“สุรเชษฐ์” ฉุนจัด รฟม. เบี้ยวแจง กมธ. ปมล็อกสเปคประมูลรถไฟฟ้าสีส้ม กีดกันเอกชน ส่อเอื้อ BEM ทำเงินหล่น 6.8 หมื่นล้านบาท
นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ กล่าวว่า วันนี้ (3 ต.ค.) ทางคณะอนุกรรมาธิการฯ ได้เชิญการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด หรือ BTS รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. ในฐานะควบคุมดูแลรัฐวิสาหกิจ ,สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ฯ ในฐานะควบคุมดูแลโครงการพื้นฐานขนาดใหญ่ มาชี้แจงต่อคณะเพิ่มเติม แต่เมื่อช่วงเวลาประมาณ 11.30 น.ที่ผ่านมา ทาง รฟม. ได้ทำหนังสือฉบับด่วนที่สุด ขอเลื่อนการพิจารณา โดยให้เหตุผลว่า ยังไม่พร้อม เนื่องจากมีข้อมูลมาก ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนมองว่า เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะทำการนัดหมายกันไว้แล้ว หากกรณีมีข้อมูลไม่เพียงพอก็สามารถส่งเอกสารตามมาทีหลังได้ หรือถ้ามีความจำเป็นจะนัดประชุมอีกครั้งก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่ทำเขาเรียกว่า “เบี้ยว”
นายสุรเชษฐ์ ยืนยันว่า การประชุมวันนี้ แม้ทาง รฟม. จะขอเลื่อนพิจารณาจะยังคงดำเนินต่อไป เพราะเรื่องดังกล่าวมีประชาชนให้ความสนใจจำนวนมาก อีกทั้งทุกฝ่ายที่นัดหมายก็มากันครบถ้วน
นายสุรเชษฐ์ ได้เล่าย้อนถึงประเด็นดังกล่าวที่ตนได้อภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อปี 2564 ช่วงนั้นเป็นช่วงประมูลสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีส้มรอบแรก ซึ่งมีบริษัทเอกชนที่ดำเนินกิจการเดินรถไฟฟ้า 2 เจ้าใหญ่ในประเทศไทย คือ BTS และบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เข้าร่วมประมูล เหตุการณ์สำคัญคือมีการกีดกัน เปลี่ยนเกณฑ์การให้คะแนนระหว่างการพิจารณากลางอากาศ อย่างมีนัยสำคัญต่อการพลิกผลแพ้ชนะ และนำไปสู่การฟ้องร้องโดย BTS ต่อ รฟม. หลายคดี คดียังคงคาราคาซังอยู่ในศาล แต่ รฟม. กลับเร่งรีบวิธีเปิดประมูลใหม่รอบ 2 โดยที่คดีเดิมข้อสรุปยังไม่มีความชัดเจน
อย่างไรก็ตาม หากปล่อยไปแบบนี้ ประเทศชาติจะเสียหาย ถ้ารอบที่แล้ว BTS ชนะ และต้องการเงินสนับสนุนจากรัฐบาลประมาณกว่า 9,000 ล้านบาท แต่รอบใหม่ถ้า BEM ชนะ จะต้องการเงินสนับสนุนจากรัฐบาลประมาณ 80,000 ล้านบาท ซึ่งมีส่วนต่างราว 68,000 ล้านบาทนั้น หายไปไหน นั่นคือกำไรส่วนเกินที่ทาง BEM จะได้ไป ส่วนหลังจากนั้น จะแบ่งต่อไปยังนักการเมืองคนใด รัฐมนตรีคนใด พรรคการเมืองใด สิ่งนั้น เราไม่ทราบ แต่ที่ทราบคือทำแบบนี้ประเทศจะเสียหาย พร้อมย้ำว่าวันนี้ต้องการให้ รฟม.เข้ามาชี้แจงว่าเรื่องทั้งหมดเป็นอย่าง มีการกีดกันจริงหรือไม่ หรือ BTS ไม่ยื่นเองและตัวเลขความเสียหายของรัฐบาลจริงๆ คือ เท่าไหร่กันแน่
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews