“พิจารณ์” ชี้ทุจริตบ้านพักทบ. ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว พบทหารมีเอี่ยว 35 นาย ยศสูงสุดระดับนายพล บอกต้องเร่งคืนความเป็นธรรมในระยะสั้น จี้ ปฏิรูปกองทัพ
นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงข่าวเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกองทัพ สืบเนื่องจากกรณีมีการร้องเรียนและเปิดเผยถึงการทุจริตในการกู้เงินของกำลังพลเพื่อการสร้างที่พักอาศัยจากกรมสวัสดิการทหารบก
โดยนายพิจารณ์ ระบุว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา เราไม่เห็นท่าทีหรือการให้ความเห็นใดๆ จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งถือว่าน่าผิดหวังและเป็นที่น่าเคลือบแคลงเป็นอย่างยิ่ง มองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนเป็นยุทธศาสตร์ทางการเมืองของพล.อ.ประยุทธ์ เพื่อรับมือไม่ให้เกิดแรงกดดันกลับไปที่กระทรวงกลาโหมหรือกองทัพบก ที่นิ่งเฉย ไม่มีความเห็น ประหนึ่งว่าจะทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กและเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเอง
นอกจากนี้ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตแก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ออกมาให้สัมภาษณ์ ระบุว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาส่วนตัวระหว่างบุคคล คือผู้ประกอบการสร้างที่พักอาศัยและกำลังพลไม่ได้เกี่ยวข้องกับกองทัพบก สะท้อนให้เห็นถึงการพูดว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเชิงระบบหรือเชิงโครงสร้างของกองทัพ และไม่น่าจะต้องรื้อหรือแก้ไข
ทั้งนี้ ตนได้ตั้งข้อสังเกต 3 ประเด็นต่อกรณีดังกล่าว คือ เรื่องนี้ไม่สามารถบอกว่าเป็นปัญหาส่วนตัวระหว่างผู้ประกอบการและกำลังพล เพราะจากเอกสารหลักฐานที่มีสะท้อนให้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 2554-2564 มีจำนวนรายการของการอนุมัติเงินซื้อบ้านและที่ดินรวม 620 รายการ คิดเป็นวงเงิน 821 ล้านบาท มีการหักหัวคิวหรือเปอร์เซ็นต์ออกไป 61.5 ล้านบาท หรือราว 7-8% กำลังพลผู้กู้เงินที่ได้รับผลกระทบมีตั้งแต่ยศ ส.ต.จนถึงพ.ท.รวมกันแล้วมากกว่า 400 นาย
ส่วนกำลังพลที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มีทั้งสิ้นประมาณ 35 นาย ระดับพล.ต. 6 นาย พ.อ. 14 นาย พ.ท. 2 นาย พ.ต. 2 นาย ร.อ. 2 นาย ร.ท. 2 นาย ร.ต. 1 นายจ.ส.อ. 3 นาย และข้าราชการพลเรือนกลาโหม 1 คน
นอกจากนี้ต้องเร่งให้ความเป็นธรรมแก่กับทหารชั้นผู้น้อยจำนวนมาก ซึ่งกำลังพลที่ได้รับผลกระทบนั้นอยู่ในระดับนายสิบ มากกว่า 300 นาย จึงอยากใช้โอกาสนี้สื่อสารไปยังพล.อ.ประยุทธ์ ถึงเวลาแล้วที่ต้องหยุดทำให้เป็นเรื่องการเมือง อย่าพยายามทำให้เรื่องนี้มีแรงกดดันไปยังกระทรวงกลาโหมและรัฐบาลให้น้อยที่สุด เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเองในยามที่การเลือกตั้งใกล้เข้ามา ทั้งที่ต้องแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง แต่เรากลับไม่ได้ยินว่าจะมีการสืบสวนหาข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด มีเพียงแต่การปัดความรับผิดชอบจากคำให้สัมภาษณ์ต่างๆที่ออกมา, ระบบร้องทุกข์ของกองทัพต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน มีหลักฐานชัดเจนว่าหนึ่งในผู้ประกอบการถูกข่มขู่คุกคามจากชายฉกรรจ์รายหนึ่ง แต่ไม่เห็นมีการสั่งการใดๆจากพล.อ.ประยุทธ์ ให้สืบค้นว่าบุคคลในคลิปวิดีโอที่ไปคุกคามผู้ประกอบการเป็นใคร ยังไม่เห็นมีการสั่งการให้สอบสวนว่าเหตุใดคำร้องทุกข์ของผู้ประกอบการถึงผู้บัญชาการกองทัพบก ถึงถูกทำสำเนาส่งมาให้ผู้ถูกร้องและนำไปสู่การคุกคามที่เกิดขึ้นได้ ทั้งนี้หากไม่มีการจัดการอย่างเป็นกระบวนการ ก็จะกลายเป็นกรณีศึกษาให้ทหารชั้นผู้น้อยไม่กล้าร้องทุกข์ หรือร้องเรียนผู้บังคับบัญชาของตนเอง และไม่กล้าที่จะบอกว่ามีการทุจริตในหน่วยงานตัวเอง เพราะเกรงกลัวว่าจะเป็นภัยต่อชีวิตและครอบครัว
ดังนั้นกรณีดังกล่าวกำลังจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาโดยเร่งด่วนของคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ สภาผู้แทนราษฎร เพราะในระยะสั้น ต้องเร่งคืนความเป็นธรรมให้ทหารชั้นผู้น้อย ในระยะกลาง เชื่อว่ากรณีกู้เงินซื้อที่พักอาศัยของกำลังพลไม่ได้เกิดขึ้นแบบจำกัดเฉพาะพื้นที่ แต่ต้องมีการสืบสวนและขยายผลต่อไป ส่วนในระยะยาว ข้อเสนอปฏิรูปกองทัพของพรรคก้าวไกล จะเป็นการสร้างความมั่นใจว่าเราจะมีกองทัพที่ทันสมัย สร้างความเป็นธรรมให้กับกำลังพลในทุกระดับได้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews