ส.ก.ทุ่งครุ ทวงถามความปลอดภัยสถานศึกษา กทม.ในยุคยาบ้าเม็ดละ 7 บาท ปืนอยู่ในมือปชช. – ชัชชาติ สั่ง ทบทวนประเมินความเสี่ยงในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียนรวมถึงในโรงเรียนของ กทม.
วันนี้ ( 12 ต.ค 65) ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร พิจารณาญัตติของนายกิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ส.ก.เขตทุ่งครุ เรื่อง ขอให้กรุงเทพมหานครมีมาตรการด้านความปลอดภัยในโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร
นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า ตนในฐานะพ่อคนหนึ่งที่มีลูกอายุใกล้เคียงผู้เสียชีวิตในเหตุกราดยิงที่จังหวัดหนองบัวลำภู รู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง จึงขอให้มีการพิจารณาความปลอดภัยในโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็กทั้งภายในและภายนอก เพราะเชื่อว่านี่ไม่ใช่เหตุการณ์แรกและเหตุการณ์สุดท้าย ยกตัวอย่างข่าวเหตุนักเรียนพกปืนเข้าไปในโรงเรียนจนเกิดลั่นใส่เพื่อนในห้องคอมพิวเตอร์เสียชีวิต ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีการนำอาวุธเข้าไปในโรงเรียนโดยไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างทั่วถึง จึงเสนอให้มีเครื่องตรวจโลหะหน้าโรงเรียน และมีการตรวจอย่างเคร่งครัด ซึ่งเป็นการช่วยระงับเหตุร้ายตั้งแต่ต้นทาง แม้ต้องใช้งบประมาณสูงแต่คุ้มค่าหากเทียบกับความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น นอกจากนี้ ขอเสนอให้มีการเตรียมแผนซักซ้อมเหตุฉุกเฉินในโรงเรียน เช่น ไฟไหม้ แผ่นดินไหว การปฐมพยาบาลเบื้องต้น แผนกันเด็กพลัดตกอาคาร เพื่อให้เด็กและบุคลากรทราบว่า เบื้องต้นหากเกิดเหตุต่างๆ ควรทำอย่างไร
รวมถึงเสนอให้มีปุ่มฉุกเฉินในโรงเรียนที่สามารถแจ้งเตือนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับทราบโดยไม่ต้องโทรแจ้ง นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้กทม.ตรวจสุขภาพจิตครูและบุคลากรทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับเด็กผ่านการคัดเลือกก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเป็นการป้องกันอีกทางหนึ่ง นายกิตติพงศ์ กล่าวต่อว่า ปัญหานี้เป็นเรื่องสำคัญระดับชาติ ในยุคที่ยาบ้าเม็ดละ 7 บาท ขณะที่ประชาชนเป็นเจ้าของปืนง่ายขึ้น หากมีความเครียดสะสม และมีการเข้าถึงยาบ้าง่ายขึ้นก็อาจเกิดเหตุซ้ำรอยได้ เป็นหน้าที่กทม.ต้องป้องกัน
นายพุทธิพัชร์ ธันยาธรรมนนท์ ส.ก.เขตยานนาวา กล่าวว่า เห็นด้วยและสนับสนุนญัตติข้อเสนอของนายกิตติพงศ์ แต่ขอเตือนว่าอย่างเพิ่งพูดไปถึงเครื่องตรวจโลหะในโรงเรียน ตนขอเสนอให้ปรับปรุงระบบพื้นฐานของโรงเรียนให้สมบูรณ์ก่อน เช่น มุ้งลวดกันยุง ปรับปรุงตู้น้ำที่มีไฟรั่ว ปรับปรุงรั้วที่เกิดสนิมให้แข็งแรงขึ้น รวมถึงแก้ปัญหางบประมาณเข้าไม่ถึงศูนย์เด็กเล็ก ซึ่งเป็นปัญหามานาน โดยเฉพาะงบค่าอาหารกลางวันเด็กซึ่งไม่เพียงพอ ดังนี้ จึงขอเสนอให้กทม.สามารถใช้งบในการปรับปรุงโครงสร้างขั้นพื้นฐานของศูนย์เด็กเล็กให้ได้ รวมถึง จัดให้ศูนย์เด็กเล็กเป็นสถานที่ปลอดภัย ไม่ให้คนนอกเข้าโดยเด็ดขาด กรณีผู้ปกครองมารับบุตรหลานได้เฉพาะหน้าโรงเรียนเท่านั้น เพราะไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอันตรายขึ้นตอนไหนจากเหตุปัจจัยภายนอก
ด้านนายชัชชาติ กล่าวว่า ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนคือหัวใจของการพัฒนาคน ที่ผ่านมากทม.อาจให้ความสำคัญกับส่วนนี้น้อย จึงไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ ปัจจุบัน กทม.มีศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนประมาณ 291 แห่ง มีนักเรียนในศูนย์ฯประมาณ 20,000 คน และมีเด็กเกิดในกทม.ปีละประมาณ 50,000 คน จึงทำให้กทม.ต้องดูแลเด็กก่อนวัยเรียนอย่างน้อยประมาณ 200,000 คน แต่ยังมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับ กทม.จึงยังสรุปจำนวนที่แท้จริงไม่ครบถ้วน ในแง่ของความปลอดภัย ยังมีศูนย์เด็กเล็กที่ไม่ได้ขึ้นกับ กทม.เช่นศูนย์ของเอกชนซึ่งอยู่ในชุมชนต่างๆ และบางแห่งยังไม่ได้มาตรฐานและไม่สามารถนำเข้าระบบได้ จำเป็นต้องดึงเข้าระบบให้มากขึ้นเพื่อการช่วยเหลือได้ตามมาตรฐาน
“เด็กในช่วง 6 ปี จะพัฒนามากที่สุด หลังจากนั้นการพัฒนาสมองต่างๆจะช้าลง ถ้าเรามัวแต่ไปพัฒนามหาวิทยาลัยและโรงเรียนขนาดใหญ่ แต่เราลืมเส้นเลือดฝอยก็คือศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียนประถมศึกษา การศึกษาขั้นปฐมภูมิ สุดท้ายแล้วเด็กจะพัฒนาได้ไม่เต็มศักยภาพ ส่วนเรื่องมาตรการที่สมาชิกทุกท่านให้ความเห็นมา เป็นเรื่องสำคัญ เป็นช่วงเวลาที่เรากำลังทบทวน ด้วยความเสี่ยงในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน ไม่ใช่แค่เรื่องกราดยิง เบื้องต้นยังมี เรื่องไฟดูด มลพิษ เรื่องสุขภาวะ อาหาร เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องพวกนี้เป็นสิ่งที่ต้องคิดในองค์รวม ไม่ใช่ว่ามีเรื่องแล้วค่อยมาคิด เพราะฉะนั้นจึงสั่งให้ทบทวนประเมินความเสี่ยงในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียนรวมถึงในโรงเรียนของ กทม.ด้วย แต่ในโรงเรียน กทม.จะได้เปรียบ เพราะมีทั้ง รปภ.มีทั้งครู ซึ่งอาจจะมีความเสี่ยงที่น้อยกว่าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน ทั้งนี้ต้องนำข้อเสนอมาพิจารณาต่อไป เช่น ปุ่มฉุกเฉิน อาจเปลี่ยนเป็นแจ้งทางแอพพลิเคชั่นแทน” นายชัชชาติ กล่าว
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews