ตำรวจไซเบอร์ เตรียมออกหมายจับกลุ่มผู้ก่อเหตุ หลอกลวง ด.ช.อายุ 15 ปี ลงทุนซื้อสินค้าหวังทำยอดแต่ไม่เป็นไปตามเป้าจนเครียดฆ่าตัวตาย
คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ตำรวจไซเบอร์ เรียกประชุมคณะทำงานชุดใหญ่ เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีเด็กชายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในจังหวัดนนทบุรี ฆ่าตัวตาย เนื่องจากถูกกลุ่มมิจฉาชีพให้โอนเงินไปทำยอดซื้อสินค้า ต่อมา รู้ตัวว่าถูกหลอก โดยครอบครัว พบว่า เด็กชายแอบถอนเงิน ผ่าน Application จากบัญชีเงินเก็บของพ่อและแม่ ไปหลายครั้ง รวมกว่า 15,000 บาท
จนเด็กรู้สึกผิดเสียใจและเขียนจดหมายลาตายทิ้งไว้ให้ครอบครัว โดยมีรายงานว่าเมื่อวานนี้ (9 ม.ค.) พี่สาวและแม่ของเด็กชายผู้เสียชีวิต เข้าพบตำรวจไซเบอร์ เพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้นที่เป็นประโยชน์กับการสืบสวนสอบสวนคดี แต่ในส่วนของโทรศัพท์มือถือและหลักฐานต่างๆ ยังอยู่ในความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรปากเกร็ดนนทบุรี เจ้าของคดี
พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ สอท. เปิดเผยว่า สอท.ประสานขอโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย มาตรวจสอบ และเรื่องสำนวนการสอบสวนคดี แม่ผู้เสียชีวิต แจ้งความ ร้องทุกข์กล่าวโทษให้พนักงานสอบสวน สอท. รับผิดชอบคดีแล้ว ส่วนกลุ่มผู้ก่อเหตุ ตำรวจเร่งรัดตรวจสอบบัญชีม้า ซึ่งกรณีนี้มีอยู่หลายบัญชีที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยหากมีพยานหลักฐานชัดเจนตำรวจจะออกหมายจับ กลุ่มผู้กระทำผิด ส่วนแนวทางการสืบสวน แบ่งเป็น 2 ชุดทำงาน
เพื่อตรวจสอบในเรื่องของ อินสตราแกรม และ ไลน์ ซึ่งตำรวจได้ข้อมูลมาบางส่วนแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดของกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ แต่เบื้องต้นจากแผนประทุษกรรมตำรวจพบว่า ผู้ก่อเหตุมีความเชี่ยวชาญด้านการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ในการหลอกลวงผู้เสียหาย เพราะหลังจากรับเงินจากผู้เสียหายสามารถโอน หรือยักย้ายถ่ายเทไปเป็นสกุลเงินดิจิตอลได้ทันที เพื่อจงใจหลบหลีกการตรวจสอบของตำรวจ พร้อมระบุ สาเหตุการฆ่าตัวตายของเยาวชนคนนี้ มาจากแรงกดดันที่ต้องสูญเสียเงิน และไม่สามารถทวงคืนได้ จนเกิดเป็นความเสียใจทำให้คิดสั้นในที่สุด
สำหรับคดีนี้ เด็กผู้เสียหาย หลงเชื่อถูกหลอกให้ทำภารกิจซื้อสินค้าประเภทต่างๆ ตามที่มีการตกลงกัน ซึ่งเด็กผู้เสียหาย ต้องทำยอดการซื้อสินค้า เพื่อนำไปขายต่อให้ได้ตามเป้าจึงจะ ถือว่าภารกิจสำเร็จและได้ผลรับผลตอบแทนตามที่ตกลง แต่เด็กผู้เสียหายคนนี้ไม่สามารถทำได้ตามเป้า ประกอบกับนำเงินของครอบครัว มาซื้อสินค้า จึงเกิดความเครียดเพราะไม่สามารถทวงเงินคืนได้
พล.ต.ต.วิวัฒน์ ยังเชื่อว่า นอกจากเด็กชายอายุ 15 ปีแล้วยังมีผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่หลงเชื่อ สามารถเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน สอท.ได้ พร้อมกันนี้ยังฝากเตือนผู้ปกครองให้หมั่นดูแลเอาใจใส่สอดส่องพฤติกรรมของบุตรหลาน เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นผู้เสียหายในคดีอาญา
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews