” เข้า “สู่เกมการเมือง” ที่ “รัฐบาลเศรษฐา” ภายใต้ร่มเงาของ “อดีตนายกฯทักษิณ” กำลังขับเคลื่อนประคองความลงตัวแห่งผลประโยชน์สู่ “เป้าหมายสำคัญ” ความอิสระรอดพ้นจากสภาพการตกเป็น “ตัวประกันทางการเมือง” ใน “คดี112” ของ แม่ทัพตัวจริงที่ อัยการสูงสุดนัดสั่งฟ้องศาล 10 เมษายน กับอีกคดี “อดีตนายกยิ่งลักษณ์ฮั้วโรดโชว์” จะผ่านเลยเวลายื่นอุทธรณ์ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) “เครือข่ายลุงป้อม” หรือไม่ “คดีบิ๊กโจ๊ก” ฟอกเงินเว็บพนันกำลังต่อสู้กันในข้อกฎหมาย ชิงไหวชิงพริบกันอย่างเผ็ดร้อน สำนวนคดีจาก “พนักงานสอบสวน” ของ “บิ๊กเต่า” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ลูกน้องคนสนิท “บิ๊กต่อ” ต้นทางไต่สอนข้อเท็จจะเป็นอำนาจของปปช. หรือตำรวจส่งอัยการเป็นฝ่ายสั่งฟ้องศาลกันแน่ 

          ห้ำหั่นเปิดโปงความระยำตำบอนในวงการสีกากีชนิดสาวไส้ให้กากิน แฉขบวนการส่วยธุรกิจสีเทา แบบไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ ให้ชาวบ้านได้เห็นถึงความฟอนเฟะในวงการตำรวจ แม้จะเป็นเศษเสี้ยวในระบบ หากแต่เป็นคดีที่มีผลประโยชน์ จำนวนเงินมหาศาลกลับยิ่งปราบกลับยิ่งเยอะ กลายเป็นชิ้นเค้กแบ่งงานในความรับผิดชอบในสตช. ตำแหน่งความรับผิดชอบก็ยิ่งมีมูลค่าต้องแย่งประมูลสูงขึ้นตามลำดับและส่งผ่านถึง “ภาคการเมือง” เป็นความล้มเหลวในทุกด้านทางการเมืองและก่อให้เกิด “วิกฤตศรัทธา” ในกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

          นัยทางการเมือง สิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่เป็น การออกมาประกาศการันตีของ “รัฐบาลเศรษฐา” จะเดินหน้า “โครงการดิจิทัลวอลเล็ต” และ แถลงความชัดเจน 10 เมษายน จะยังเชื่อพรรคเพื่อไทยแห่งการละครพูดอย่างทำอย่างได้อยู่อีกหรือไม่ กำหนดวันตรงกับวันที่ “อัยการ” นัดสั่งฟ้อง “คดี 112 ทักษิณ” หลังเวทีการเมืองในรัฐสภาแสดงบทบาทท่าทีระหว่างกันของ “พรรคก้าวไกล” ใน ศึกซักฟอกรัฐบาล 3-5 เมษายน โดยเฉพาะประเด็นและเป้าหมายของการโจมตีจะเป็น “สัญญาณ” หรือ “โมเมนต์” แบบไหนทางการเมืองต่อ “เพื่อไทย” และ “ทักษิณ” ผู้นำแห่งจิตวิญญาณพรรคตัวจริง 4 เม.ย. ครบ 30 วัน ปปช. จะยื่นอุทธรณ์ “คดียิ่งลักษณ์ฮั้วงานโรดโชว์” หรือไม่ การปรากฏตัวของ “ทักษิณ” ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ให้มวลสมาชิกเข้าพบเป็นการเรียกความเชื่อมั่นนัยทางการเมืองเฉกเช่นไร หลังบุตรสาว “อุ๊งอิ๊งค์” แพทองธาร ความนิยมด้อยลง ย้อนถึงโชว์พาวเด้งคู่ “2 บิ๊กตำรวจ” และซ้ำด้วยเปิดโปงโจมตีโดยไม่เกรงใจใครของ “ทนายตั้ม” เพื่อนซี้ “บิ๊กโจ๊ก” เปิดหน้าสู้..

          ทุกบริบทที่จะเกิดขึ้นย่อมมิได้บังเอิญทางการเมือง ล้วนมีการบริหารจัดวางเพื่อจังหวะจะโคน และโอกาสเป็นบทพิสูจน์ ดีลต่อดีล เพื่อไทยโดย “ทักษิณ” ถอดปลอกคอออกขับเคลื่อนด้วยตัวเองประกาศจะลงพื้นที่เรียกความนิยมกลับคืนด้วย ที่สำคัญเป็นการเปิดเกมเพิ่ม “พลังอำนาจการต่อรอง” เปลี่ยนสมการแบบ “สามก๊ก” หรือไม่ พรรคเพื่อไทย-ฝั่งอนุรักษ์ฯ โดยดึง  “พรรคก้าวไกล” เข้าสู่ กระดานการเมือง

          ทั้งหมดทั้งปวงเป็นการสะท้อนภาพแห่งวงจรอุบาทก์ทางการเมือง ไร้ซึ่งอุดมการณ์ของแต่ละฝั่งแต่ละพรรค นโยบายใช้เป็นเพียงกลลวงหลอกล่อประชาชนให้หลงเชื่อเลือกตั้งเข้ามาเป็น “ปรสิต” ดูดกินผลประโยชน์ของชาติ และกัดเซาะทำลายล้างความเชื่อถือทั้ง “ฝ่ายบริหาร” ย่ำยี “กระบวนการยุติธรรม” และด้อยค่ากระบวนการฝ่ายนิติบัญญัติ “นักเลือกตั้ง” มองข้าม “เสียงสวรรค์” ที่หวังจะตัดสินอนาคตของชาติด้วยแรงศรัทธาของตัวเอง แต่กลับเบี่ยงเบนใช้ “สิทธิ์ของประชาชน” เป็น “ข้ออ้าง” การเข้ามาเพื่อแสวงหาหรือรักษา “ผลประโยชน์ส่วนตัว” ตอบสนอง “นายทุนพรรค” “ดีลแตก” หายนะเกิด อาจถึงขั้น “ล้มกระดานการเมือง” รีเซ็ตระบบกันใหม่ เป็นไปได้หรือไม่ โปรดติดตามตอนต่อไป.!?

พบกับคอลัมน์ธงนำข่าวโดย บก.พี่ลุง ได้ทุกวันพฤหัสบดี แล้วร่วมติดตามอนาคตประเทศไทยไปพร้อมกัน

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube