ตำรวจ PCT เตือน คนร้ายอาจแฮกไลน์ได้ จากทางเฟซบุ๊ก

อาชญากรรม ข่าว
ผอ.PCT เตือน คนร้ายอาจแฮกไลน์ได้ จากทางเฟซบุ๊ก หากไม่ได้ใช้งานฟีเจอร์นี้ แนะนำให้ยกเลิกการเชื่อมต่อแล้วเข้าระบบด้วยเบอร์โทรหรืออีเมลล์

 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) หรือ PCT เปิดเผยเรื่องนี้ว่า ได้รับรายงานจากฝ่ายรับแจ้งความออนไลน์ ว่ามีผู้เสียหาย

 

ถูกคนร้ายแฮ็ก Facebook แล้วใช้บัญชี Line หลอกยืมเงินเพื่อน สร้างความเสียหายจำนวนมาก ซึ่งยังเกิดขึ้นอยู่อย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน

 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ฯ? กล่าวว่า ก่อนอื่นขอบอกว่าแอปพลิเคชัน Line เป็นที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายในประเทศไทย ทุกคนที่มีโทรศัพท์มือถือจะมีบัญชี Line

 

ด้วยสาเหตุที่หลายคนใช้บัญชี Facebook ลิ้งก์กับบัญชี Line เพื่อเข้าสู่ระบบเพราะความสะดวกสบาย ทำให้คนร้ายนำช่องทางนี้มาใช้ประโยชน์ สร้างความเสียหายกับเจ้าของบัญชีได้อย่างมหันต์ เราจะป้องกันได้อย่างไร

 

1.ให้ทำการยืนยันตัวตนแบบ 2 ชั้น เหมือนบังคับให้ต้องมีกุญแจ 2 ดอก เพื่อเข้าสู่บัญชี Facebook ของเรา ถ้าเขาเข้าเฟซบุ๊กไม่ได้ เขาก็เข้าไลน์ไม่ได้เช่นกัน
2. ให้กลับไปดูการตั้งค่าที่แอปพลิเคชัน Line ของคุณในตอนนี้ ว่าเชื่อมต่อกับบัญชี Facebook ของคุณไว้หรือไม่ ถ้าเชื่อมแต่คุณไม่ได้ใช้ฟีเจอร์นี้ในการเข้าระบบเลย แนะนำให้ยกเลิกการเชื่อมต่อ ไปใช้การเเข้าระบบด้วยอีเมลหรือเบอร์โทรแทน
3. ในแอปพลิเคชัน Line จะมีฟังก์ชันอนุญาตให้เข้าสู่ระบบจากเครื่องอื่นได้ ถ้าไม่มีความจำเป็นต้องเข้าระบบผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ ให้ปิดไว้
4. เมื่อ Line ในมือถือหลุดออกจากระบบให้สันนิษฐานไว้ว่าเราโดนแฮ็ก Line แล้ว และ
5. เมื่อมีเพื่อนใน Line ส่งข้อความขอยืมเงิน ให้โทรกลับไปเพื่อตรวจสอบและยืนยันว่าเป็นเพื่อนของเราจริง เพียงเท่านี้เราก็จะปลอดภัยจากอาชญากรและมิจฉาชีพทั้งหลาย

 

 

ทั้งนี้ จากสถิติคดีออนไลน์ที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งการให้มีศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ เมื่อวันที่ 1 มี.ค.- 27 พ.ค.65 พบว่า มีผู้เสียหายแจ้งความแล้ว 29,345 ราย แบ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับ

1.ซื้อสินค้าแต่ไม่ได้รับสินค้า 10,500 คดี
2.หลอกให้ทำงานออนไลน์ (เช่น ให้รีวิวสินค้า,กดไลท์ Tiktok, กดไลท์สินค้า) 3,599 คดี
3.หลอกให้กู้เงินแต่ไม่ได้เงิน 2,962 คดี
4.ข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัว (Call Center) 2,274 คดี
5. หลอกให้รักแล้วลงทุน (Hybrid scam) 1,368 คดี
6. หลอกให้ลงทุนในรูปแบบต่างๆ 1,203 คดี
7. ปลอมโปรไฟล์เพื่อหลอกยืมเงิน 901 คดี
8. แชร์ลูกโซ่ 808 คดี
9. ซื้อสินค้าแต่ได้ไม่ตรงตามโฆษณา (ไม่ตรงปก) 431 คดี และ
10. หลอกให้รักแล้วโอนเงิน 293 คดี

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnew